2026 : โลกร้อนไม่หยุดด้วยไฟสงคราม
ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข
2026 : โลกร้อนไม่หยุดด้วยไฟสงคราม
“วัตถุประสงค์ทั้งหมด [ของรัฐในทางทหาร] คือ การจัดทำให้กองทัพมีความพร้อมสำหรับใช้ในยามสงคราม”
Carl von Clausewitz
On War (Book 2)
หนึ่งในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเมืองโลกคือ “สงคราม” … สงครามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระบบระหว่างประเทศ และมีพลวัตของความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ “คุณลักษณะของสงคราม” (Characteristic of War) ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลาก่อนการกำเนิดของสงครามยูเครนนั้น บรรดานักคิดและนักยุทธศาสตร์มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องของ “สงครามก่อความไม่สงบ” (Insurgency Warfare) ดังเช่นที่เห็นการรบในอิรักและในอัฟกานิสถาน
แต่หลังจากการตัดสินใจของประธานาธิบดีปูตินในการเปิดการโจมตีในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 แล้ว ข้อถกเถียงของนักทฤษฎีการสงครามกลับมาสู่ประเด็นของ “สงครามระหว่างรัฐ” อันมีนัยถึงการหวนคืนของ “สงครามตามแบบ” อย่างที่คาดไม่ถึง จนต้องยอมรับว่าแบบแผนของสงครามตามแบบกลายเป็นคุณลักษณะหลักของสงครามในเวทีโลกปัจจุบัน หรือกล่าวได้ว่าคุณลักษณะหลักในปัจจุบันเป็นเรื่องของ “สงครามสมมาตร” โดยมีรัฐเป็นคู่พิพาทระหว่างกัน และมีแนวโน้มที่อาจขยายตัวเป็น “สงครามใหญ่” ในเวทีโลก
กระนั้นก็มิได้หมายความว่า เราจะไม่เห็น “สงครามขนาดเล็ก” ในเวทีโลก หากสงครามชนิดนี้อาจไม่ส่งผลให้กลายเป็นภัยคุกคามขนาดใหญ่ของสงคราม
ดังนั้น บทความนี้จะชวนท่านทั้งหลายลองสำรวจสภาวะของสงครามในเวทีโลกสำหรับปี 2026 หรือเป็นการทดลองนำเสนอถึง “จุดร้อน” ในการเมืองโลก (Global Flashpoints) ในปีใหม่นี้ โดยจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1) สงครามที่มีแนวโน้มที่จะเป็นภัยขนาดใหญ่ และ 2) สงครามที่เป็นภัยคุกคามในระดับรองลงมา
สงครามที่เป็นภัยคุกคามขนาดใหญ่
1) สงครามรัสเซีย-ยูเครน : สงครามยูเครนในปี 2026 จะเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของสงครามอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะมีกระบวนการสันติภาพที่ผลักดันโดยผู้นำสหรัฐ แต่สันติภาพในยูเครนดูจะเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะข้อถกเถียงในประเด็นเรื่องของดินแดนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ซึ่งรัสเซียคงไม่ยอมส่งคืนให้กับรัฐบาลยูเครน แต่รัฐบาลยูเครนก็ไม่มีขีดความสามารถที่จะปลดปล่อยดินแดนส่วนนี้ได้ ประเด็นข้อถกเถียงเรื่องสันติภาพยูเครน และการค้ำประกันความมั่นคงของยูเครนในอนาคต จะยังเป็นประเด็นสำคัญของการเมืองโลกในปี 2026 หรือบางทีการจัดการให้เกิดการหยุดยิงในยูเครน ก็อาจจะเป็นประเด็นพื้นฐานที่ยังไม่สามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติได้จริงในปีใหม่ และการโจมตียังเกิดต่อเนื่องไม่หยุด
2) สงครามรัสเซีย-นาโต : สิ่งที่เป็นประเด็นสืบเนื่องมาจากสงครามยูเครนอย่างสำคัญคือ ปัญหาสงครามของรัสเซียจะขยายออกนอกพื้นที่ของยูเครน และเกิดขึ้นกับชาติสมาชิกของนาโต เช่นกรณีของฟินแลนด์และโปแลนด์หรือไม่ เพราะหากเกิดขึ้นจริงแล้ว อาจส่งผลให้เกิดการบังคับใช้มาตรา 5 ของกฎบัตรนาโต อันนำไปสู่ความขัดแย้งโดยตรงระหว่างรัสเซียกับนาโต ซึ่งจะกลายเป็นสงครามใหญ่ในตัวเอง และหลายฝ่ายกังวลว่าสงครามรัสเซีย-นาโตอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามโลกครั้งที่ 3” ด้วย
3) สงครามที่ไม่จบในกาซา : อิสราเอลยังคงใช้อำนาจทางทหารกระทำต่อเป้าหมายในกาซาอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะมีเงื่อนไขของการหยุดยิงแล้วก็ตาม อิสราเอลอาจเชื่อมั่นในพลังอำนาจทางทหารของตน แต่การกระทำเช่นนั้นก็ทำให้อิสราเอลมีปัญหาต่อการได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งอิสราเอลก็อาศัยการสนับสนุนทางการเมืองจากสหรัฐ ทำให้ไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบต่อสถานะของรัฐอิสราเอลในเวทีสากลมากเกินไป อีกทั้งมีการสร้างภาพของความจำเป็นทางทหารในการป้องกันตนเอง แม้สงครามในกาซาจะไม่ขยายตัวเกินกว่าที่เราได้เห็นในปี 2024-2525 แต่สงครามจะยังมีผลกระทบกับการเมืองโลกมาก
4) สงครามที่หวนคืนระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล : สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเป็นสิ่งที่ไม่อาจยุติลงได้จริง แม้อิหร่านจะถูกทำลายศักยภาพทางทหารอย่างมาก และขีดความสามารถในการโจมตีทางทหารของอิหร่านจะถูกลดทอนอย่างมาก แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในอนาคตเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะความสงบอาจเป็นภาพลวงตา ที่อาจปะทุได้อีกในปี 2026 ตลอดรวมถึงความพยายามของอิหร่านในการฟื้นโครงการนิวเคลียร์ของตนอีกครั้ง
5) สงครามข้ามช่องแคบไต้หวัน : ความตึงเครียดในปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นที่น่ากังวลเสมอ เพราะปัญหานี้ได้แสดงให้เห็นมาตลอดในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยการแสดงแสนยานุภาพของจีน ไม่ว่าเราจะตีความว่าการแสดงเช่นนี้คือการฝึกซ้อมในการเตรียมการทางทหาร หรือเป็นการส่งสัญญาณในเวทีโลกที่จีนเตรียมพร้อมแล้วในการดำเนินการกับไต้หวัน และคาดเดาได้ไม่ยากว่าวิกฤตการณ์ไต้หวันน่าจะเป็นปัญหาของการเมืองโลกในปี 2026 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งน่าสนใจว่าปัญหานี้จะมีความรุนแรงเพียงใดในปีใหม่ เพราะปัญหามีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านมา
6) ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี : สถานการณ์ความตึงเครียดบนคาบสมุทรแห่งนี้มีแนวโน้มที่จะทวีมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากผลพวงของการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสัญญาณที่น่ากังวลว่าโอกาสของการยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการนั้น ยิ่งห่างไกลออกไป ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่าคาบสมุทรเกาหลียังเป็นจุดเปราะบางของการเมืองโลกต่อไปในปี 2026 อีกทั้งขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือน่าจะขยับไปมากขึ้นอีกในปีใหม่นี้
7) สงครามในทะเลจีนใต้ : การอ้างกรรมสิทธิ์ทางทะเลของรัฐต่างๆ ในบริบทของปัญหาทะเลจีนใต้นั้น เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญในการเมืองโลก และมีแนวโน้มที่ปัญหานี้อาจปะทุและขยายตัวเป็นปัญหาใหญ่ได้ โดยเฉพาะบทบาทของจีนที่มีลักษณะของการใช้กำลังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจีนเองต้องการอ้างกรรมสิทธิ์ในเชิงพื้นที่ทั้งหมด อันทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกับรัฐอื่นๆ ที่อ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลแห่งนี้ ดังเช่นในกรณีของฟิลิปปินส์และเวียดนาม เป็นต้น น่าติดตามว่าปัญหานี้จะกระทบกับอาเซียนอย่างไร เมื่อฟิลิปปินส์เข้ารับหน้าที่เป็นประธานอาเซียนในปี 2026 นี้
สงครามที่เป็นภัยคุกคามในระดับรอง
8) สงครามกับกลุ่มอาชญากรรมของเวเนซุเอลา : หากผู้นำสหรัฐดำเนินการโจมตีทางทหารต่อเรือของเวเนซุเอลาอย่างไม่หยุดแล้ว ด้วยข้ออ้างของการโจมตีเรือขนยาเสพติด ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลาเช่นนี้ น่าจะขยายตัวไม่เป็นเพียงปัญหาในภูมิภาคอเมริกา แต่ขยายเป็นปัญหาสำคัญในเวทีโลกในปี 2026 และอาจดึงเอารัฐอื่นๆ ในภูมิภาคเข้ามาเป็นสงครามการเมืองด้วยการให้การสนับสนุนรัฐบาลเวเนซุเอลาได้ จึงน่าสนใจว่าปัญหาการโจมตีของสหรัฐในทะเลแคริบเบียนในปี 2026 นั้น จะคลี่คลายไปอย่างไรในอนาคต และจะส่งผลอย่างไรกับบทบาทและความสัมพันธ์ของสหรัฐกับประเทศในภูมิภาคดังกล่าวอย่างไรในอนาคต แต่ก็คาดได้ยากว่าความขัดแย้งนี้จะไม่ขยายตัวออกไปเพียงใด หลังจากผู้นำสหรัฐตัดสินใจใช้กำลังทหารเพื่อ “เปลี่ยนระบอบ” การปกครอง และผู้นำของเวเนซุเอลาเองก็มีปัญหาอย่างมากกับการเมืองภายใน และไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศแต่อย่างใด
9) สงครามที่ขยายตัวในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน : นอกจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซาแล้ว อิสราเอลยังขยายบทบาททางทหารของตนเข้าไปจัดการกับชาวปาเลสไตน์ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งมีความน่ากังวลว่าปฏิบัติการทางทหารนี้ในปี 2026 จะขยายตัวมากขึ้น และจะเป็นโจทย์สำคัญอีกส่วนของปัญหาในเวทีโลก รวมถึงบทบาทของกลุ่มขวาจัดของชาวยิวในการทำลายและคุกคามต่อชาวปาเลสไตน์ที่เป็นผู้อาศัยดั้งเดิมในพื้นที่นี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรัฐบาลอิสราเอลก็แสดงออกอย่างชัดเจนที่ไม่สนใจกับการประท้วงและการคัดค้านในเวทีโลก และโลกก็ไม่อาจเข้าไปแทรกแซงได้จริงแต่อย่างใด
10) การโจมตีในทะเลแดง : ปฏิบัติการโจมตีเรือของกลุ่มฮูตีที่เกิดขึ้นในทะเลแดง แม้จะเป็นภัยคุกคามที่ไม่อยู่ในระดับสำคัญเช่นสงครามในกาซา แต่ก็เป็นปัญหาความมั่นคงทางทะเล ที่ส่งผลต่อการขนส่งในพื้นที่ดังกล่าว และการโจมตีเช่นนี้น่าจะยังคงเป็นปัญหาต่อไปในปี 2026 แม้กลุ่มฮูตีจะถูกโจมตีอย่างหนักในปี 2025 แต่ก็มิได้มีนัยว่าขีดความสามารถในการโจมตีทางทะเลของกลุ่มจะหมดการเป็นภัยคุกคามในทะเลแดงแต่อย่างใด เพราะกลุ่มใช้โดรนราคาถูกจากอิหร่านเป็นเครื่องมือในการโจมตี และยังคงโจมตีได้ต่อไป แต่ความขัดแย้งชุดนี้น่าจะไม่ขยายตัวเกินจากนี้ เพราะกลุ่มฮูตีไม่มีความสามารถทางทหารมาก
11) สงครามในพื้นที่ของรัฐชายขอบ : นอกจากแนวโน้มของสงครามใหญ่ที่อาจเกิดในเวทีโลกแล้ว อาจต้องหันมาพิจารณาสงครามของรัฐรอบนอก เช่น สงครามในทวีปแอฟริกา ดังที่เห็นได้จากสงครามและความขัดแย้งในซูดาน ซูดานใต้ โซมาเลีย มาลี และอาจรวมถึงสงครามกลางเมืองในเมียนมาด้วย ซึ่งจะต้องตระหนักว่าสงครามในพื้นที่เช่นนี้มีความรุนแรง และสร้างปัญหาวิกฤตมนุษยธรรมอย่างมากด้วย แต่สงครามเช่นนี้ดูจะมีผลกระทบกับการเมืองโลกไม่มากนัก
12) สงครามไทย-กัมพูชา : ในปีใหม่ 2026 คงต้องบรรจุสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นหนึ่งในสงครามที่อาจต้องจับตามมอง เพราะความขัดแย้งที่นำไปสู่การใช้กำลังในครั้งนี้ กำลังกลายเป็นสงครามใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคปัจจุบัน แม้สงครามจะเกิดมาตั้งแต่กลางปี 2025 และมีการเจรจาหยุดยิงก่อนที่ปีใหม่จะเริ่มขึ้น แต่ก็มีความหวั่นใจว่าสงครามระหว่างรัฐเพื่อนบ้านทั้งสอง จะยุติได้จริงเพียงใด และคาดว่าผลของสงครามนี้จะยังเป็นประเด็นทั้งทางการเมืองและการทหารของรัฐคู่พิพาทต่อไปในปีใหม่
โลกร้อนกับไฟสงคราม!
บทความนี้เป็นการทดลองนำเสนอมุมมองต่อสถานการณ์โลกในบริบทของสงคราม ซึ่ง 12 จุดร้อนนี้เป็นสัญญาณว่า สำหรับโลกในปี 2026 นั้น สงครามจะยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการเมืองโลก และทั้งอาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วยในบางจุด
นอกจากนี้ เราอาจต้องตระหนักถึงสงครามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งมีทั้งปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ สงครามกลางเมืองเมียนมา และสงครามไทย-กัมพูชา จนเกิดความกังวลอย่างมากว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จากการแข่งขันของรัฐมหาอำนาจใหญ่จะทำให้สงครามในภูมิภาคเราขยายเกินจากนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังอยู่สักนิดว่า ไฟสงครามในปี 2026 จะไม่ร้อนจนกลายเป็น “เตาย่างนกพิราบแห่งสันติภาพ” ในการเมืองโลกให้ “ไหม้เกรียม” มากกว่านี้ เพราะนกสันติภาพในปี 2025 ไหม้เกรียมไปมากพอสมควรแล้ว!
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 2026 : โลกร้อนไม่หยุดด้วยไฟสงคราม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly