กรุงเทพประกันชีวิต กางแผน 5 ปีดันช่องทางตัวแทนโต 2 เท่า
กรุงเทพประกันชีวิต วางยุทธศาสตร์ สร้างคนก่อนสร้างยอด ตั้งเป้าโต 2 เท่าใน 5 ปี หลัง 2 ปีแรกตัวแทนใหม่พุ่ง 40% ปี 2569 เปิดธีม Scale Up Team เร่งปั้นผู้จัดการ ยกระดับตัวแทนจากผู้ขายสู่ “พาร์ทเนอร์ดูแลชีวิต” พร้อมตั้งเป้าโต 20% ทั้งเบี้ยและจำนวนคน
นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA เปิดเผยถึง ยุทธศาสตร์ของช่องทางตัวแทนว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าช่องทางตัวแทนเติบโต 20% ทั้งเบี้ยและจำนวนคน ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันตลาดประกันสุขภาพ พร้อมเตรียมดันโปรดักต์กลุ่มอายุยืนยาว (Longevity) โดยเฉพาะสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรงที่จ่ายผลประโยชน์แบบบำนาญรายเดือน ครอบคลุมโรคสมอง เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมค่าใช้จ่ายระยะยาว
ย้อนไปเมื่อปี 2567 ที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามารับผิดชอบช่องทางตัวแทน โดยสิ่งแรกคือการตั้งเป้าระยะยาวให้ชัด จากนั้นจึงวางแผนการดำเนินการรายปีว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย 2X ซึ่งในปีแรก จะเน้นสร้างการรับรู้และดึงคนที่มีความฝันเดียวกัน เข้ามาร่วมทีม เพื่อสร้างการเติบโตให้กับช่องทางตัวแทนเห็นได้จากผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งเบี้ยประกัน ตัวแทนใหม่ ตัวแทนแอกทีฟ และผู้บริหารที่ทำผลงานได้ตามเป้า
จากนั้นปีที่สอง เป็นการเร่งเครื่องการสร้างตัวแทนใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของการเติบโตระยะยาว ซึ่งตลอดช่วงปี 2567–2568 ตัวแทนใหม่ของ BLA เติบโตต่อเนื่องราว 40% จากระดับกว่า 2,000 คนต่อปี เพิ่มเป็นกว่า 3,000 คนต่อปี เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม จำนวนตัวแทนใหม่ที่ออกรหัสได้ขยับขึ้นมาอยู่ประมาณอันดับ 6 จากเดิม อันดับ 8 สะท้อนประสิทธิภาพด้าน Recruitment ที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านผลงานปี 2568 ช่องทางตัวแทนเติบโตทั้ง “คน” และ “เบี้ย” โดยมีผลผลิตรวมเติบโตประมาณ 9% ขณะที่อุตสาหกรรมช่วงมกราคม-พฤศจิกายน ซึ่งเติบโตประมาณ 5% ตัวแทนใหม่โตประมาณ 20% ขณะที่อุตสาหกรรมติดลบราว 10% ขณะที่เบี้ยประกันภัยปีแรก (First Year Premium: FYP) รายสามัญจากช่องทางตัวแทนปี 2568 เพิ่มขึ้น 9% อยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน BLA มีตัวแทนรวมประมาณ 12,000 คน โดยเป็นตัวแทน Active 60% กลุ่มที่เป็นที่ปรึกษาการเงินหรือมี IC License ประมาณ 1,500 คน และตัวแทนระดับผู้จัดการ จำนวน 1,200 คน
สูตร SML: จากแคมเปญสู่พื้นที่จริง
นายจักรพงศ์ กล่าวว่าหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้ตัวเลขดีขึ้นหลายด้าน คือแนวทางการทำงานแบบ SML ได้แก่
- S – Strategic Campaign ใช้ธีมการแข่งขันและคุณวุฒิเป็นแรงขับเคลื่อน ให้ทำตามนโยบายแล้วได้ทั้งรายได้และเกียรติยศ
- M – Modernization ยกระดับเครื่องมือ แอปพลิเคชัน และแดชบอร์ด โดยเฉพาะเครื่องมือสำหรับผู้จัดการเพื่อติดตาม Career Path และสถานะทีมแบบเรียลไทม์
- L – Localization ลงพื้นที่จริง เพิ่ม engagement ต่างจังหวัด ผ่านกิจกรรมรีครูต อบรม และการสื่อสารนโยบายโดยผู้บริหารระดับสูง
ทั้งนี้ ในปี 2569 เมื่อฐานจำนวนตัวแทนใหม่เริ่มแข็งแรงจะเป็นจุดยกระดับจากปริมาณ สู่คุณภาพ ด้วยธีม Scale Up Team – สร้างทีม สร้างผู้จัดการ โดยบริษัทจะผลักดันตัวแทนศักยภาพสูงขึ้นสู่บทบาทผู้จัดการ พร้อมหลักสูตรเฉพาะและเครื่องมือบริหารทีม เพื่อทำให้การสร้างทีม สำเร็จได้จริง ไม่ใช่เพียงแคมเปญบนกระดาษ
จากผู้ขายสู่พาร์ทเนอร์ชีวิต
นายจักรพงศ์ กล่าวว่า อีกแกนหลักคือแนวคิด Life Care Partner ที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์ตัวแทนจากการขายประกัน เป็นพาร์ทเนอร์ดูแลคุณภาพชีวิต โดยมี Key Message 3 ข้อ ได้แก่ ดูแลคุณภาพชีวิตรอบด้าน ,ดูแลทุกช่วงชีวิต,ดูแลตลอดไป โดยแนวคิดนี้มุ่งสร้างความไว้วางใจระยะยาว ลดปัญหา “ลูกค้ากำพร้า” และเปลี่ยน perception จากการถูกขาย มาเป็นการได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคล รวมถึงผลักดันตัวแทนสู่คุณวุฒิ MDRT โดยในส่วนแคมเปญตัวแทนใหม่ได้ออกแบบโครงการ 2 ปี 1 ล้าน เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จด้วย
ขณะที่ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าช่องทางตัวแทนเติบโต 20% ทั้งเบี้ยและจำนวนคน ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันตลาดประกันสุขภาพ ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ เตรียมผลักดันโปรดักต์กลุ่ม Longevity โดยเฉพาะสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรงที่จ่ายผลประโยชน์แบบบำนาญรายเดือน ครอบคลุมโรคสมอง เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมค่าใช้จ่ายระยะยาว
“ทั้งนี้ จะเห็นว่าภาพรวมของแผน 5 ปีของ BLA ไม่ได้เน้นเพียงตัวเลขยอดขาย แต่เป็นการ “สร้างฐานคน” ให้แข็งแรงก่อน เมื่อคนพร้อม ทีมแข็งแรง และเครื่องมือครบ เป้าหมาย 2 เท่าใน 5 ปีจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขบนกระดาษ แต่เป็นแผนที่มีจังหวะและทิศทางชัดเจน”