โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปิดฉากหยุดยิง 4 ปี ซาอุดีอาระเบีย ปะทะ ฮูตี ส่อแววเปิดแนวรบใหม่ ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบียตอบโต้หลังเกิดการโจมตีในสนามบินที่กรุงซานาเพื่อขัดขวางไม่ให้เครื่องบินจากอิหร่านลงจอด ส่อแววเปิดแนวรบใหม้ท่ามกลางความไม่สงบนตะวันออกกลาง

“กลุ่มฮูตี” ในเยเมนยิงขีปนาวุธโจมตี “ซาอุดีอาระเบีย” โดยอ้างว่าซาอุดีอาระเบียได้โจมตีสนามบินแห่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีเมื่อวานนี้ (13 กรกฎาคม) ปิดฉากข้อตกลงหยุดยิงโดยพฤตินัยที่ดำเนินมาเกือบ 4 ปี ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยในเวลาต่อมา กองกำลังผสมของซาอุดีอาระเบีย ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า กองทัพสามารถสกัดขีปนาวุธที่ กองกำลังของฮูตียิงโจมตีบริเวณพื้นที่ตอนใต้ของประเทศได้

ทำไมความขัดแย้ง ซาอุดีอาระเบีย-ฮูตี ถึงสำคัญ ?

การโจมตีตอบโต้ของฮูตีและซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ถือเป็นการเผชิญหน้าข้ามพรมแดนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 และเป็นสัญญาณว่า ข้อตกลงหยุดยิงโดยพฤตินัย หรือ unofficial truce ที่ดำเนินมานาน 4 ปี กำลังล่มสลายลง ซึ่งหากความขัดแย้งทางทหารระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีกลับมาปะทุอีกครั้ง ก็อาจยิ่งซ้ำเติมความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเพิ่มความเสี่ยงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะขยายวงกว้างขึ้นมากทั่วภูมิภาค

ขณะที่ มีรายงานว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย (MBS) ไดเแจ้งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับปฏิบัติการดังกล่าว พร้อมทั้งขอการสนับสนุนจากสหรัฐฯ สะท้อนว่าซาอุดีอาระเบียกังวลว่าความขัดแย้งกับกลุ่มฮูตีอาจลุกลามเป็นสงครามขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องอาศัยทั้งการสนับสนุนทางทหารและการทูตจากสหรัฐฯ เพื่อรับมือ

ต้นเหตุคือ “เครื่องบินอิหร่าน”

กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ควมคุมพื้นที่ทางตอนเหนือของเยเมน แต่ขณะเดียวกันทางฝั่ง “รัฐบาลเยเมน” ซึ่งได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าเป็นผู้โจมตีรันเวย์สนามบินในกรุงซานา เพื่อป้องกันไม่ให้ “เครื่องบินจากอิหร่าน” ลงจอดเนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดอธิปไตยของประเทศ

จนในเวลาต่อมาโฆษกกองทัพเยเมนเปิดเผยว่า เครื่องบินอิหร่านลำดังกล่าวได้ลงจอดที่สนามบินโฮเดดาห์ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฮูตีแทน แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีความพยายามที่จะสกัดกั้นการลงจอดของเครื่องบินอิหร่านที่สนามบินโฮเดดาห์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงซานาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 150 กิโลเมตร ด้วยหรือไม่

ขณะที่ กลุ่มฮูตีเรียกการโจมตีดังกล่าวว่าจากฝั่งรัฐบาลเยเมนภายใต้การสนับสนุนของซาอุดีอาระเบียว่าเป็น “การรุกรานอย่างโจ่งแจ้ง” พร้อมประกาศว่าสิ้นสุดช่วงเวลาของการลดระดับความตึงเครียดแล้ว โดยที่ฮูตียังได้เตือนสายการบินต่างๆ ไม่ให้บินในน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบียจนกว่าการปิดล้อมสนามบินซานาจะถูกยกเลิก

ด้าน ยาห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า เป้าหมายการโจมตีตอบโต้ของฮูตีกลับไปยังซาอุดีอาระเบีย คือสนามบินนานาชาติในเมืองอับฮา (Abha) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของจังหวัดทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียที่มีพรมแดนติดกับเยเมน และเป็นจุดหมายพักผ่อนยอดนิยมของชาวซาอุฯ ในช่วงฤดูร้อน

สงครามเยเมนเสี่ยงปะทุอีกครั้ง

เยเมนเผชิญสงครามกลางเมืองและสงครามตัวแทนระหว่างมหาอำนาจภายนอกมานานกว่าทศวรรษ หลังกลุ่มฮูตียึดกรุงซานาและบีบให้รัฐบาลที่ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติต้องย้ายฐานควบคุมไปยังภาคใต้ของเยเมน

จนในปี 2015 ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำกองกำลังผสมเข้าร่วมทำสงครามกับกลุ่มฮูตี ส่งผลให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก แต่สถานการณ์กลับมารุนแรงอีกครั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังเกิดกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางใต้ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้ายึดพื้นที่หลายแห่ง ทำให้กองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเกิดความแตกแยก

แม้จะมีเหตุปะทะเป็นระยะ แต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีที่เริ่มขึ้นในปี 2022 ยังคงมีผลเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าภูมิภาคจะเผชิญความตึงเครียดจากสงครามอิสราเอล–ฮามาส รวมถึงความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เหตุรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นได้เพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งบริเวณชายแดนใต้ของซาอุดีอาระเบียจะปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์สงบลงภายหลังการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านต่อพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ และการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในความขัดแย้งกับอิหร่านเมื่อเดือนเมษายน

แม้ในขณะนี้ ซาอุดีอาระเบียจะยังคงสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีท่อส่งน้ำมันจากฝั่งตะวันออกไปยังชายฝั่งทะเลแดงทางตะวันตก ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซเหมือนหลายประเทศในอ่าวอาหรับ แต่หากความขัดแย้งกับกลุ่มฮูตีขยายวงกว้าง ก็อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงซึ่งฮูตีเคยใช้เป็นเป้าหมายโจมตีมาแล้วในอดีต และจนถึงขณะนี้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ในประเด็นดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...