โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เตาชวนหลง’ หนึ่งเดียวของลำพูน ชูจุดเด่นงานเซรามิกด้วย 3 ดินและเทคนิคเคลือบเฉพาะตัว

ONCE

อัพเดต 18 เม.ย. 2566 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2566 เวลา 04.27 น.

จริงอยู่ว่าถ้าเราพูดถึงแหล่งเซรามิก ลำปางอาจผุดขึ้นมาในความคิด แต่วันนี้เราจะพาทุกคนมาเยือน โรงงานเซรามิกเจ้าเดียวและเจ้าสุดท้ายในลำพูน เรียกได้ว่าเป็นลมหายใจของงานเซรามิกในลำพูนที่ยังมีชีวิต 'เตาชวนหลง เซรามิก' กิจการที่ก่อตัวขึ้นจากคนที่ไม่ได้เรียนศิลปะแต่เป็นเหมือนศิลปิน อาจารย์อุทัยย์ กาญจนคูหา (เจ้าของกิจการรุ่นที่1) ผู้พาความชอบเดินทางไปพร้อมกับความฝัน…สู่ความเป็นจริงจนประสบความสำเร็จ

เก่ง - กิตติกร กาญจนคูหา ทายาทรุ่นที่สองยิ้มต้อนรับเราอย่างอบอุ่น ก่อนพาเราเดินดูชิ้นงานดีไซน์เก๋และขั้นตอนการผลิตภายในโรงงาน จากนั้นบทสนทนาระหว่างเราก็เริ่มขึ้นพร้อมแดดยามบ่ายแก่ๆ ของวัน

“ ‘ชวนหลง’ กลับมาจากคำว่า ‘หลงฉวน’ เป็นตำบลหนึ่งในจีนซึ่งทำเครื่องเคลือบดินเผาสีเขียวไข่กา หรือที่บ้านเราเรียกว่า ศิลาดล ชวนหลงมันก็คล้ายกับภาษาจีน แล้วก็ยังได้ความหมายไทยๆ ว่า ‘ชวนให้หลงใหล’ ด้วย”

เครดิตภาพ : อรุโณทัย พุทธรักษา

• การเดินทางชวนหลง

เก่งเริ่มเล่าเรื่องราวการเดินทางของคุณพ่อให้เราฟังว่า “คุณพ่อค้าขายเสื้อผ้ามาก่อน พอถึงวันหนึ่งคุณพ่อเค้ามองว่าเสื้อผ้ามันซื้อมาขายไปอาจจะไม่ยั่งยืน เลยอยากทำงานอะไรที่มันมากกว่านั้น แต่หนึ่งเลยคือต้องเป็นงานศิลปะ สองคืออนุรักษ์ศิลปะไทย สามคือสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้”

เมื่อพ่อของเขาชื่นชอบงานศิลปะเป็นทุนเดิม และช่วงนั้นมีโอกาสได้เข้าคอร์สอบรมเกี่ยวกับเซรามิกสั้นๆ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประมาณหนึ่งอาทิตย์ “หลังจากนั้นพ่อก็กลับมาซื้อเตามือสองแล้วก็ลงมือลองทำเองเลย คือ 5 ปีแรกที่เริ่มทำ คุณพ่อลองเคลือบเอง แล้วก็ทดลองเผาทุกวันๆ ซ้ำๆ เรียกได้ว่าเหมือนกับเผาเงินทิ้ง” นับเป็นช่วงลองผิดลองถูกที่ต้องอาศัยแรงกายแรงใจมากพอควร กว่าจะค้นพบตัวตนจนมาเป็น ‘เตาชวนหลง’ ในทุกวันนี้

เก่ง - กิตติกร กาญจนคูหา ทายาทรุ่นที่ 2 ของเตาชวนหลง

“ผมได้เข้ามาจับงานเครื่องปั้นดินเผาเมื่ออายุ 40 ปี เริ่มต้นครั้งแรกไม่มีความรู้ทั้งในเรื่องดินและเรื่องสูตรเคลือบ ทั้งการปั้นขึ้นรูปจิตรกรรม ประติมากรรม อาศัยใจสู้ใจรักเท่านั้น ช่วงแรกจึงยุ่งยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร เพราะไม่สามารถเข้าไปเรียนรู้หรือค้นคว้าข้อมูลจากที่ไหนได้เหมือนปัจจุบัน ตำราที่มีก็เป็นภาษาต่างประเทศ สูตรเคลือบในตอนนั้นก็ปิดเป็นความลับของแต่ละสำนัก จึงต้องดิ้นรนไขว่คว้าศึกษาจากผู้รู้ตามสถาบันที่ยังเปิดโอกาสให้เข้าไปเรียนรู้ได้บ้าง” ถ้อยคำความรู้สึกของอาจารย์อุทัยย์ถูกสลักไว้บนบันทึกดินปั้นข้างผนังเพื่อบอกเล่าความทุ่มเทและความพยายามที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่ม

เดิมลักษณะงานของชวนหลง เป็นการเลียนแบบของโบราณสมัยสุโขทัย สังคโลก เรือนกาหลง เป็นหลัก เพราะมุ่งหวังอนุรักษ์เอกลักษณ์ความเป็นไทยให้คงอยู่ หลังจากนั้นคุณพ่อก็เริ่มสร้างภาพจำให้ชวนหลงโดยการส่งชิ้นงานเข้าประกวดที่ลำปาง ศูนย์กลางของเซรามิกในยุคนั้น เก่งยังเล่าให้ฟังอีกว่า “ตอนนั้นประกวดปีแรกก็ได้รางวัลที่ 1 กลับมา คือเริ่มจากงานเซรามิกเลียนแบบของฝรั่งซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีใครทำ มากกว่านั้นคือประกวดได้ที่หนึ่ง 4 – 5 ปีติดกัน เราเลยเริ่มมีชื่อเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น เริ่มออกงานแสดงสินค้า และมีฐานลูกค้ามาจนถึงทุกวันนี้”

• ลดบางอย่าง เพิ่มบางสิ่ง

“ส่วนเราตอนเรียนจบใหม่ๆ ก็ยังมีความคิดว่าจะไปทำงานอื่นก่อนแล้วค่อยกลับมา แต่เป็นความโชคดีที่ยังไม่มีที่ไหนรับ เราเลยเลือกกลับมาทำของเราเอง” เหมือนกับว่าโชคชะตาจะจับพลัดจับผลูให้เขาสานต่องานที่บ้านเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้

สำหรับเขาในช่วงเริ่มต้น อาจจับทิศจับทางยากสักเล็กน้อย “ตอนแรกเราปรับตัวค่อนข้างเยอะ เราคลุกคลีกับเซรามิกก็จริง แต่เรายังไม่ได้รู้ถึงกระบวนการทั้งหมดในการทำงาน ดังนั้นมันก็ต้องลงไปเรียนรู้ไปคลุกคลีกับพนักงานไปเรียนรู้นิสัยใจคอซึ่งกันและกัน มันต้องปรับตัวเยอะพอสมควรเลย” เขาเล่า

แต่เก่งไม่เพียงตั้งใจเรียนรู้กระบวนการทำงาน เพราะเขายังสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับชวนหลง นำเสน่ห์ของการวาดลวดลายเซรามิกมาประยุกต์และพัฒนาชิ้นงานให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

โดยเน้นให้งานปั้นมีฟังก์ชั่นหรือการใช้งานหลากหลายมากขึ้น ลดทอนบางลวดลาย ใช้สีให้ดูทันสมัย เขามองว่าการใช้สีโทนเดียวดูคลาสสิกก็จริงแต่อาจไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เท่าที่ควร จึงเลือกเพิ่มสีสันเข้ามาผสม เพื่อให้ภาพจำของเซรามิกไม่ถูกจำกัดอยู่แค่แจกันหรือถ้วยชาม

• เห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

“เมื่อก่อนเราก็มีคำถามอยู่ตลอดว่าเราจะไปในทิศทางไหน เราจะไปยังไง แต่พอได้มาลงมือทำเองเราค้นพบว่าเห้ยจริงๆ เซรามิกมันยังไปได้อีกไกลมากๆ ถ้าเราคิดเป็น… คนอื่นอาจมองว่างานเซรามิกเป็นงานแจกันธรรมดาๆ แต่เรามองต่างออกไป พอเราเริ่มเข้ามาทำเรามีโอกาสเห็นงานจากหลายๆ ที่ มันเลยมีความคิดว่า…เซรามิกทำไมมันถึงเป็นได้แค่แจกัน ไม่สิ…มันต้องเป็นได้มากกว่านั้น!” สำหรับเก่งมันคงเป็นความอัดอั้นตันใจไม่น้อย เขาเลยเลือกแตกแขนงชิ้นงานให้มีความหลากหลายกว่าเดิมควบคู่ไปกับความสนุกที่ได้ลบภาพจำเก่าๆ ของงานเซรามิก

เขาเพิ่มทั้งคุณค่าและมูลค่าให้งานปั้นได้มากกว่าที่เคยเป็น ราวกับว่าช่วยต่อลมหายใจงานเซรามิกล้านนาไทยด้วยดีไซน์และรูปแบบร่วมสมัย ประณีตบรรจงทุกชิ้นงานด้วยความสร้างสรรค์ แม้ปัจจุบันผลงานบางอย่างของชวนหลงจะปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ของความเป็นไทยไปแม้แต่น้อย เห็นได้จากลวดลายที่ยังคงไว้ อย่างเช่น สัญลักษณ์รูปช้าง รูปลายไทย ดอกไม้ ใบไม้ รวมไปถึงลวดลายเถาวัลย์ และรูปสัตว์ต่างๆ ทำให้รูปลักษณ์งานของเตาชวนหลงมีความแตกต่างไปจากแหล่งเตาอื่น

• เติบโตทีละก้าว

เราเดินเข้ามาถึงโซนโรงงานด้านใน งานปั้นมากมายเรียงรายเนืองแน่นทุกช่องชั้น บ้างเป็นงานสำหรับขายหน้าร้าน บ้างเป็นงานส่งออก ต้องยอมรับว่าชวนหลงเติบโตขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัวส่วนหนึ่งก็เพราะมีการบริหารจัดการแบรนด์ที่ดี

แม้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาภาวะวิกฤตจะทำให้หลายกิจการได้รับผลกระทบ แต่ชวนหลงเซรามิกยังคงเดินช้าๆ บนเส้นทางของตัวเองอย่างต่อเนื่อง บนมาตรฐานและความสร้างสรรค์ที่ไม่ลดลงจากเดิม ปรับมุมมองและแนวคิดการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์

“พอเจอโควิดขึ้นมาทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมด มันไม่ได้เป็นไปเหมือนที่เราตั้งใจไว้ เพราะฉะนั้นเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก เราเลยมองที่ปัจจุบันพยายามทำทุกวันให้มันดีที่สุด พยายามควบคุมคุณภาพของชิ้นงานที่เรากำลังทำอยู่กับลูกค้าให้มันดีที่สุด เพราะถ้าเราวางรากฐานตรงนี้ไว้ดีแล้วอนาคตมันก็จะไปต่อได้ดีในแต่ละช่วงด้วยตัวของมันเอง ทุกวันนี้เราก็เลยมองไปทีละขั้นๆ…แต่มั่นคง” ในอนาคตเก่งตั้งใจจะเดินหน้าเรื่องการส่งออกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ชวนหลงเซรามิกเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

• หัวใจชวนหลง

ชวนหลงมีหัวใจสำคัญหลักๆ อยู่ 3 ปัจจัย ที่ส่งผลให้ชิ้นงานออกมามีคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“เราใช้ดิน 3 อย่าง ดินขาว ดินดำ และดินแดง ซึ่งดินแต่ละประเภทมันก็จะมีลักษณะเฉพาะกับลักษณะพิเศษในตัวเนื้อดินที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ดินขาวทำงานได้ไว ดินดำดินแดงมีโครงสร้างของดินที่แข็งแรง ชิ้นงานไม่เปราะง่าย พอเราเอาเนื้อดินทั้งสามตัวมาผสมกันเพื่อให้เกิดดินสูตรพิเศษ ก็จะช่วยให้เราทำงานได้ไวขึ้น แล้วตัวชิ้นงานก็มีความแข็งแรงทนทานทำงานได้หลากหลายรูปแบบ” เก่งอธิบาย

อีกหนึ่งความพิเศษของชวนหลงคือ สูตรเคลือบของที่นี่มีความเฉพาะตัวมีการคิดค้น ทดลอง และพัฒนาสูตรใหม่ๆ ตลอดเวลา เพราะนอกจากดีไซน์แล้ว ตัวเคลือบก็นับเป็นส่วนสำคัญของเซรามิกเช่นกัน

หัวใจสำคัญสุดท้ายที่ทำให้งานปั้นของชวนหลงแตกต่างจากที่อื่นคือ บุคคลเบื้องหลังกว่า 30 ชีวิต (กลุ่มคนที่นับเป็นเหมือนครอบครัว) ช่างฝีมือดีมากความสามารถ เพราะช่างหนึ่งคนทำได้ทั้งงานวาด งานปั้น และงานแกะ ทำให้ชวนหลงสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความแปลกใหม่ได้ง่ายกว่าโรงงานที่ทำเฉพาะแบบ ทักษะเฉพาะรวมถึงความใส่ใจในรายละเอียด ความพิถีพิถัน ถูกส่งผ่านไปยังชิ้นงานทุกชิ้นสมกับเป็นเสน่ห์ของเครื่องปั้นดินเผาของภาคเหนือ เพราะความอ่อนช้อยของลวดลายก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้ครองใจลูกค้ามาได้อย่างยาวนาน

“สำหรับเรามันเป็นอะไรที่สร้างอาชีพได้จริงๆ ทั้งกับตัวเราเองและคนในชุมชนที่มีฝีไม้ลายมือ แล้วมันก็ยังช่วยอนุรักษ์ศิลปะไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้ด้วย เพราะงานเดิมเราก็ยังอนุรักษ์ไว้…ส่วนงานใหม่เราก็พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้คนรุ่นหลังที่อยากได้ความรู้ตรงนี้ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาเข้ามาดูงาน เข้ามาเห็นชิ้นงานแบบเดิมๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย” เขายิ้ม

เราว่าศิลปะการปั้นถือเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่อยู่เคียงคู่สังคมไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ ควรค่าแก่การรักษาให้คงอยู่เพื่อให้ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไปได้เข้าใจว่าศิลปะการปั้นนั้นสวยงามเพียงใด

ส่วนใครที่หลงใหลในงานเซรามิก มาเที่ยวลำพูนแล้ว ต้องลองแวะมาเยือนสถานที่แห่งนี้ดูสักครั้ง เพราะ ‘เตาชวนหลง’ ผลิตชิ้นงานออกมาได้ ‘ชวนหลง’สมชื่อ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...