ILM ทุ่ม 95 ล้าน พลิกโฉม ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ หาดใหญ่’ รับเศรษฐกิจภาคใต้ฟื้นตัวหลังน้ำท่วม
เร่งกลยุทธ์ Reset & Reposition ปรับโมเดลสู่ Lifestyle Mall พื้นที่ 11,000 ตร.ม. บนทำเลศักยภาพสูง ขานรับอานิสงส์บิ๊กโปรเจกต์ภาครัฐ Landbridge และรถไฟทางคู่ไทย-มาเลเซีย ดันกำลังซื้อขยายตัว ตั้งเป้าดึงกลุ่มลูกค้าและนักท่องเที่ยว ดันยอดขายพุ่งแตะ 30 ล้านบาทต่อเดือน
4 มิถุนายน 2569 - นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM เปิดเผยว่า สาขาหาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 8 ไร่ บนถนนเพชรเกษม ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งถือเป็นทำเลจุดยุทธศาสตร์สำคัญของภาคใต้ เนื่องจากเป็นหัวเมืองเศรษฐกิจที่มีประชากรหนาแน่น มีกำลังซื้อสูง และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรวมกว่า 4–5 ล้านคนต่อปี
ในแง่ของปัจจัยหนุนทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานและนโยบายรัฐบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความเชื่อมั่นในระยะยาวของพื้นที่นี้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) : การเชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ผ่านโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมสองฝั่งทะเล (Landbridge)
- การคมนาคมขนส่ง : โครงการรถไฟทางคู่เส้นทางหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระยะทาง 215 กิโลเมตร ที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย ผลักดันให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าและเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
- การท่องเที่ยวและบริการ : การฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านกลยุทธ์ Event Tourism และการขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองไมซ์ (MICE City) ระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ อำเภอหาดใหญ่ยังมีความหนาแน่นของประชากรสูงที่สุดในภาคใต้ตอนล่าง โดยในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ประมาณ 147,000–150,000 คน และเมื่อรวมประชากรแฝงกลุ่มวัยทำงานและนักศึกษาจะสูงถึง 300,000–400,000 คน ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรอยู่ที่ประมาณ 147,000–155,000 บาทต่อปี ซึ่งจัดเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อระดับกลางถึงสูง
ในด้านตลาดต่างชาติ หาดใหญ่ยังคงได้รับอานิสงส์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70-80% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด รองลงมาคือสิงคโปร์และอินโดนีเซีย โดยส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาลต่างๆ ซึ่งสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ได้ราว 600 ล้านบาทต่อช่วงเทศกาล ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นแรงหนุนสำคัญให้แก่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
อย่างไรก็ดีการปรับโฉมสาขาหาดใหญ่ครั้งใหญ่ในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อปี 2558 ครั้งนี้บริษัทได้อัดงบลงทุนกว่า 95 ล้านบาท ภายใต้กลยุทธ์ "Reset & Reposition" พลิกโฉมพื้นที่กว่า 11,000 ตารางเมตร สู่รูปแบบ Lifestyle Mall เพื่อรองรับการฟื้นตัวของกำลังซื้อในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงภาคการท่องเที่ยว หลังจากผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2568 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้เข้าใช้บริการ (Traffic) และสร้างยอดขายได้ราว 30 ล้านบาทต่อเดือน
"การปรับโฉมสาขาหาดใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นการ 'Reset & Reposition' เพื่อเดินหน้าไปอีกขั้น ในฐานะภาคเอกชนที่ร่วมเป็นอีกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเมืองหาดใหญ่และจ.สงขลากลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม… คาดว่าการปรับโฉมครั้งนี้จะช่วยเพิ่ม Traffic ให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น จะสามารถดันยอดขายราว 30 ล้านบาทต่อเดือน ตามเป้าหมายที่วางไว้"
สำหรับการปรับโฉมครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย
- การปรับรูปลักษณ์และดีไซน์สินค้า (NEW LOOK & PRODUCT DESIGN) : ปรับปรุงพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้มีความหลากหลายครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ระดับพรีเมียมไปจนถึงระดับแมส พร้อมทั้งเพิ่มโซนสินค้าตามเทรนด์ปัจจุบัน เช่น อุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (PET ACCESSORY) และสินค้าเพื่อความยั่งยืน (Eco Product)
- การยกระดับบริการ (NEW EXPERIENCE) : เพิ่มโซน DESIGN STUDIO ออกแบบห้องเสมือนจริงเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) และกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) รวมถึงเพิ่มบริการ VIP Lounge, บริการงานช่างครบวงจร (Index Home Service) และห้องละหมาดเพื่อรองรับวัฒนธรรมในพื้นที่
- การส่งเสริมการขาย (NEW OFFERS) : จัดแคมเปญสิทธิประโยชน์และกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรสถาบันการเงิน ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 29 กรกฎาคมนี้ โดยตั้งเป้าหมายจะขยายฐานสมาชิก JOY Member เพิ่มขึ้น 10% จากเดิมที่มีฐานสมาชิกในพื้นที่สงขลาและจังหวัดใกล้เคียงอยู่ราว 73,200 ราย