โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2026 : โลกร้อนไม่หยุดด้วยไฟสงคราม

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 02.12 น.

ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข

2026 : โลกร้อนไม่หยุดด้วยไฟสงคราม

“วัตถุประสงค์ทั้งหมด [ของรัฐในทางทหาร] คือ การจัดทำให้กองทัพมีความพร้อมสำหรับใช้ในยามสงคราม”

Carl von Clausewitz

On War (Book 2)

หนึ่งในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเมืองโลกคือ “สงคราม” … สงครามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระบบระหว่างประเทศ และมีพลวัตของความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ “คุณลักษณะของสงคราม” (Characteristic of War) ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลาก่อนการกำเนิดของสงครามยูเครนนั้น บรรดานักคิดและนักยุทธศาสตร์มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องของ “สงครามก่อความไม่สงบ” (Insurgency Warfare) ดังเช่นที่เห็นการรบในอิรักและในอัฟกานิสถาน

แต่หลังจากการตัดสินใจของประธานาธิบดีปูตินในการเปิดการโจมตีในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 แล้ว ข้อถกเถียงของนักทฤษฎีการสงครามกลับมาสู่ประเด็นของ “สงครามระหว่างรัฐ” อันมีนัยถึงการหวนคืนของ “สงครามตามแบบ” อย่างที่คาดไม่ถึง จนต้องยอมรับว่าแบบแผนของสงครามตามแบบกลายเป็นคุณลักษณะหลักของสงครามในเวทีโลกปัจจุบัน หรือกล่าวได้ว่าคุณลักษณะหลักในปัจจุบันเป็นเรื่องของ “สงครามสมมาตร” โดยมีรัฐเป็นคู่พิพาทระหว่างกัน และมีแนวโน้มที่อาจขยายตัวเป็น “สงครามใหญ่” ในเวทีโลก

กระนั้นก็มิได้หมายความว่า เราจะไม่เห็น “สงครามขนาดเล็ก” ในเวทีโลก หากสงครามชนิดนี้อาจไม่ส่งผลให้กลายเป็นภัยคุกคามขนาดใหญ่ของสงคราม

ดังนั้น บทความนี้จะชวนท่านทั้งหลายลองสำรวจสภาวะของสงครามในเวทีโลกสำหรับปี 2026 หรือเป็นการทดลองนำเสนอถึง “จุดร้อน” ในการเมืองโลก (Global Flashpoints) ในปีใหม่นี้ โดยจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1) สงครามที่มีแนวโน้มที่จะเป็นภัยขนาดใหญ่ และ 2) สงครามที่เป็นภัยคุกคามในระดับรองลงมา

สงครามที่เป็นภัยคุกคามขนาดใหญ่

1) สงครามรัสเซีย-ยูเครน : สงครามยูเครนในปี 2026 จะเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของสงครามอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะมีกระบวนการสันติภาพที่ผลักดันโดยผู้นำสหรัฐ แต่สันติภาพในยูเครนดูจะเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะข้อถกเถียงในประเด็นเรื่องของดินแดนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ซึ่งรัสเซียคงไม่ยอมส่งคืนให้กับรัฐบาลยูเครน แต่รัฐบาลยูเครนก็ไม่มีขีดความสามารถที่จะปลดปล่อยดินแดนส่วนนี้ได้ ประเด็นข้อถกเถียงเรื่องสันติภาพยูเครน และการค้ำประกันความมั่นคงของยูเครนในอนาคต จะยังเป็นประเด็นสำคัญของการเมืองโลกในปี 2026 หรือบางทีการจัดการให้เกิดการหยุดยิงในยูเครน ก็อาจจะเป็นประเด็นพื้นฐานที่ยังไม่สามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติได้จริงในปีใหม่ และการโจมตียังเกิดต่อเนื่องไม่หยุด

2) สงครามรัสเซีย-นาโต : สิ่งที่เป็นประเด็นสืบเนื่องมาจากสงครามยูเครนอย่างสำคัญคือ ปัญหาสงครามของรัสเซียจะขยายออกนอกพื้นที่ของยูเครน และเกิดขึ้นกับชาติสมาชิกของนาโต เช่นกรณีของฟินแลนด์และโปแลนด์หรือไม่ เพราะหากเกิดขึ้นจริงแล้ว อาจส่งผลให้เกิดการบังคับใช้มาตรา 5 ของกฎบัตรนาโต อันนำไปสู่ความขัดแย้งโดยตรงระหว่างรัสเซียกับนาโต ซึ่งจะกลายเป็นสงครามใหญ่ในตัวเอง และหลายฝ่ายกังวลว่าสงครามรัสเซีย-นาโตอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามโลกครั้งที่ 3” ด้วย

3) สงครามที่ไม่จบในกาซา : อิสราเอลยังคงใช้อำนาจทางทหารกระทำต่อเป้าหมายในกาซาอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะมีเงื่อนไขของการหยุดยิงแล้วก็ตาม อิสราเอลอาจเชื่อมั่นในพลังอำนาจทางทหารของตน แต่การกระทำเช่นนั้นก็ทำให้อิสราเอลมีปัญหาต่อการได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งอิสราเอลก็อาศัยการสนับสนุนทางการเมืองจากสหรัฐ ทำให้ไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบต่อสถานะของรัฐอิสราเอลในเวทีสากลมากเกินไป อีกทั้งมีการสร้างภาพของความจำเป็นทางทหารในการป้องกันตนเอง แม้สงครามในกาซาจะไม่ขยายตัวเกินกว่าที่เราได้เห็นในปี 2024-2525 แต่สงครามจะยังมีผลกระทบกับการเมืองโลกมาก

4) สงครามที่หวนคืนระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล : สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเป็นสิ่งที่ไม่อาจยุติลงได้จริง แม้อิหร่านจะถูกทำลายศักยภาพทางทหารอย่างมาก และขีดความสามารถในการโจมตีทางทหารของอิหร่านจะถูกลดทอนอย่างมาก แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในอนาคตเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะความสงบอาจเป็นภาพลวงตา ที่อาจปะทุได้อีกในปี 2026 ตลอดรวมถึงความพยายามของอิหร่านในการฟื้นโครงการนิวเคลียร์ของตนอีกครั้ง

5) สงครามข้ามช่องแคบไต้หวัน : ความตึงเครียดในปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นที่น่ากังวลเสมอ เพราะปัญหานี้ได้แสดงให้เห็นมาตลอดในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยการแสดงแสนยานุภาพของจีน ไม่ว่าเราจะตีความว่าการแสดงเช่นนี้คือการฝึกซ้อมในการเตรียมการทางทหาร หรือเป็นการส่งสัญญาณในเวทีโลกที่จีนเตรียมพร้อมแล้วในการดำเนินการกับไต้หวัน และคาดเดาได้ไม่ยากว่าวิกฤตการณ์ไต้หวันน่าจะเป็นปัญหาของการเมืองโลกในปี 2026 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งน่าสนใจว่าปัญหานี้จะมีความรุนแรงเพียงใดในปีใหม่ เพราะปัญหามีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านมา

6) ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี : สถานการณ์ความตึงเครียดบนคาบสมุทรแห่งนี้มีแนวโน้มที่จะทวีมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากผลพวงของการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสัญญาณที่น่ากังวลว่าโอกาสของการยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการนั้น ยิ่งห่างไกลออกไป ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่าคาบสมุทรเกาหลียังเป็นจุดเปราะบางของการเมืองโลกต่อไปในปี 2026 อีกทั้งขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือน่าจะขยับไปมากขึ้นอีกในปีใหม่นี้

7) สงครามในทะเลจีนใต้ : การอ้างกรรมสิทธิ์ทางทะเลของรัฐต่างๆ ในบริบทของปัญหาทะเลจีนใต้นั้น เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญในการเมืองโลก และมีแนวโน้มที่ปัญหานี้อาจปะทุและขยายตัวเป็นปัญหาใหญ่ได้ โดยเฉพาะบทบาทของจีนที่มีลักษณะของการใช้กำลังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจีนเองต้องการอ้างกรรมสิทธิ์ในเชิงพื้นที่ทั้งหมด อันทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกับรัฐอื่นๆ ที่อ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลแห่งนี้ ดังเช่นในกรณีของฟิลิปปินส์และเวียดนาม เป็นต้น น่าติดตามว่าปัญหานี้จะกระทบกับอาเซียนอย่างไร เมื่อฟิลิปปินส์เข้ารับหน้าที่เป็นประธานอาเซียนในปี 2026 นี้

สงครามที่เป็นภัยคุกคามในระดับรอง

8) สงครามกับกลุ่มอาชญากรรมของเวเนซุเอลา : หากผู้นำสหรัฐดำเนินการโจมตีทางทหารต่อเรือของเวเนซุเอลาอย่างไม่หยุดแล้ว ด้วยข้ออ้างของการโจมตีเรือขนยาเสพติด ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลาเช่นนี้ น่าจะขยายตัวไม่เป็นเพียงปัญหาในภูมิภาคอเมริกา แต่ขยายเป็นปัญหาสำคัญในเวทีโลกในปี 2026 และอาจดึงเอารัฐอื่นๆ ในภูมิภาคเข้ามาเป็นสงครามการเมืองด้วยการให้การสนับสนุนรัฐบาลเวเนซุเอลาได้ จึงน่าสนใจว่าปัญหาการโจมตีของสหรัฐในทะเลแคริบเบียนในปี 2026 นั้น จะคลี่คลายไปอย่างไรในอนาคต และจะส่งผลอย่างไรกับบทบาทและความสัมพันธ์ของสหรัฐกับประเทศในภูมิภาคดังกล่าวอย่างไรในอนาคต แต่ก็คาดได้ยากว่าความขัดแย้งนี้จะไม่ขยายตัวออกไปเพียงใด หลังจากผู้นำสหรัฐตัดสินใจใช้กำลังทหารเพื่อ “เปลี่ยนระบอบ” การปกครอง และผู้นำของเวเนซุเอลาเองก็มีปัญหาอย่างมากกับการเมืองภายใน และไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศแต่อย่างใด

9) สงครามที่ขยายตัวในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน : นอกจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซาแล้ว อิสราเอลยังขยายบทบาททางทหารของตนเข้าไปจัดการกับชาวปาเลสไตน์ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งมีความน่ากังวลว่าปฏิบัติการทางทหารนี้ในปี 2026 จะขยายตัวมากขึ้น และจะเป็นโจทย์สำคัญอีกส่วนของปัญหาในเวทีโลก รวมถึงบทบาทของกลุ่มขวาจัดของชาวยิวในการทำลายและคุกคามต่อชาวปาเลสไตน์ที่เป็นผู้อาศัยดั้งเดิมในพื้นที่นี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรัฐบาลอิสราเอลก็แสดงออกอย่างชัดเจนที่ไม่สนใจกับการประท้วงและการคัดค้านในเวทีโลก และโลกก็ไม่อาจเข้าไปแทรกแซงได้จริงแต่อย่างใด

10) การโจมตีในทะเลแดง : ปฏิบัติการโจมตีเรือของกลุ่มฮูตีที่เกิดขึ้นในทะเลแดง แม้จะเป็นภัยคุกคามที่ไม่อยู่ในระดับสำคัญเช่นสงครามในกาซา แต่ก็เป็นปัญหาความมั่นคงทางทะเล ที่ส่งผลต่อการขนส่งในพื้นที่ดังกล่าว และการโจมตีเช่นนี้น่าจะยังคงเป็นปัญหาต่อไปในปี 2026 แม้กลุ่มฮูตีจะถูกโจมตีอย่างหนักในปี 2025 แต่ก็มิได้มีนัยว่าขีดความสามารถในการโจมตีทางทะเลของกลุ่มจะหมดการเป็นภัยคุกคามในทะเลแดงแต่อย่างใด เพราะกลุ่มใช้โดรนราคาถูกจากอิหร่านเป็นเครื่องมือในการโจมตี และยังคงโจมตีได้ต่อไป แต่ความขัดแย้งชุดนี้น่าจะไม่ขยายตัวเกินจากนี้ เพราะกลุ่มฮูตีไม่มีความสามารถทางทหารมาก

11) สงครามในพื้นที่ของรัฐชายขอบ : นอกจากแนวโน้มของสงครามใหญ่ที่อาจเกิดในเวทีโลกแล้ว อาจต้องหันมาพิจารณาสงครามของรัฐรอบนอก เช่น สงครามในทวีปแอฟริกา ดังที่เห็นได้จากสงครามและความขัดแย้งในซูดาน ซูดานใต้ โซมาเลีย มาลี และอาจรวมถึงสงครามกลางเมืองในเมียนมาด้วย ซึ่งจะต้องตระหนักว่าสงครามในพื้นที่เช่นนี้มีความรุนแรง และสร้างปัญหาวิกฤตมนุษยธรรมอย่างมากด้วย แต่สงครามเช่นนี้ดูจะมีผลกระทบกับการเมืองโลกไม่มากนัก

12) สงครามไทย-กัมพูชา : ในปีใหม่ 2026 คงต้องบรรจุสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นหนึ่งในสงครามที่อาจต้องจับตามมอง เพราะความขัดแย้งที่นำไปสู่การใช้กำลังในครั้งนี้ กำลังกลายเป็นสงครามใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคปัจจุบัน แม้สงครามจะเกิดมาตั้งแต่กลางปี 2025 และมีการเจรจาหยุดยิงก่อนที่ปีใหม่จะเริ่มขึ้น แต่ก็มีความหวั่นใจว่าสงครามระหว่างรัฐเพื่อนบ้านทั้งสอง จะยุติได้จริงเพียงใด และคาดว่าผลของสงครามนี้จะยังเป็นประเด็นทั้งทางการเมืองและการทหารของรัฐคู่พิพาทต่อไปในปีใหม่

โลกร้อนกับไฟสงคราม!

บทความนี้เป็นการทดลองนำเสนอมุมมองต่อสถานการณ์โลกในบริบทของสงคราม ซึ่ง 12 จุดร้อนนี้เป็นสัญญาณว่า สำหรับโลกในปี 2026 นั้น สงครามจะยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการเมืองโลก และทั้งอาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วยในบางจุด

นอกจากนี้ เราอาจต้องตระหนักถึงสงครามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งมีทั้งปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ สงครามกลางเมืองเมียนมา และสงครามไทย-กัมพูชา จนเกิดความกังวลอย่างมากว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จากการแข่งขันของรัฐมหาอำนาจใหญ่จะทำให้สงครามในภูมิภาคเราขยายเกินจากนี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังอยู่สักนิดว่า ไฟสงครามในปี 2026 จะไม่ร้อนจนกลายเป็น “เตาย่างนกพิราบแห่งสันติภาพ” ในการเมืองโลกให้ “ไหม้เกรียม” มากกว่านี้ เพราะนกสันติภาพในปี 2025 ไหม้เกรียมไปมากพอสมควรแล้ว!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 2026 : โลกร้อนไม่หยุดด้วยไฟสงคราม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...