“สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ” โหวตคัดค้านภาษีทรัมป์ต่อแคนาดา
"สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ" มีมติผ่านร่างคัดค้านมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ต่อแคนาดา ด้วยคะแนนเฉียดฉิว หลังสมาชิกรีพับลิกันบางส่วนโหวตสวนพรรค
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.23 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างมติคัดค้านมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อแคนาดา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นับเป็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองของประธานสภา ไมค์ จอห์นสัน และเป็นกรณีไม่บ่อยนักที่สมาชิกพรรครีพับลิกันออกมาขัดขวางนโยบายเศรษฐกิจหลักของผู้นำพรรคตนเอง
มติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 219 ต่อ 211 เสียง โดยมีสมาชิกรีพับลิกันหลายคนโหวตสวนพรรคมาหนุนร่างมติ ขณะที่มีสมาชิกเดโมแครตเพียงคนเดียว คือ จาเร็ด โกลเดน จากรัฐเมน ที่โหวตคัดค้าน
ร่างมตินี้เสนอโดย เกรกอรี มีคส์ สมาชิกเดโมแครตจากนิวยอร์ก และถูกพิจารณาเพียงหนึ่งวันหลังจากที่การลงมติในเชิงกระบวนการเกี่ยวกับกติกาซึ่งจะปิดกั้นไม่ให้สภาท้าทายมาตรการภาษีของทรัมป์ ล้มเหลว เนื่องจากมีสมาชิกรีพับลิกัน 3 คนโหวตไม่เห็นด้วย
ระหว่างการลงมติ ทรัมป์ได้ออกมาเตือนสมาชิกรีพับลิกันว่า ใครก็ตามที่โหวตสวนเรื่องภาษีจะต้องเผชิญ “ผลกระทบทางการเมือง” ในการเลือกตั้งครั้งหน้า รวมถึงการเลือกตั้งขั้นต้นภายในพรรค
อย่างไรก็ดีสมาชิกรีพับลิกันบางส่วน โดยเฉพาะผู้แทนจากเขตเลือกตั้งที่การแข่งขันสูงและประชาชนไม่พอใจกับภาษี ยังคงเลือกโหวตหนุนร่างมติคัดค้านภาษี
ดอน เบคอน ส.ส.รีพับลิกันจากรัฐเนบราสกา ซึ่งประกาศวางมือทางการเมืองหลังครบวาระ และเป็นหนึ่งในผู้โหวตหนุนร่างมติ เปิดเผยว่า ทำเนียบขาวพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาเปลี่ยนใจแต่ไม่สำเร็จ พร้อมย้ำว่าเขาโหวตบนหลักการ เมื่อผลการลงมติปรากฏ สมาชิกฝั่งเดโมแครตในห้องประชุมต่างลุกขึ้นปรบมือแสดงความยินดี
ด้านเกรกอรี มีคส์ ระบุว่า ประธานสภากำลังละทิ้งบทบาทของตนเอง และยอมปล่อยให้อำนาจตามรัฐธรรมนูญของสภาคองเกรสถูกโอนให้ประธานาธิบดี พร้อมเรียกร้องให้รีพับลิกันตัดสินใจว่าจะยืนข้างประชาชนเพื่อลดภาระค่าครองชีพ หรือปล่อยให้ครอบครัวอเมริกันต้องแบกรับต้นทุนจากภาษีต่อไป
หลังผ่านสภาผู้แทนราษฎร ร่างมติจะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภา ซึ่งเคยอนุมัติมติในลักษณะใกล้เคียงกันมาแล้วในปีก่อน ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ระบุว่า การลงมติครั้งนี้สะท้อนฉันทามติแบบสองพรรคว่า ถึงเวลาต้องยุติภาษีทรัมป์ที่ผลักดันให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ตั้งแต่ของชำไปจนถึงค่าไฟ
อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่า เพราะแม้วุฒิสภาจะเห็นชอบร่างมติ ทรัมป์ก็มีแนวโน้มใช้อำนาจวีโต้
ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภา กล่าวว่า การมีเสียงข้างมากแบบเฉียดฉิวทำให้การบริหารจัดการยาก พร้อมย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับความพยายามจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเจรจาข้อตกลงการค้าในแนวทางอเมริกาต้องมาก่อนกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
อ้างอิง : cnbc.com