โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สูงสุดกก.ละร้อย! แห่เก็บ สาหร่ายลาโตด ขายสร้างรายได้ในถิ่นปีละกว่า2ล้าน

Khaosod

อัพเดต 05 เม.ย. 2566 เวลา 08.50 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2566 เวลา 08.11 น.
สูงสุดกก.ละร้อย! แห่เก็บ สาหร่ายลาโตด ขายสร้างรายได้ในถิ่นปีละกว่า2ล้าน

ชาวสตูลนับร้อยลงคลองหา สาหร่ายลาโตด ของเด่นในพื้นที่ สร้างรายได้ในท้องถิ่นปีละกว่า 2 ล้านบาท เผย เคยขายได้สูงสุดกิโลกรัมละ 100 บาท

วันที่ 5 เม.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากความร่วมมือร่วมใจกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ตนอยู่อาศัย ในการทำมาหากินผลตอบแทนที่กลับมาจากที่ทุกคนร่วมกันทำในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า สัตว์น้ำ พืชพันธุ์ไม้น้ำให้อุดมสมบูรณ์ย่อมได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า เช่นเดียวกันกับ ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล ชาวบ้าน ม.5 และ ม.6 ต่างช่วยกันรักษาป่าชายเลนหลังหมดสัมปทานห้ามตัดไม้เผาถ่านตั้งแต่ปี 2540 ทำให้ป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ ทรัพยากรสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น

ชาวสตูลนับร้อยลงคลองหา สาหร่ายลาโตด ของเด่นในพื้นที่ สร้างรายได้ในท้องถิ่นปีละกว่า 2 ล้านบาท

ชาวสตูลนับร้อยลงคลองหา สาหร่ายลาโตด ของเด่นในพื้นที่ สร้างรายได้ในท้องถิ่นปีละกว่า 2 ล้านบาท

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือ สาหร่ายขนนก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "สายลาโตด" ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในคลองลุ่มหว้าในพื้นที่ ม.5 และ ม.6 ตลอดระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ช่วงนี้สาหร่ายลาโตดกำลังงอกงาม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่และชาวบ้านต่างถิ่นเช่น อ.ควนกาหลง อ.ทุ่งหว้า อ.ละงู อ.ควนโดน และพื้นที่ต่าง ๆ จาก อ.เมือง ต่างแห่กันมาเก็บสาหร่ายลาโตด เพื่อนำไปขายสร้างรายได้

บางรายนำลูกหลานญาติพี่น้องมาเล่นน้ำในคลองและหาสาหร่ายลาโตดไปรับประทานกันในครอบครัว และแบ่งปันญาติพี่น้อง โดยแต่ละปีมีเงินสะพัดจากการหาสาหร่ายลาโตดขายปีละกว่า 2 ล้านบาทกันเลยทีเดียว

นายสุรินทร์ แก้วทอง อายุ 38 ปี ชาวบ้าน ต.ควนโพธิ์ อ.เมือง จ.สตูล กล่าวว่า ตนมาหาทุกวัน พาญาติพี่น้องมาเล่นน้ำและมาหาไปกินไปแบ่งปันญาติ ๆ ที่เหลือก็นำไปขาย โดยก่อนหน้านี้ขายกิโลกรัมละ 100 บาท ตอนนี้สาหร่ายมีมากเหลือกิโลกรัมละ 80 บาท ได้คนละ 10-20 กิโลกรัมต่อวัน ก็พอมีค่ากับข้าวกินแล้ว

นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า โดยตนจะเลือกเก็บเฉพาะสาหร่ายที่โตได้ขนาด ไม่เก็บสาหร่ายอ่อน เพื่อให้ได้เจริญเติบโตให้คนที่มาทีหลังได้เก็บบ้าง ขณะที่บางรายที่มาเก็บแบบขายส่งกิโลกรัมละ 50 บาทรับออเดอร์มาวันละ 35 กิโลกรัม เรียกว่านอกจากเล่นน้ำคลายร้อนแล้วมีอาหารติดไม้ติดมือกลับบ้านแถมยังมีรายได้เข้ามาอีกด้วย

ด้าน นายวินัย อำมาตย์นิติกุล นายกอบต.เจ๊ะบิลัง กล่าวว่า ความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าชายเลนทำให้ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ แต่ละวันชาวบ้าน 100-200 คนแห่กันมาหาสาหร่ายสร้างรายได้ในแต่ละปีรวมแล้วกว่า 2 ล้านบาท ในพื้นที่ อ.เมือง ต.เจ๊ะบิลัง ที่คลองแห่งนี้ถือเป็นจุดที่หาสาหร่ายกันมากที่สุด จนกลายเป็นของเด่นในพื้นที่ของดีในพื้นถิ่น เป็นสาหร่ายตามธรรมชาติที่อร่อย ไม่คาว มีความมัน กรุบกรับ และสีสวย หาได้ทุกวันในช่วงน้ำลด ระยะที่เก็บสาหร่ายตั้งแต่เดือนก.พ.-เม.ย.ของทุกปี หากช่วงไหนที่ฝนตกเร็วสาหร่ายก็จะตายและหายไป หากฝนไม่ตกสามารถเก็บได้ถึงเดือนพ.ค.

นายวินัย กล่าวต่อว่า ทางอบต.เจ๊ะบิลัง กำลังพัฒนาคลองดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนสัมผัสธรรมชาติป่าชายเลนที่สวยงาม วิถีชีวิตชาวบ้าน หาหอย หาปู และหาสาหร่าย พร้อมกินสาหร่ายสด ๆ กับน้ำจิ้มสุดอร่อยในคลอง ซึ่งสาหร่ายขนนกหรือสาหร่ายลาโตดนั้นนิยมกินสดคู่กับน้ำจิ้มถั่วที่มีรสหวานเปรี้ยวเล็กน้อยเข้ากันกับสาหร่ายที่มีความเค็มอย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังนำไปกินคู่กับแกงเผ็ด ขนมจีนหรือส้มตำได้อย่างดี

ขณะที่ นายนที ตรีทัศน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง กล่าวว่า หลังปิดสัมปทานชาวบ้านได้ช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนและทำมาหากินในป่าชายเลน ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นกุ้งหอยปูปลา มีรายได้เลี้ยงชีพ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ทำประมงและในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่ก.พ.-เม.ย. จะมีสาหร่ายขนนกขึ้นงอกงาม

นายนที กล่าวต่อว่า โดยจะขึ้นตามแผ่นหินในคลอง ชาวบ้านมาเก็บไปกินไปขาย ระยะหลังมีชาวบ้านต่างถิ่นต่างอำเภอมาเก็บ เราจึงต้องวางมาตรการให้เก็บได้เฉพาะใช้มือเท่านั้นห้ามนำอุปกรณ์ คราดหรืออย่างอื่นมาเก็บ เพื่ออนุรักษ์ให้สาหร่ายได้มีอยู่ในลำคลองแห่งนี้ทุก ๆ ปี

"โดยแต่ละคนจะนำตะกร้าผูกกับขวดน้ำให้ลอย และออกมาหาในช่วงน้ำเริ่มลดเมื่อน้ำลดขนาดเท่าคอก็สามารถดำลงไปเก็บได้ แต่หากรอให้น้ำลดถึงเข่าก็สามารถก้มเก็บได้สบาย ประกอบกับช่วงนี้อากาศร้อนอบอ้าวทำให้ชาวบ้านนำลูกหลานญาติพี่น้องมาเล่นน้ำและมาเก็บสาหร่ายมีรายได้วันละ 1,000-2,000 บาท โดยสาหร่ายขายส่งกิโลกรัมละ 50 บาท หากขายเองกิโลกรัมละ 80 บาท และจะมีพ่อค้ามารับถึงที่ด้วย" นายนที กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...