โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ธัมมา วรางกูร" ชนะ YEC Pitching ปี 6 ชู CenSolution เปลี่ยนธุรกิจอสังหาฯ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ธ.ค. 2564 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2564 เวลา 03.30 น.

ก้าวไปอีกขั้นสำหรับวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย กับเทคโนโลยียุคใหม่ของคนรุ่นใหม่ ที่จะมาลบภาพการตรวจสอบสภาพอาคารและตึกแบบเก่า โดย “ธัมมา วรางกูร” เจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท เซ็นโทรวิชั่น จำกัด

และสมาชิก YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce : YEC) จังหวัดนนทบุรี ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันระดับประเทศ ในโครงการ YEC Pitching ปี 6 ซึ่งจัดขึ้นในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 39 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

“ธัมมา” เล่าว่า ช่วงที่ผ่านมามีโอกาสได้ร่วมงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ของกระทรวงพาณิชย์ และได้รู้จักกับ “กมลวัฒน์ ตุลยสุวรรณ” ประธาน YEC จังหวัดนนทบุรี

กระทั่งปี 2563 มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มองว่าธุรกิจต้องมีการปรับตัว จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ YEC นนทบุรี ซึ่งการเข้าร่วมโครงการทำให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับหลายคน และมองเห็นแนวทางว่าต้องมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง

“ตอนที่เข้ามาร่วมกลุ่ม YEC เป็นช่วงเกิดโรคโควิด-19 ระบาดรอบแรก และยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ YEC จัดมากนัก เพราะทุกงานที่วางแผนจัดขึ้นมีการยกเลิกเกือบหมด แต่พอมาปี 2564 ทาง YEC ได้มีการจัดโครงการ YEC Pitching ในรูปแบบออนไลน์

โดยมีหัวข้องานคือ การต่อยอดธุรกิจจากรุ่นเตี่ยสู่รุ่นเสี่ย ซึ่งเราก็ได้รับความรู้มากมายจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เข้ามาช่วยในการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง จากเดิมที่ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทที่ปรึกษา

โดยย้อนกลับไป 10 กว่าปีก่อน มีลูกค้าต้องการสำรวจพื้นที่ด้านการเกษตร เพราะจะลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซีย ซึ่งตอนนั้นลงทุนซื้อเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับสำรวจพื้นที่

แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถนำไปใช้ในงานได้จริง เราจึงได้นำแนวคิดตรงนั้นมาสร้างโดรนของเราเอง เพื่อนำมาใช้บินสำรวจพื้นที่ในประเทศอินโดนีเซียหลายแสนไร่ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งแรกของบริษัท”

หลังจากจุดเริ่มต้น ต่อมาธุรกิจก็ถูกดิสรัปชั่นจากหลายอย่าง อาทิ โดรนเล็กที่ใช้ถ่ายภาพข่าวหรือภาพยนตร์มีมากขึ้น ทำให้ลูกค้าที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ว่าจ้างให้เข้าไปสำรวจพื้นที่น้อยลง จึงคิดหาวิธีการพัฒนาธุรกิจเพิ่มมากขึ้น

จากการสังเกตโดรนลำเล็กจะเหมาะกับการบินในแนวดิ่ง นำไอเดียนี้เข้าสู่การประกวด YEC Pitching คือการสำรวจแนวดิ่ง โดยใช้เทคโนโลยี CenSolution เป็นการตรวจสอบรอยร้าวอาคาร ด้วยนวัตกรรมCenInspect ของ Centrovision

โดยมกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ อสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียม ออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้ากลุ่มเป้ารองคือ โรงงาน

“ตลาดเป้าหมายของเราตอนนี้คือ ตลาดสิ่งปลูกสร้างที่มีความเก่า โดยเจาะไปที่ตลาดคอนโดมิเนียม โบราณสถาน รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ สำหรับตัวอาคารสูงเท่าไหร่ยิ่งดี

เพราะจะข้ามข้อจำกัดระดับสายตา ในการสำรวจเราจะใช้โดรนในการถ่ายภาพและนำภาพถ่ายเข้าซอฟต์แวร์ AI ที่เรามีการพัฒนาไว้รองรับเพื่อวิเคราะห์ภาพถ่าย เวลาเราขายก็ขายข้อมูลภาพถ่ายที่มีการวิเคราะห์แล้ว

ส่วนโรงงานต้องทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถบอกพิกัดเพื่อปกป้องโรงงานได้ในกรณีที่มีความเสื่อมของอาคาร ซึ่งไม่ได้เสื่อมจากภายในอย่างเดียว แต่เสื่อมจากภายนอกด้วย ยกตัวอย่างกรณีการเกิดน้ำท่วม”

ทั้งนี้ สิ่งปลูกสร้างที่ถูกสร้างขึ้นมาจะมีความเสื่อมไปตามเวลา ฉะนั้น สิ่งปลูกสร้างทุกอย่างคือตลาดของบริษัท แต่หลัก ๆ ที่ได้รับผลตอบรับดีคือสิ่งปลูกสร้างที่มีคนอาศัยอยู่

เพราะจะมีความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก และถึงแม้จะไม่มีคนอาศัย แต่จะมีการดำเนินงานอยู่ข้างในตึก ถ้าหากมีความเสียหายเกิดขึ้นจะส่งผลให้การดำเนินงานจะหยุดชะงัก การใช้ CenSolution

จะช่วยให้คนที่เดินตรวจสอบงานมีความปลอดภัยมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้คนโรยตัวลงมาจากตึก เพื่อตรวจสภาพตึก ซึ่งเสี่ยงต่อการโดนตัดเชือกหรืออีกหลายกรณี ทั้งยังช่วยในการแบ่งเบาภาระและทำให้การทำงานเร็วขึ้นอีกด้วย

โดยการทำงานจะใช้โดรนบินข้างนอกทะลุเข้าไปถึงด้านในตึก แต่ในอนาคตข้างในตึกจะใช้หุ่นยนต์หรือโดรนบิน เพื่อเก็บข้อมูลให้ AI รับรู้ถึงโครงสร้างของตึก สุดท้ายก็สามารถถอดแบบไปสู่ BIM (ระบบสร้างแบบจำลองเสมือนของอาคาร) ได้อย่างแม่นยำ

“ธัมมา” บอกว่า ระยะเวลาในการดำเนินงานทั้งกระบวนการสำรวจขึ้นอยู่กับสถานที่หรือตึกนั้น เช่น ตึก 36 ชั้น จะใช้เวลาบินโดรนเพื่อเก็บภาพของตัวอาคารประมาณ 1 วัน

และนำรูปภาพมาประมวลผลใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยงบประมาณค่าใช้จ่ายจะถูกคิดตามขนาดพื้นที่ ราคาเบื้องต้นอยู่ที่ตารางเมตรละ 10 บาท หากมองถึงความคุ้มค่าจะเป็นการประกันวินาศภัย ซึ่งเบี้ยประกันต่อปีเพิ่มขึ้นทุกปีเมื่ออายุการใช้งานเพิ่มขึ้น ฉะนั้น ความเสี่ยงก็เพิ่มมากขึ้นตามมาด้วย

“เรามีโอกาสได้เข้าไปเวิร์กช็อปกับบริษัทประกันวินาศภัย 2 แห่ง ซึ่งเขาสามารถลดเบี้ยประกันวินาศภัยให้กับตึกที่มาทำกับเราได้ เราคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของอาคารหรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก

เพราะเป็นการลดและสามารถประเมินความเสี่ยงของอาคารได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบันเรามีลูกค้าและมีการเก็บข้อมูลค่อนข้างมาก ตอนนี้เราถือว่าเป็นเจ้าแรก ๆ ที่เข้ามาอยู่ในตลาดนี้

หากเทียบกันกับบริษัทอื่นที่เพิ่งทำตลาด ทั้งข้อมูลและรูปภาพ เราแม่นยำกว่า ด้วยซอฟต์แวร์ที่เข้ามาประมวลผล เราได้มีการพัฒนาสอนให้ AI รู้จักรูปภาพโดย AI จะอยู่ที่ดาต้าเซต ด้วยการมองปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น รอยร้าว คราบสีซึ่งในแต่ละตึกก็จะมีความยากง่ายแตกต่างกันไป”

ขณะเดียวกัน CenSolution ในพื้นที่ต่างประเทศก็มีการใช้เทคโนโลยีนี้และทำอยู่แล้ว อาทิ อังกฤษสิงคโปร์ ตลาดค่อนข้างดี เพราะเคยมีเหตุการณ์ในประเทศอังกฤษ ที่ตึกเกิดเหตุไฟไหม้จนประชาชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

จึงมีการออกกฎหมายให้ทุกตึกต้องสำรวจคล้าย CenSolution ส่งข้อมูลไปทางเทศบาล เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

“ปัจจุบันเราโฟกัสตลาดกรุงเทพมหานคร พัทยา ชลบุรี ในอนาคตก็หวังว่าจะได้เข้าไปในพื้นที่อินโดนีเซีย จาการ์ตา มาเลเซีย เวียดนาม เพราะจากการประเมินตลาดค่อนข้างใหญ่ ก็หวังว่าธุรกิจจะเจริญก้าวหน้า

และขยายตัวออกไปต่างประเทศ ในปีหน้าเราเล็ง 1-2 ตลาดในอาเซียน ซึ่งเครือข่ายหอการค้าก็มีหลายบริษัทที่ไปลงทุนในต่างประเทศ เรามองว่าสามารถไปได้โดยมีรุ่นพี่แนะนำ และจะไปเซอร์วิสโรงงานของคนไทยที่อยู่ต่างประเทศก่อนเป็นสเต็ปแรก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...