โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

"ศูนย์ประชุมสิริกิติ์" เผยโฉมใหม่ ขนาด 50 สนามฟุตบอล คืบหน้า 60%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 พ.ย. 2564 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2564 เวลา 10.50 น.

“FPT” เผย 5 ไฮไลต์ สร้างความแตกต่างและความเป็นสุดยอดศูนย์ประชุมที่ดีที่สุดในประเทศไทย สำหรับโครงการศูนย์ประชุมสิริกิติ์โฉมใหม่ ซึ่งมีความคืบหน้าแล้วกว่า 60% พร้อมมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามแผน โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการเดือนกันยายน 2565

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 นายวิทวัส คุตตะเทพ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายโครงการเชิงพาณิชยกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) กล่าวว่า FPT ได้รับความไว้วางใจจาก NCC ให้ร่วมพัฒนาคอนเซ็ปต์และบริหารงานก่อสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่ ที่มีความทันสมัยและปลอดภัยสูง รองรับการจัดอีเวนต์ทุกรูปแบบ ตลอดจนงานประชุมสำคัญระดับโลก ด้วยเป้าหมายหมายการเป็นโครงการศูนย์ประชุมระดับเวิลด์คลาสแห่งใหม่ของเอเชีย

โดยใช้คอนเซ็ปต์ สืบสาน รักษา ต่อยอด ในการออกแบบศูนย์ฯสิริกิติ์ให้มีความร่วมสมัย เพิ่มขนาดพื้นที่รวม 300,000 ตรม. ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า หรือ เทียบเท่ากับสนามฟุตบอลกว่า 50 สนาม

บริษัทฯ นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและองค์ความรู้ระดับนานาชาติของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ มาใช้พัฒนาโครงการ และทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมงานมืออาชีพหลากหลายแขนงเพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์ฯ สิริกิติ์โฉมใหม่นี้ จะมีคุณภาพและตามมาตรฐานเทียบเท่าระดับนานาชาติ

“แม้ว่าจะต้องเผชิญกับข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ที่มีรายละเอียดมาก และมีความท้าทายในการเสริมศักยภาพโครงการด้วยการเพิ่มชั้นใต้ดินกว่า 45% ของพื้นที่โครงการทั้งหมด สำหรับเป็นพื้นที่รีเทลและอาคารจอดรถ 3,000 คัน รวมทั้งมีอุปสรรคจากการล็อกดาวน์แคมป์ก่อสร้างในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2564 ร่วม 60 วัน แต่บริษัทยังคงสามารถรักษาไทม์ไลน์การก่อสร้างได้ตามแผน”

ปัจจุบันมีความคืบหน้ามากกว่า 60% มีกำหนดการเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2565 โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบช่วงเดือนมีนาคม จากนั้นเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมจะเริ่มทดสอบพื้นที่

ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ก่อสร้าง

นายวิทวัส กล่าวว่า เพื่อยกระดับศูนย์ฯ สิริกิติ์โฉมใหม่ให้เป็น The Ultimate Inspiring World Class Event Platform for All บริษัทฯ ได้เพิ่มไฮไลต์เด่น 5 ข้อ เพื่อสร้างความแตกต่างและความเป็นสุดยอดศูนย์ประชุมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ดังนี้

1. Accessibility การตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองบนถนนรัชดาภิเษก เชื่อมต่อแยกพระราม 4-รัชดา สามารถเข้าออกได้จาก 4 ถนนสำคัญของกรุงเทพฯ ได้แก่ ถ.พระราม 4 ถ.สุขุมวิท ถ.รัชดาภิเษก และ ถ.ดวงพิทักษ์ นอกจากนี้ยังเชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตรงถึงภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์

2. Safety มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากล พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยด้าน Life Safety เพื่อรองรับการจัดงานระดับโลกทุกรูปแบบ

3. Technology มีระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่สุดในประเทศไทยรองรับได้ถึงอนาคต (6G) มั่นใจว่าจะสามารถสนับสนุนการจัดอีเวนต์รูปแบบออนไลน์และไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถอำนวยความสะดวกการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้จัดงานและผู้เข้าชมได้อย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากนี้ ศูนย์ฯสิริกิติ์ได้ติดตั้งระบบเข้าใช้งานพื้นที่แบบไร้สัมผัส (Touchless Access) และใช้ระบบบริหารอาคารอัจฉริยะ (Intelligence Event Platform Management System) ในการควบคุมการให้บริการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด

ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ใหม่

4. Flexibility พื้นที่โครงการ 300,000 ตร.ม. ประกอบด้วย ฮอลล์ขนาดใหญ่ 2 ฮอลล์ ห้องสำหรับจัดประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ 2 ห้อง และ ห้องประชุมกว่า 50 ห้อง จึงมีความยืดหยุ่นในการรองรับความต้องการด้านอีเวนต์และงานประชุมทุกรูปแบบ ตอบโจทย์การเป็น Event Platform for All ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันภายในโครงการด้วยพื้นที่รีเทลที่เป็นแหล่งรวม Active Lifestyle ใหม่ของกรุงเทพฯ

5. Sustainability ศูนย์ประชุมแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่ผ่านมาตรฐานอาคารเขียว LEED ระดับ Silver ที่มีการวางแผนการพัฒนาตั้งแต่ต้นจนแล้วเสร็จ เน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 25% และวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้มากกว่า 75% การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์โดยรอบโครงการ และใช้อุปกรณ์อัตโนมัติเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์ประชุมแห่งเดียวที่ห้อมล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวผืนใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ “สวนป่าเบญจกิติ”

สำหรับความเสี่ยงในปัจจุบันคือเรื่องของสถานการณ์โควิด ซึ่งบริษัทได้วางแผนเชิงรุก โดยฉีดวัคซีนให้กับทีมงานต่าง ๆ 100% มีการตรวจ ATK อย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ 7-14 วัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดภายในโครงการ พร้อมกับการทำ bubble and seal ในส่วนของการประชุมเอเปค ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้า ศูนย์ฯสิริกิติ์ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก และเรามีความพร้อมที่จะรองรับการจัดประชุมเอเปคในปี 2565

ทั้งนี้ รายได้จากการบริหารโครงการดังกล่าว คิดเป็น 5% ของสัดส่วนรายได้หลักของ FPT กลุ่มธุรกิจเพื่อพาณิชยกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...