โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อัพเกรด 'ท่าเรือคลองเตย' พอร์ตซิตี้ที่เก่าเวลาเดิม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 มี.ค. 2566 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2566 เวลา 23.00 น.

ช่วงนี้จะเห็นความคิดเห็นหลากหลาย รวมถึงข้อเสนอ แนวคิดต่างๆ และสิ่งที่อยากเห็นจากรัฐบาลใหม่ หนึ่งประเด็นนั้นคือ เรื่องดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะลดปัญหาฝุ่นเสียฝุ่นละออง PM2.5

หนึ่งแนวคิดจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุไว้ว่า ช่วงใกล้เลือกตั้ง กทม.จึงหารือกันว่า เป็นโอกาสที่จะได้เสนอนโยบายให้กับทุกพรรคที่สนใจ คือ การย้ายท่าเรือคลองเตยออกจากกรุงเทพมหานครไปรวมที่แหลมฉบัง เพราะการย้ายท่าเรือจะช่วยลดจำนวนรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์กว่า 1 ล้านเที่ยวไม่แค่ลดจราจรติดขัด ลดความเสียหายของท้องถนน บริหารจัดการน้ำท่วมในอนาคตได้ดีขึ้น จะช่วยลดฝุ่น PM2.5 ด้วย

“ปัจจุบันมีตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาที่ท่าเรือคลองเตย 1 ล้านตู้ต่อปี รถบรรทุกไป-กลับ 2 ล้านเที่ยวต่อปี ทำให้จราจรติดขัด ถนนพัง ถ้าย้ายท่าเรือคลองเตยได้ จะทำให้จำนวนรถบรรทุกที่เข้า-ออกขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ลดลง เชื่อว่าลดแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ได้พอสมควร หากย้ายท่าเรือคลองเตยคงต้องย้ายไปแหลมฉบัง ท่าเรือน่าจะมีแผนอยู่แล้ว เราพูดในหลักการ คงต้องไปดูในรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เรื่องนี้เป็นแนวคิดอยากผลักดันให้เกิดขึ้น แต่ กทม.ไม่มีอำนาจในเรื่องนี้” ชัชชาติกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อดูรายละเอียดของแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองของรัฐบาล ก็มีการบรรจุเรื่องการปรับและย้ายท่าเรือคลองเตย โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการ

ดังนั้น ได้สอบถามความคืบหน้าไปยัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้รับการยืนยันว่า กทท.คงไม่ย้ายท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือคลองเตย และปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาพัฒนาท่าเรือให้มีประสิทธิภาพและสร้างรายได้มากยิ่งขึ้น มีเป้าหมายยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพท่าเรือกรุงเทพเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและลดต้นทุนโลจิสติกส์ เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล การขนส่งทางน้ำยังมีความจำเป็น กทท.จะบูรณาการร่วมกับผู้ประกอบท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและกรมเจ้าท่า ยกระดับท่าเรือรองกับการกระจายสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพ ต่อไปการขนส่งสินค้าไม่ต้องผ่านมายังท่าเรือกรุงเทพ แต่สามารถกระจายการขนส่งไปยังท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ส่วนเรือขนส่งขนาดใหญ่ปัจจุบันขนส่งไปยังท่าเรือแหลมฉบังอยู่แล้ว จะช่วยลดความแออัดการจราจรและปัญหาฝุ่นได้

“ทางผู้ว่าฯกทม.คงต้องการจะผลักดันเรื่องนี้ให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และรถติดในกรุงเทพฯ แต่การย้ายท่าเรือกรุงเทพไปท่าเรือแหลมฉบังก็ไม่จบและไม่ง่าย” แหล่งข่าวใน กทท.ระบุเสริม

แหล่งข่าว กทท.ยังเปิดเผยรายละเอียดที่ทำอยู่ว่า ปัจจุบัน กทท.มีแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่ทั้งหมด 2,353 ไร่ เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน ทั้งพัฒนาเชิงพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย และโลจิสติกส์ ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนแผนพัฒนาในภาพรวม หรือมาสเตอร์แพลนโครงการใหม่ เนื่องจากผลศึกษาเดิมศึกษาไว้เมื่อปี 2562 ในแผนเดิมกำหนดการพัฒนาพื้นที่ 3 โซน ได้แก่ 1.พัฒนาพื้นที่ด้านการค้า สำนักงาน ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์แสดงสินค้า นิทรรศการ ศูนย์การประชุม พื้นที่ค้าปลีก และธนาคาร ศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้า 2.พัฒนาธุรกิจหลักและการให้บริการท่าเรือกรุงเทพ และ 3.พัฒนาเมืองท่าเรือกรุงเทพติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เน้นการพัฒนาเมืองธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กของประเทศ ศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางน้ำ และเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์สาธารณะ รวมถึงพัฒนาอาคารมิกซ์ยูสครบวงจร มีช้อปปิ้งมอลล์ ที่จอดรถ และโรงแรม โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ รอการพิจารณาอนุมัติการปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองรวมจาก กทม. จากพื้นที่สีน้ำเงินกำหนดเป็นที่ดินประเภทราชการ สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ เป็นพื้นที่สีแดงพาณิชยกรรม กทท.ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการตามแผนเดิม แต่ทบทวนผลการศึกษาเพิ่มเติมให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ผลการศึกษาจะแล้วเสร็จในปี 2567 สำหรับพื้นที่ท่าเรือปัจจุบันมีอยู่ 943 ไร่ จะจัดสรรพื้นที่ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะพัฒนาเป็นซุปเปอร์พอร์ต และกรีนพอร์ต สำหรับการขนส่งสินค้ามีทั้งขนส่งแบบเดิมและออโต รวมถึงพัฒนาพื้นที่บางส่วนเป็นท่าเรือท่องเที่ยวทางน้ำ เช่น ท่าเรือครุยส์ เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ขณะที่การบริหารจัดการจราจรมีแผนจะสร้างทางด่วนเชื่อมทางด่วนบางนา-อาจณรงค์ (S1) กับท่าเรือคลองเตย ระยะทาง 2.25 กม. วงเงิน 2,400 ล้านบาท และสร้างทางรถไฟเชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบัง เป็นต้น

แหล่งข่าวกล่าวว่า ภายในปี 2566 กทท.มีแผนจะพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ จำนวน 2 แปลง เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในแผนแม่บท อยู่นอกรั้วศุลกากร ได้แก่ ที่ดิน 17 ไร่ ติดอาคารสำนักงาน กทท. มูลค่า 5,000 ล้านบาท และที่ดิน 15 ไร่ บริเวณโกดังสเตเดียม จะเปิดประมูลที่ดิน 17 ไร่ เป็นแปลงแรกภายในไตรมาส 2 ปี 2566 จะให้เช่าระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 ปี คาดว่าจะได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 1,800-2,000 ล้านบาท โดยรูปแบบพัฒนาโครงการจะเปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจนำเสนอแต่ให้มีการสนับสนุนกิจกรรมด้านโลจิสติกส์

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงคมนาคมย้ำอีกว่า ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันกระทรวงยังไม่มีความคิดจะย้ายท่าเรือคลองเตยออกไปจากพื้นที่ เนื่องจากยังมีสินค้าและผลิตภัณฑ์หลายชนิด ต้องนำมาส่งออก นำเข้า และคัดแยกสินค้าเพื่อกระจายต่อออกไปเป็นจำนวนมาก หากย้ายออกไป อาจกระทบกับภาวะการส่งออกและนำเข้าของประเทศได้

ส่วน ข้อกังวลเกี่ยวกับท่าเรือคลองเตย โดยเฉพาะเรื่องปัญหาจราจรแออัดจากการที่มีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เข้าออกเป็นจำนวนมากนั้น กทท.มีแผนบริหารจัดการในเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) ระยะทาง 2.25 กม. วงเงิน 2,400 ล้านบาท เป็นโครงการร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ปัจจุบันอยู่ระหว่างขออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และหารือร่วมกับ กทพ.ถึงสัดส่วนการร่วมลงทุนในโครงการนี้ หากโครงการสามารถดำเนินการได้ คาดว่ารับจราจรรถทุกชนิดได้ประมาณ 14,400 คันต่อวัน และ 2.แผนขนส่งทางน้ำที่จะใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นขนส่งสายหลัก เพื่อแบ่งเบาการจราจรทางบกและไม่ต้องผ่านท่าเรือคลองเตยอีก เรื่องนี้อยู่ระหว่างศึกษาแผนงาน

ขณะที่ ปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กระทรวงและ กทท.มีแผนจะปรับปรุงท่าเรือคลองเตยใหม่ เพิ่มความเป็นท่าเรือสีเขียวและในอนาคตจะยกระดับให้เป็นท่าเรือท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต จะทำให้ท่าเรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดมลพิษลงได้ ภายในปี 2566 จะดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือฝั่งตะวันตกเป็นท่าเรือกึ่งอัตโนมัติ วงเงิน 84 ล้านบาท ความคืบหน้าสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ให้ความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว และกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพิจารณา และเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท. ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อออกแบบรายละเอียดเป็นเงิน 66 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) เป็นเงิน 25 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง

นอกจากนี้ ได้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างสำนักผังเมือง กทม. ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กทม.ได้ปรับสีผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับที่จะประกาศใหม่ ย่านคลองเตยเป็นพื้นที่สีแดงตามที่ กทท.ยื่นเสนอให้สามารถพัฒนาที่ดิน 2,353 ไร่ เป็นพอร์ตซิตี้ แต่เนื่องจากต้องทำตามขั้นตอนกฎหมายผังเมืองใหม่ 2562 และมีการเปลี่ยนผู้ว่าฯกทม. จะต้องเริ่มดำเนินการใหม่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการผังเมืองรวมกรุงเทพฯ มีผู้ว่าฯกทม.เป็นประธานจะเห็นด้วยหรือไม่ เดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ จะนำร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ มีปรับปรุงข้อกำหนดใหม่บางส่วนให้รับกับนโยบายของผู้ว่าฯกทม.และสถานการณ์ปัจจุบัน เสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา จากนั้นจะปิดประกาศ 15 วัน ให้ผู้มีส่วนได้เสียปรับปรุงแก้ไขและประชุมประชาพิจารณาในเดือนกรกฎาคมนี้

ด้าน อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ได้ยินจากข่าวว่าทางผู้ว่าฯกทม.มีแนวคิดจะย้ายท่าเรือคลองเตย แต่ยังไม่ได้รับการประสานเพื่อหารือจากผู้ว่าฯกทม.แต่อย่างใด จึงยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมชัดเจน กระทรวงคมนาคมคงยึดระเบียบและกฎหมายเดิม เดินหน้าการพัฒนาพื้นที่ตามแผนแม่บทที่ กทท.อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเหมือนเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...