โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เทคนิคเพิ่มผลผลิตอ้อย 30 ตัน/ไร่

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 27 มิ.ย. 2565 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2565 เวลา 21.00 น.

“อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี ที่สร้างอาชีพและรายได้ที่ดีให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถาบันการศึกษา อาทิ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี ร่วมกันแบ่งปันความรู้เรื่องการปลูกดูแลอ้อยให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพตามความต้องการของโรงงาน การใช้นวัตกรรมเครื่องจักรกลทดแทนแรงงานคน เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้เรียนรู้กระบวนการผลิตอ้อยที่ถูกต้องเหมาะสม ตั้งแต่การเตรียมดิน การไถดิน การปลูกอ้อยโดยเครื่องปลูกอ้อย ชนิด 1 ร่อง 4 แถว ซึ่งเป็นการปลูกอ้อยระยะชิด และการปลูกระยะห่างแบบ 1 ร่อง 2 แถว ซึ่งทำให้การดูแลจัดการแปลงเป็นเรื่องง่าย เกษตรกรสามารถกำจัดวัชพืชด้วยรถไถระหว่างร่องและใส่ปุ๋ยในคราวเดียว ลดต้นทุนการใช้สารกำจัดวัชพืช

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้รถตัดอ้อย ร่วมกับเครื่องอัดใบอ้อย ลดการเผาเศษใบอ้อยเพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกในรอบต่อไป สำหรับเกษตรกรที่ผ่านการอบรมและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในแปลงเพาะปลูกของตัวเอง ก็ได้ผลผลิตอ้อยที่เพิ่มมากขึ้น และเกิดรายได้อย่างยั่งยืน

“เสถียร มาเจริญรุ่งเรือง”

ต้นแบบชาวไร่อ้อยมืออาชีพ

คุณเสถียร มาเจริญรุ่งเรือง นับเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่ประสบความสำเร็จด้านการประกอบอาชีพการเกษตร โดยคุณเสถียรช่วยครอบครัวทำไร่อ้อยตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ปัจจุบัน คุณเสถียรอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 378 บ้านด่านมะขามเตี้ย หมู่ที่ 1 อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โทร 085-685-2399 คุณเสถียรมีที่ดินทำกินกว่าพันไร่ ประกอบด้วย อ้อย ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง มะขามหวาน ยูคาลิปตัส ยางพารา ไผ่หวาน สะเดา และอื่นๆ

คุณเสถียรได้คิดค้น พัฒนา และปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตอ้อยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ขั้นตอนการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน การคัดเลือกสายพันธุ์อ้อย กระบวนการเพิ่มผลผลิต ขณะเดียวกัน คุณเสถียรได้ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่เป็นอ้อยแปลงใหญ่เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและคุ้มทุนที่สุด

คุณเสถียรมีประสบการณ์ทำงานในโรงกลึงเหล็ก จึงคิดค้นและออกแบบ หางปลูกอ้อย แบบ All In One (6 in 1) สำหรับการปลูกแบบ 1 ร่อง 4 แถว โดยไม่นำไปจดลิขสิทธิ์เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย ซึ่งหางปลูกอ้อย All In One ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ถังเก็บน้ำ ที่ทำแทนหลังคาเพื่อหยอดน้ำขณะปลูกอ้อย เกษตรกรสามารถสั่งทำได้เองตามโรงกลึงเหล็กทั่วไป ส่วนที่ 2 หางปลูกอ้อยที่มีกระบวนการทำงานพร้อมกัน 6 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1. เปิดร่องอ้อย 2. ลำเลียงท่อนพันธุ์อ้อยลงร่องที่เปิดไว้ 3. ใส่ปุ๋ย 4. ใส่น้ำ 5. กลบหน้าดินปิดร่องอ้อย และ 6. ลูกกลิ้ง กลิ้งทับหน้าดิน

เทคนิคเพิ่มผลผลิตอ้อย 30 ตัน/ไร่

คุณเสถียรประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตอ้อยให้ได้ 30 ตัน/ไร่ จากการทดลองปฏิบัติ โดยทำการปลูกแบบ 1 ร่อง 2 แถว และ 1 ร่อง 4 แถว พบว่าการปลูกแบบ 1 ร่อง 4 แถว ทำให้ได้ผลผลิตที่ดีและคุ้มทุนที่สุด

คุณเสถียรแนะนำให้เกษตรกรชาวไร่บริหารจัดการแปลงอ้อย โดยคำนึงถึง 4 ส่วน คือ ดิน น้ำ เขตกรรม และพันธุ์อ้อย เกษตรกรควรปรับปรุงดิน น้ำ อากาศ แสงแดด สภาพแวดล้อม ให้มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช และใส่ใจบำรุงพืชให้มีความสมบูรณ์อยู่เสมอ เพื่อให้พืชมีความแข็งแรง ทนทานต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช

คุณเสถียรได้ทำการทดสอบสายพันธุ์อ้อยจากสายพันธุ์ 10 สายพันธุ์ พบว่าสายพันธุ์ที่มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกแบบ 1 ร่อง 4 แถว คือ สายพันธุ์ k92-213 มีการปรับวิธีปลูกช่วงเดือนปลูก โดยใช้องค์ความรู้บนแห้ง ล่างชื้น ไม่ต้องกำจัดวัชพืชทำให้ลดต้นทุนการเพาะปลูก

ปลูกอ้อยข้ามแล้ง ด้วยระบบน้ำหยอด

นอกจากนี้ คุณเสถียรยังเป็นผู้คิดค้นความรู้การปลูกอ้อยข้ามแล้งด้วยระบบน้ำหยอด รวมถึงร่วมประสานงานกับหน่วยงานราชการทั้งในและนอกพื้นที่เพื่อสร้างแหล่งน้ำในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก โดยใช้อาคารทดน้ำแล้วปล่อยน้ำลงสู่ที่ต่ำด้านล่างเข้าพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกร

เกษตรกรชาวไร่นิยมปลูกอ้อยข้ามแล้งในสภาพดินทราย โดยปรับปรุงบำรุงดินและใช้ไถระเบิดดินดานเพื่อเก็บกักน้ำไว้ในดินให้มากที่สุดก่อนหมดฤดูฝน หลังจากนั้นประมาณเดือนตุลาคมจึงทำการปลูกอ้อยโดยทยอยยกร่องและปลูกทันทีเพื่อรักษาความชื้นหลังยกร่องไว้ให้มากที่สุด

สำหรับไร่อ้อยที่ปลูกในสภาพดินเหนียว หากปลูกตามฤดูกาลปกติ มักเริ่มปลูกประมาณเดือนเมษายน หรือเดือนพฤษภาคม แต่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในเขตภาคกลางหรือภาคตะวันตก ที่เป็นเขตดินเหนียว นิยมร่นระยะเวลาปลูกให้เร็วขึ้นมาอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ โดยใช้เทคนิคน้ำหยอดหรือน้ำราด เริ่มจากขั้นตอนการเตรียมดินให้ประณีตก่อนใช้รถปลูกบดอัดดินตามร่องปลูกให้แน่นเพื่อให้น้ำที่ราดลงไปตามร่องปลูกเก็บความชื้นได้นานที่สุด เพื่อให้อ้อยงอกขึ้นมาได้

คุณเสถียรได้ตัดแปลงหลังคารถแทรกเตอร์มาเป็นหลังคาที่ใช้เป็นที่บรรจุน้ำได้ถึง 1,500 ลิตร พร้อมทั้งพัฒนาเครื่องปลูกให้สามารถปลูกได้ครั้งละ 4 แถว โดยใช้แถวปลูกที่ระยะเท่ากับ 0-25-55-80 เซนติเมตร ตามลำดับ และมีอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันท่อนพันธุ์อ้อยไหลเข้าไปหากันในระหว่างชักร่องปลูกด้วยการประดิษฐ์หางปลูกอ้อยแบบ 1 ร่อง 4 แถว วิธีนี้ช่วยเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 30 ตัน/ไร่ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ท่อนพันธุ์มากถึง 4 ตัน/ไร่ แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ข้อได้เปรียบของการปลูกอ้อยโดยใช้น้ำหยอดคือ อ้อยงอกได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องเสียแรงงานในการปลูกซ่อมมากเหมือนวิธีการปลูกต้นฤดูฝนทั่วๆ ไป หากปลูกตั้งแต่เดือนธันวาคมหรือเดือนมกราคม อ้อยสามารถเติบโตคลุมดินได้ในช่วงต้นฤดูฝน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องสารกำจัดวัชพืชได้มาก ระหว่างที่อ้อยเติบโตในช่วงแรกจะไม่มีวัชพืชขึ้นมารบกวนเพราะหน้าดินแห้ง

หากฝนต้นฤดูตกล่าช้า สามารถใช้ไถระเบิดดินดานกรีดระหว่างร่องปลูกพร้อมหยอดน้ำลงไปอีก 1 ครั้ง ในอัตราไร่ละ ประมาณ 6,000 ลิตร สามารถช่วยให้อ้อยเจริญเติบโตข้ามช่วงแล้งได้อย่างสม่ำเสมอ หากมีวัชพืชขึ้นในช่วงที่อ้อยยังไม่โตคลุมดินก็ใช้รถกำจัดวัชพืชระหว่างแถวได้เช่นกัน การปลูกอ้อยข้ามแล้งโดยระบบน้ำหยอดให้ผลผลิตสูงถึง 30 ตัน/ไร่ เมื่อเทียบกับผลผลิตโดยเฉลี่ยทั้งประเทศ 10-13 ตัน/ไร่

จากผลงานโดดเด่นที่ผ่านมา ทำให้คุณเสถียรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ในฐานะปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2561 ทุกวันนี้ คุณเสถียรยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมในตำแหน่งประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอาชีพและยกระดับรายได้ของเกษตรกรชาวจังหวัดกาญจนบุรีให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป

แหล่งที่มาข้อมูล

1. รศ.ดร.ประสิทธิ์ ใจศีล มหาวิทยาลัยขอนแก่น เอกสารประกอบการฝึกอบรมโครงการจัดทำต้นทุนผลผลิตและถ่ายทอดความรู้เพื่อลดต้นทุนการผลิตอ้อยของเกษตรกร ในปีเพาะปลูก 2557/58 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล

2. ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2561 กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...