โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ตลาดมือถือโลก" ดิ่งรอบ 13 ปี วิกฤตชิปหน่วยความจำ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตลาดสมาร์ตโฟนโลกไตรมาส 2 หดตัวร้อยละ 11 ต่ำสุดสำหรับช่วงเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2013 หลังผู้ผลิตชิปเทกำลังผลิตให้ศูนย์ข้อมูลเอไอ

ตลาดสมาร์ตโฟนโลกเผชิญแรงกดดันหนักในไตรมาส 2 หลังยอดจัดส่งลดลงร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับต่ำที่สุดสำหรับไตรมาส 2 นับตั้งแต่ปี 2013 หรือในรอบ 13 ปี ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่ยืดเยื้อ และราคามือถือที่ปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค

ข้อมูลประมาณการเบื้องต้นจากเคาน์เตอร์พอยต์ รีเสิร์ช ระบุว่า ราคาชิปหน่วยความจำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ให้ความสำคัญกับคำสั่งซื้อจากศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ มากกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนต้องแบกรับต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และเริ่มส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้ซื้อด้วยการปรับราคาขาย โดยเฉพาะโทรศัพท์ระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคามากที่สุด

ซัมซุงกลับขึ้นเป็นผู้นำตลาดโลกอีกครั้ง ด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 24 โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายสมาร์ตโฟนเรือธงตระกูลกาแล็กซี เอส 26 การบริหารสต็อกสินค้าได้ดีขึ้น และการปรับราคาที่น้อยกว่าคู่แข่งในตลาดสำคัญ เช่น อินเดียและตะวันออกกลาง

ด้านแอปเปิลสามารถสวนกระแสตลาด โดยยอดจัดส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และทำส่วนแบ่งตลาดโลกสูงเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 20 ในไตรมาสดังกล่าว แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการไอโฟนระดับพรีเมียมที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงการที่บริษัทยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่า แอปเปิลอาจหลีกเลี่ยงแรงกดดันด้านต้นทุนได้ยาก และมีโอกาสปรับราคาผลิตภัณฑ์ขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หากราคาชิปหน่วยความจำยังไม่ลดลง

ขณะที่ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจีน ได้แก่ เสียวหมี่ ออปโป้ และวีโว่ มียอดจัดส่งลดลงมากที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ 5 อันดับแรก เนื่องจากพึ่งพาตลาดโทรศัพท์ระดับเริ่มต้นและระดับกลางในสัดส่วนสูง จึงได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาและกำลังซื้อที่ชะลอตัวมากกว่าแบรนด์พรีเมียม

เคาน์เตอร์พอยต์ยังคงคาดการณ์ว่า ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกตลอดทั้งปีอาจลดลงประมาณร้อยละ 14 และปัญหาขาดแคลนชิปหน่วยความจำมีแนวโน้มลากยาวไปถึงปี 2027

วิกฤตครั้งนี้สะท้อนว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจเอไอไม่ได้สร้างผลดีต่อทุกอุตสาหกรรม เพราะขณะที่บริษัทเทคโนโลยีเร่งลงทุนศูนย์ข้อมูล ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคกลับต้องแข่งขันแย่งชิงชิปในตลาดเดียวกัน

หากต้นทุนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางและราคาประหยัดอาจหดตัวรุนแรงยิ่งขึ้น และผู้บริโภคอาจเลือกใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมนานกว่าเดิม ส่งผลให้ปีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...