โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PLANET #3 ปรินซ์แฮร์รี‘ลงโทษ’เสด็จพ่อตามเคย: จะไม่พา ‘อาร์ชี-ลิลิเบต’ ไปเข้าเฝ้าแล้ว หลังกริ้วรินน้ำตาเพราะไม่ได้รถตำรวจนำขบวนคุ้มกันตลอดห้าวันในอังกฤษ

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ดราม่าโรคจิตเที่ยวใหม่ล่าสุดที่ ปรินซ์แฮร์รี พระราชโอรสองค์เล็กแห่งสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงป่วนวังหลวง อีกทั้งดวงใจของพสกนิกรชาวอังกฤษตลอดเดือนมิถุนายน 2026 จดจนปัจจุบันนี้ คือ ทรงสร้างกระแสไฝว้หัวชนฝาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะทำให้ตนเองได้รถตำรวจนำขบวนขณะเดินทางไปทำภารกิจต่างตลอด 5-10 วันในประเทศอังกฤษ ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ของหลายค่ายสื่อใหญ่ยักษ์พากันประณามปรินซ์แฮร์รีว่า “ทรงนำพระโอรสพระธิดาไปเป็นเบี้ยต่อรอง”

การวางหมากกลในหนนี้ ปรินซ์ทรงประสบความสำเร็จเพียงเสี้ยวส่วนเดียว ความเป็นน้องเล็กแฮร์รีผู้เอาแต่ใจจึงแผลงฤทธิ์เข้าเล่นงานพระราชบิดา โดยที่ว่าหลังจากหนึ่งสัปดาห์ซึ่งพระองค์กับเมแกน มาร์เคิล ไปซุ่มเงียบอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งของยุโรป ในวันเสาร์เมื่อวานนี้ (4 กรกฎาคม) ทรงออกปฏิบัติการลงโทษเสด็จพ่อ อันเป็นอะไรที่สื่อมากมายเหน็บแนมไว้ในรายงานข่าวว่า น่าเบื่อหน่ายระอาใจ ในเวลาเดียวกัน คะแนนสงสารจากประชาชนในอังกฤษเทกันไปให้กำลังใจแก่คิงชาร์ลส์

ปมปัญหารถตำรวจนำขบวนที่ปรินซ์แฮร์รีทรงเซ้าซี้จะเอาจากรัฐบาลอังกฤษให้จงได้ ทั้งๆ ที่ทรงหมดสิทธิ์ไปตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งทรงย้ายถิ่นฐานไปยังรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ก็เพียรพยายามต่อสู้ในชั้นศาลนานหลายปีนั้น ไปถึงขั้นตอนที่หน่วยงานของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะพิจารณาว่า พระองค์และพระครอบครัวมีความเสี่ยงเพียงใด ที่จะสมควรได้รับการอารักขาจากตำรวจ

“Palace Confidential” รายการสนทนาข่าวในพระราชสำนักประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2026 โดยทีมบรรณาธิการของเดลิเมลออนไลน์ ได้ข้อมูลมาว่าสืบเนื่องจากที่ปรินซ์แฮร์รีทรงมีพระภารกิจเป็นประธานการเปิดฉากนับถอยหลัง 365 วันสู่มหกรรมการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศของนานาทหารผู้ไม่ยอมพ่ายแพ้ “อินวิคตัสเกมส์ ครั้งที่ 10” ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2026 พระองค์จึงทรงเคลื่อนไหวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยนำส่งข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายไปยังรัฐบาลอังกฤษว่า มีกลุ่มก่อการร้ายมากกว่า 10 รายที่เตรียมจะโจมตีพระองค์ และดังนั้น จึงขอรับแพ็กเกจการอารักขาคุ้มกัน 24 ชั่วโมงตลอดทริป

ขณะที่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวออกมาจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมินั้น ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าวสร้างดราม่าโลกสวยอย่างเอิกเกริกว่า ในโอกาสที่ปรินซ์แฮร์รี พระองค์จะเสด็จพิธีเปิดตัว “อินวิคตัสเกมส์ ครั้งที่ 10 ปี 2027” ณ นครเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 10 กรกฏาคม 2026 พระองค์จะพาพระโอรสและพระธิดาไปเข้าเฝ้าพระราชบิดา เพื่อที่เสด็จปู่จะได้อุ้มชูมุ้งมิ้งกับปรินซ์อาร์ชีและปรินเซสลิลิเบตผู้เป็นพระราชนัดดาให้สมกับความคิดถึง หลังจากที่ไม่ได้พบปะกันราว 4 ปี

พอถึงวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ทีมประชาสัมพันธ์ของปรินซ์แฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ส่งข่าวไปยังบรรดาสื่อทั้งปวง ยืนยันข่าวลือ พร้อมระบุไว้แผ่วๆ กับบางค่ายว่า ทั้งนี้พระครอบครัวเดอะซัสเซกซ์ต้องได้รับแพ็กเกจการคุ้มกันอารักขาและรถตำรวจนำขบวน

ฝ่ายต่างๆ พากันฮือฮา โดยสายโลกสวยพากันเชียร์ให้เรื่องนี้นำไปสู่การสมานฉันท์ ขณะที่สายรู้ทันลีลาและแท็กติกของพระตำหนักมอนเตซิโตแห่งแคลิฟอร์เนีย อาทิ ริชาร์ด อิเดน แห่งเดลิเมลออนไลน์ บรรณาธิการสายข่าวหมายกำหนดการสำนักพระราชวัง ได้วิเคราะห์ดักคอไว้เลยว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เอาพระโอรสพระธิดาเป็น “ตัวล่อ” ให้คิงชาร์ลส์และรัฐบาลอังกฤษเดินเข้าไป “ติดกับดัก” แห่งการจำใจจะต้องอนุมัติการคุ้มกันอารักขาเต็มแพ็กเกจให้แก่ปรินซ์แฮร์รีและดัชเชสเมแกน

ซึ่งบ.ก.ริชาร์ด อิเดน กล่าวไว้ตรงๆ ว่าปรินซ์ทรงเอาเด็กมาเป็นเครื่องมือกดดันเยี่ยงนี้ได้อย่างไร ไม่สมควรอย่างยิ่ง

ด้านรีเบคกา อิงลิช บรรณาธิการข่าวพระราชสำนักของค่ายสื่อมวลชนเดียวกัน ชี้ประเด็นว่า บริษัทเอกชนที่รายงานภัยอันตรายและความเสี่ยงมากมายของปรินซ์แฮร์รี รับเงินค่าจ้างจากปรินซ์!! ในเวลาเดียวกัน หน่วยงาน Royal And VIP Executive Committee หรือ RAVEC แห่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งเป็นเจ้าภาพภารกิจวิเคราะห์ความจำเป็นและเหมาะสมที่จะอนุมัติแพ็กเกจคุ้มกันอารักขา ก็มีหน่วยสืบราชการลับต่างๆ ช่วยตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น MI5 ไปจนถึงหน่วยความมั่นคงอื่นๆ

ดังนั้น การที่ RAVEC ตรวจสอบรายงานจากปรินซ์แฮร์รีแล้ว และมิได้อนุมัติแพ็กเกจคุ้มกันอารักขา ก็น่าจะเพราะว่ามันไม่มีความจริงจัง ทั้งนี้ ถ้าวังหลวงกลัวเบาะแสทุกอย่าง ประชาชนย่อมจะไม่ได้เห็นสมาชิกพระราชตระกูลทรงออกทำพระราชภารกิจทั้งปวง

แนวปฏิบัติที่เป็นมาคือ การไว้ใจในการดำเนินงานของ RAVEC และทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า ปรินซ์แฮร์รีทรงเลือกที่จะก้าวออกจากสำนักพระราชวัง และตัดสินพระทัยเดินทางไปประทับในสหรัฐฯ ปรินซ์ก็ย่อมจะต้องยอมรับผลพวงแห่งการตัดสินพระทัยว่าสิทธิ์ที่เคยได้รับนั้น สูญสิ้นไปแล้ว บ.ก.รีเบคกาชี้ประเด็นไว้อย่างนั้น

นอกจากข้อมูลของโต๊ะสนทนาในรายการ Palace Confidential ของเดลิเมลออนไลน์แล้ว ยังมีข้อมูลจากโต๊ะสนทนาของรายการ Royal Exclusive ของเดอะซัน สื่อใหญ่ยักษ์อีกแห่งหนึ่งในอังกฤษ ซึ่งเชิญ มาร์ก โดลัน แห่ง Talk TV ร่วมสนทนาด้วยกันในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม

โดยมาร์ก โดลัน เล่าในตอนหนึ่งถึงบทสนทนากับอดีตหัวหน้าทีมพระองครักษ์ของปรินเซสไดอาน่าผู้ล่วงลับ ซึ่งเล่าไว้ตรงๆ เกี่ยวกับความกระหายเกียรติยศในใจปรินซ์แฮร์รี ดังนี้

การมีทีมตำรวจติดอาวุธครบครันมาอารักขานั้น มันเป็นสถานการณ์ที่หรูสง่าและยิ่งใหญ่ ปรินซ์แฮร์รีจึงทรงต่อสู้สุดๆ แบบกัดไม่ปล่อย ตามประสา “ตัวสำรอง” ที่ต้องการจะได้รับทุกสิ่งซึ่งว่าที่กษัตริย์ทรงได้รับ

ปรินซ์แฮร์รีทรงปวดร้าวหนักหนา เพราะได้การอารักขาเฉพาะวันเข้าเฝ้าคิง จึงประกาศ “ไม่” พาลูกๆ ไปมุ้งมิ้งกับคิงชาร์ลส์ละ ดังนั้นปมที่ว่าทรงใช้เด็กเป็นเครื่องมือ จึงเป็นเรื่องจริง

พลันที่เดอะซัสเซกซ์ทราบว่าแผนดีแผนเด็ดแผนโลกสวย ที่ทรงโปรโมทว่าจะพาปรินซ์อาร์ชี (7 พรรษา) และปรินเซสลิลิเบต (5 พรรษา) ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระอัยกาที่กรุงลอนดอนในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม ปรากฏผลลัพธ์ที่ไม่พระองค์ไม่ปรารถนา ปรินซ์แฮร์รีก็ทรงฟาดงวงฟาดงาเข้าใส่พระราชบิดา

โดยรัฐบาลอังกฤษแจ้งว่า จะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันและขบวนรถตำรวจอารักขาถวายพระองค์ เฉพาะในส่วนที่พระครอบครัวจะเดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เท่านั้น โดยจะไม่ให้ในส่วนของกิจกรรมอื่นๆ ในห้วง 5-10 วันที่ปรินซ์ประทับอยู่ในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นพระภารกิจการกุศลของพระองค์ หรือบรรดากิจกรรมส่วนพระองค์ทั้งปวง ปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดและน่ารังเกียจของปรินซ์ก็พลุ่งพล่านให้ทราบกันทั่วหน้าในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายนผ่านการแจ้งข่าวออกไปว่า ปรินซ์จะทบทวนความตั้งใจที่จะพาพระโอรสพระธิดาไปเข้าเฝ้าคิงชาร์ลส์ ซึ่งนั่นเป็นการเล่นงานพระราชบิดาด้วยคำขู่จะไม่พาลูกๆ ไปให้อุ้มให้กอดแล้ว

เสียงยี้ดังสนั่นไปทั่ว ถ้อยคำดราม่าโลกสวยว่าอยากให้พระโอรสพระธิดาได้ใกล้ชิดกับพระเจ้าอัยกานั้น สูญสลายไป “ดั่งตลกคาเฟ่” พร้อมกับถูกแทนที่ด้วยฉายาว่า ดราม่าโรคจิต

บรรดาผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์แห่งสารพัดค่าย พากันรายงานข่าวในแนวนี้ไม่ว่าจะเป็นเดอะซัน เดลิเมลออนไลน์ ทอล์กทีวี ฯลฯ เพราะปฏิกิริยาของปรินซ์แฮร์รีแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทรงใช้พระโอรสพระธิดาเป็นเครื่องมือบีบรัฐบาล เพื่อให้ตนเองได้รับเกียรติยศแห่งการมีรถตำรวจนำขบวน ทรงมิได้จริงใจจะสมานฉันท์ใดๆ เลย เมื่อทรงไม่ได้รับรถตำรวจนำขบวน พระราชบิดาก็จะไม่ได้พบกับพระราชนัดดา

“เคยคิดว่าปรินซ์แฮร์รีต่ำตมจนไม่อาจจะตมต่ำย่ำแย่กว่าที่เป็นมา… แต่การกระทำอันอัปลักษณ์ล่าสุดนี้ น่าตกใจอย่างยิ่ง สงสารพระราชบิดาของปรินซ์เหลือเกิน” เดลิเมลออนไลน์สาดคำประณามใส่พระราชโอรสองค์เล็กของคิงชาร์ลส์อย่างนั้น!!

ในเวลาเดียวกัน ยังมีการติเตียนปรินซ์แฮร์รีด้วยคำรุนแรงว่าทำตัวเป็น “ดราม่าโรคจิต” พอไม่ได้ผลประโยชน์ดั่งปรารถนา ก็อาละวาด ความอดทนของสำนักพระราชวังบัคกิงแฮมต่อดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ที่ฟาดงวงฟาดงาครั้งแล้วครั้งเล่านั้น ใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว

ทั้งนี้ ปรินซ์แฮร์รีทรงปักใจจริงๆ จังๆ ว่า พระราชบิดาทรงมีอำนาจล้นพ้น เพียงแค่กดโทรศัพท์ไปยังกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ก็สั่งให้มีการอนุมัติแพ็กเกจการอารักขาพระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่แก่ปรินซ์ และพระชายาเมแกน ตลอดจนพระโอรสพระธิดาได้ทันที

โดยปรินซ์ทรงไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ของระบบที่ระบุชัดเจนว่า การอารักขาเต็มแพ็กเกจที่พระองค์เคยได้รับตั้งแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งทรงย้ายถิ่นฐานไปประทับในสหรัฐอเมริกา เป็นแพ็กเกจที่รัฐบาลถวายให้เฉพาะแก่สมาชิกพระราชวงศ์ผู้ทรงงานถวายองค์พระประมุขเท่านั้น

ดิเอ็กซ์เพรสและสื่อค่ายใหญ่อื่นๆ พากันรายงานว่า ปรินซ์แฮร์รีทรงกรรแสงขณะที่แจ้งให้ เมแกน มาร์เคิล ผู้เป็นพระชายาทราบเรื่อง ซึ่งเมื่อคำนึงถึงปฏิกิริยาที่ปรินซ์ทรงโต้กลับด้วยการไม่ให้พระราชบิดาได้พบกับเจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลิเบต ก็จะยืนยันคำวิจารณ์ของผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ที่ระบุว่าปรินซ์แฮร์รี ณ วัย 40 พรรษา ยังทรงมีวุฒิภาวะของเด็กเอาแต่ใจ ซึ่งจะเหวี่ยงอารมณ์ใส่คุณพ่อคุณแม่เพื่อเอาชนะ

เนื่องจากกระแสสังคมพากันวิจารณ์ถล่มปรินซ์แฮร์รีอย่างอื้ออึง ท่าทีของพระครอบครัวเดอะซัสเซกซ์ลดความเกรี้ยวกราดลงบ้าง โดยให้ข่าวออกไปว่ากำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยยังยืนหยัดกับข้ออ้างว่าหวั่นเกรงพระชายาและพระโอรสพระธิดาจะได้รับภัยอันตรายขณะอยู่ในอังกฤษ

เช่น แนวทางอันเวอร์วังเป็นที่เอือมระอาของสื่อมวลชนอังกฤษว่า อาจจะพาบินเข้าลอนดอนตอนเช้า แล้วรีบพาขึ้นเครื่องบินออกพ้นอังกฤษในตอนเย็น

ในการนี้ ในห้วงสิบกว่าวันที่ผ่านมา พระครอบครัวซัสเซกซ์ปล่อยข่าวอันน่าเคลือบแคลงว่าเดินทางไปพักร้อนที่ยุโรปแล้วเงียบกริบเข้ากลีบเมฆไปเลย และถูกเดอะซันแซวว่าปรินซ์แฮร์รีทรงประทับอยู่กับดัชเชสเมแกนและลูกๆ ในย่านลึกลับของยุโรป โดยยังทบทวนทางเลือกต่างๆ

ปรินซ์แฮร์รีทรงตัดสิทธิ์พระราชบิดา ไม่ให้ได้พบปะกับ ‘อาร์ชี-ลิลิเบต’ แต่คิงชาร์ลส์ทรงสะเทือนพระทัย? ในเมื่อคราวเสด็จเยือนริกา ก็ไม่ทรงจัดเวลาให้ปรินซ์พาลูกเข้าเฝ้า

ด้านนาน่า อากัว นักวิเคราะห์ข่าวพระราชวงศ์แห่งค่ายจีบีนิวส์ ทำนายอย่างแม่นยำแต่เผ็ดร้อนเกี่ยวกับปรินซ์แฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ดังนี้

ดยุกเด็กเลวนิสัยเสียคงจะอาละวาดเขวี้ยงของเล่นออกจากรถเข็นเด็กทารกอีกรอบหนึ่งเร็วๆ นี้

คำทำนายของนาน่า อากัว ถูกต้องอย่างยิ่งยวด ในช่วงบ่ายๆ เย็นๆ วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม มีการแจ้งข่าวไปยังบรรดาสื่อใหญ่น้อยทั้งปวงว่า ปรินซ์อาร์ชีและปรินเซสลิลิเบตจะไม่เข้ากรุงลอนดอน โดยปรินซ์แฮร์รีจะเดินทางตามลำพังไปร่วมกิจกรรมรายการหนึ่งของ Invictus Games 2027 ซึ่งจะมีขึ้นในกรุงลอนดอน

หรือก็คือการยืนยันว่า คิงชาร์ลส์จะทรงถูกปรินซ์แฮร์รีตัดสิทธิ์มิให้ได้พบกับพระราชนัดดาพระองค์น้อย ซึ่งความหมายในระหว่างบรรทัดก็อาจตีความได้ว่า หากคิงชาร์ลส์ทรงคิดถึงอาร์ชีกับลิลิเบต ก็คงจะต้องเสด็จไปหาที่นครเบอร์มิงแฮม

ในการนี้ ปรินซ์ลดกำหนดการลงราวครึ่งหนึ่ง จากเดิม 10 วัน เหลือเพียง 5 วัน โดยในวันจันทร์ 6 กรกฎาคม จะเดินทางเข้ากรุงลอนดอนเพียงลำพังพระองค์เดียว

ส่วนสำหรับดัชเชสเมแกนกับปรินซ์อาร์ชีและปรินเซสลิลิเบต อาจจะเดินทางเข้าอังกฤษในครึ่งหลังของสัปดาห์ และไปสมทบกับพระสวามีในวันงานเปิดตัวอินวิคตัสเกมส์ เคาท์ดาวน์ 2027 ในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ศกนี้

เดลิเมลออนไลน์ได้รับข้อมูลมาด้วยว่า ปรินซ์แฮร์รีจะพาพระครอบครัวไปร่วมกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการเยี่ยมหลุมศพเจ้าหญิงไดอานาที่เคาน์ตีนอร์ทแฮมตัน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอน 60 ไมล์

ทั้งนี้ ปรินซ์แฮร์รียังกริ้วจัดไม่แผ่ว ที่ทรงไม่ได้การคุ้มกันอารักขาจากตำรวจแบบ 24 ชั่วโมงต่อวัน และ 7 วันต่อสัปดาห์

สาเหตุส่วนหนึ่งที่พูดกันคือ เมแกน มาร์เคิล ชมชอบอย่างยิ่งที่ได้เป็นดาวเด่นในสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับมหกรรมอินวิคตัสเกมส์ ทั้งการถูกถ่ายรูปและการได้เป็นข่าว เธอจะตามเสด็จพระสวามีไปแสดงบทบาทเฉิดฉายในงานใหญ่นี้เป็นประจำทุกปี

อย่างไรก็ตาม ในเดือนมิถุนายน 2022 ที่เธอและปรินซ์แฮร์รีกลับเข้ากรุงลอนดอนและร่วมพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบรอบ 70 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เธอกับพระสวามีถูกประชาชนดักโห่ และในปลายปีเดียวกัน ทั้งสองเปิดตัวซีรีส์ใหม่ป้อนให้แก่ค่ายเน็ตฟลิกซ์ ชื่อเรื่องว่า Harry & Meghan ซึ่งกลายเป็นซีรีส์สุดอื้อฉาว เต็มไปด้วยการใส่ร้ายป้ายสีสถาบันกษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกล่าวหาว่าสถาบันกษัตริย์อังกฤษเป็นพวกเหยียดผิว ส่งผลให้เธอถูกยี้ใส่อย่างสาหัส

ดังนั้น ดัชเชสเมแกนจึงถูกฝ่ายต่างๆ จับตาว่า เธออาจจะหวั่นใจไม่กล้าเหยียบแผ่นดินอังกฤษ เพราะกลัวความโกรธแค้นของประชาชน แต่การมีรถตำรวจนำขบวนก็เป็นความอุ่นใจ

แต่เหนือกว่านั้นคือ เมแกน มาร์เคิล มีความเจ้าคิดเจ้าแค้นในระดับที่สูงอย่างยิ่ง การมีรถตำรวจนำขบวนขณะที่เธอก็นั่งเชิดคออยู่ในรถอย่างปลอดภัย คือชัยชนะและความเหนือกว่าผู้คนทั้งปวง

น่าจะด้วยเหตุนี้ สาธารณชนจึงได้เห็นว่า ปรินซ์แฮร์รีทรงต่อสู้สุดๆ แบบกัดไม่ปล่อยในอันที่จะได้รับการอารักขาและได้รถตำรวจนำขบวน

อารมณ์อย่างนี้สอดคล้องกับความรู้สึกของผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ โดยในครั้งหนึ่งเมื่อเดือนมิถุนายน รีเบคกา อิงลิช บ.ก.ข่าวสำนักพระราชวัง เคยเตือนว่า หากเมแกน มาร์เคิล ซึ่งทำร้ายสถาบันกษัตริย์ และทำลายเกียรติภูมิของประเทศอังกฤษ สามารถเดินทางไปๆ มาๆ ในอังกฤษโดยมีรถตำรวจนำขบวนให้ความอารักขา นั่นจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้หมู่พสกนิกรไม่สามารถจะอดทนต่อไปได้

ความวุ่นวายที่ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ก่อกวนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ทั้งสองถูกเรียกว่าเป็น “คณะละครสัตว์” ที่น่าเบื่อน่ารำคาญ อีกทั้งยังถูกเย้ยหยันว่าหิวแสง

กองทัพนักวิจารณ์พากันติเตียนว่า ถ้าจะพาพระโอรสพระธิดาไปเยี่ยมคิงชาร์ลส์ ก็สามารถนัดหมายกันเป็นการภายใน และเดินทางมาอังกฤษโดยไม่ต้องประกาศข่าว ซึ่งก็จะตัดเรื่องความเสี่ยงจะถูกประชาชนรวมตัวกันดักโห่เหยียดหยาม

เดลิเมลออนไลน์ชี้ให้เห็นจุดน่ารำคาญของความละครสัตว์แห่งปรินซ์แฮร์รีกับเมแกนว่า ป่วนสังคมหนักมาก เพราะอันที่จริงแล้ว ทั้งสองไม่จำเป็นจะต้องสร้างข่าวอัปลักษณ์ใดๆ ให้ระคายใจสาธารณชนเลย

โดยเริ่มเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ทีมประชาสัมพันธ์ของพระตำหนักมอนเตซิโต ออกมาให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนว่าปรินซ์กับพระชายาและลูกๆ จะเดินทางมาอังกฤษในงานเปิดตัวอินวิคตัสเกมส์ 2027

แต่เวลาผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็มาแก้ไขข่าวว่าพระโอรสพระธิดาจะไม่มาด้วยแล้ว เพราะรัฐบาลอังกฤษไม่ให้แพ็กเกจการคุ้มกันอารักขา

อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ก็แก้ไขข่าวอีก โดยบอกว่าดัชเชสเมแกนกับลูกๆ จะไม่มาอังกฤษพร้อมปรินซ์แฮร์รี โดยจะตามมาภายหลังกันหลายวัน แต่จะไม่เข้ากรุงลอนดอนเพราะจะตรงไปยังเบอร์มิงแฮม

และในระหว่างนั้น ปรินซ์แฮร์รีทรงมีภารกิจอย่างน้อย 3 รายการ ได้แก่

*อีเวนต์ขององค์การกุศลแวลล์ไชล์ด

*อีเวนต์ขององค์การกุศลสก็อตตีส์ ลิตเทิล โซลเจอร์ส

*การขึ้นศาลคดีทรงฟ้องสื่อมวลชน ซึ่งพระองค์กล่าวหาว่า เดลิเมล ใช้วิธีผิดกฎหมายในการผลิตรายงานข่าวและสกู๊ป ในการนี้ หากพระองค์แพ้ ก็จะต้องควักกำปั่นออกมาหลายล้านปอนด์กันเลยทีเดียว

ที่ผ่านมา ปรินซ์แฮร์รีทรงสร้างภาพโลกสวยว่าอยากจะพาลูกๆ มารู้จักความเป็นประเทศอังกฤษอันเป็นบ้านเมืองที่พระองค์ทรงเติบโตขึ้นมา และพาไปเยี่ยมหลุมศพของคุณย่าไดอานาในนอร์ทแฮมเชอร์ ซึ่งอยู่บนเกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบ

แต่ด้วยภาพลักษณ์ความเป็นศัตรูของประเทศ เมื่อปรินซ์ทรงเปิดโปงตนเองว่า ทรงไม่ได้ปรารถนาจริงจังที่จะพาเจ้าชายและเจ้าหญิงพระองค์น้อยไปพบกับเสด็จปู่ พอปรินซ์กริ้วว่าไม่ได้รับรถตำรวจนำขบวน ก็ทรงเลิกเล่นละครรักพ่อ

สิ่งที่ตามมาคือประชาชนเกือบ 4,000 รายแห่กันเข้าไปเขียนคอมเมนต์ประณามปรินซ์ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง แล้วไปถึงหนึ่งหมื่นรายภายใน 7 ชั่วโมง โดยในบรรดาคอมเมนต์ติเตียนประณามทั้งปวง มีการเย้ยหยันว่าครอบครัวของปรินซ์เป็นครอบครัวกำมะลอ เด็กทั้งสองไม่ใช่สายเลือดของปรินซ์ บางคอมเมนต์ถามแรงแทงใจว่า ปรินซ์ทรงถูกคนเกลียดชังมหาศาลขนาดนี้ จะสร้างเหตุให้ถูกประณามบ่อยๆ เพื่ออะไร

ประเด็นต่อไปที่สังคมรอดูคือ ในเมื่อปรินซ์ทรงเหวี่ยงอารมณ์ร้ายกาจใส่พระราชบิดาไม่จบไม่สิ้น และทรงไม่มีพระราชนัดดาไปเป็นข้ออ้างขอเข้าเฝ้า ปรินซ์จะได้พบปะและทูลขอการสนับสนุนทางการเงินล่ะหรือ

ที่ผ่านมา ดยุกและดัชเชสไม่ได้ผลิตผลงานให้คู่สัญญาธุรกิจอย่างสปอติฟาย เพนกวิน และเน็ตฟลิกซ์ ตามที่คุยไว้ตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา และจึงถูกยกเลิกดีลพร้อมกับเสียชื่อเสียงสาหัสว่าดีแต่พูด ใครลงทุนด้วยก็จะบาดเจ็บทางการเงินโดยทั่วหน้า ดังนั้น ทั้งสองจึงสูญเสียแหล่งรายได้ไปทั้งหมด

ครั้นเมแกน มาร์เคิล มาลงทุนสร้างแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค ชื่อว่า As Ever ในคอนเซปต์ซื้อของถูก นำไปติดสลากงดงามและตั้งราคาสูงเสียดฟ้า ทำให้ได้ยอดขายน้อย และจึงประสบภาวะขาดทุนรุนแรง

ปัญหาที่ตามมาอย่างเรื้อรังตั้งแต่ปลายปี 2023 คือ เงินทองและสภาพคล่องอยู่ในภาวะขัดสน ไม่เพียงพอจะเจือจุนพระไลฟ์สไตล์หรูหราระดับมหาเศรษฐีพันล้าน ถึงขั้นที่ดัชเชสเมแกนผู้ฟุ่มเฟือยดั่งสามล้อถูกหวย สวมใส่เสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าเครื่องประดับแบรนด์เนมไปออกงานคราวละหลายพันหลายหมื่นนดอลลาร์ ก็ต้องยอมปรับตัวลงมาใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ดังเห็นได้ว่าการเดินทางจากแคลิฟอร์เนียไปยังออสเตรเลียในปีนี้ ทั้งสองใช้เครื่องบินพาณิชย์ชั้นบิสซิเนส อันเป็นการหั่นค่าใช้จ่ายให้ต่ำลงอย่างฮวบฮาบ จากเมื่อปี 2022 ที่ดัชเชสจะโกรธมากหากไม่ได้เดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตเหมาลำ

ล่าสุดในเดือนสองเดือนนี้ มีการให้เบาะแสจากบางสื่อว่า เกิดความเคลื่อนไหวในการนำแหวนราคาหลายล้านดอลลาร์ของอดีตเจ้าหญิงไดอานาไปหมุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง เมื่อจู่ๆ เกิดมีข่าวผุดขึ้นนำเสนอว่าบริษัทจิวเวลรีชั้นนำของโลกได้รับแหวนดังกล่าวไปตรวจสอบพิสูจน์ทราบว่าเป็นแหวนของไดอานาจริง นอกจากนั้น ยังคาดกันว่าอาจเป็นไปได้ว่า การส่งมอบจะเกิดขึ้นในยุโรป ซึ่งทำให้การพักร้อนครั้งนี้ ปราศจากการอวดภาพถ่ายชีวิตแพงหรูเลิศล้ำขึ้นบนโซเชียลมีเดีย ดั่งที่ดัชเชสเมแกนจะดำเนินการเป็นประจำ

หากเป็นความจริง (ซึ่งมิใช่อาชญากรรม แค่เป็นความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง) ความเคลื่อนไหวนี้จะช่วยแก้ปัญหาเพียงชั่วคราว เพราะถ้าไม่ปรับโครงสร้างการจับจ่ายใช้สอยอย่างจริงจังเข้มงวด ดยุกกับดัชเชสก็จะทรนงเป็นโดมผู้จองหอง ทำร้ายน้ำพระทัยพระราชบิดาได้อีกไม่นาน

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความสัมพันธ์กับพระราชบิดา “ปรินซ์ต้องรักษาความเกี่ยวโยงอย่างเหนียวแน่นแข็งปั้กกับพระราชตระกูลในอังกฤษ เพื่อที่จะเป็นบารมีให้ผู้คนทางสหรัฐฯ เห็นว่าพระองค์มีคุณค่าควรแก่การคบหาและทำธุรกิจด้วยกัน คนอเมริกันเห็นคุณค่าของปรินซ์แค่เรื่องที่ว่าพระองค์เป็นลูกไดอานา เพราะพวกอเมริกันเห็นมูลค่าของปรินซ์เฉพาะแค่เพียงว่า พระองค์เข้าถึงพระราชตระกูลได้ ดังนั้น ปรินซ์กับเมแกนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องลิงก์กับพระราชบิดา” แหล่งข่าวของเดลิเมลออนไลน์ในเครือธุรกิจเน็ตฟลิกซ์ วิเคราะห์ไว้อย่างนั้น

คำสรุปเบื้องต้นสำหรับดราม่าโรคจิตเที่ยวนี้ ที่ปรินซ์แฮร์รีน่าจะใกล้ซาโตริ คือ โลกของพระองค์กับพระราชบิดาได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้ว นับจากที่ปรินซ์ทรงเชื่อเมียมากกว่าเชื่อพ่อ พระองค์ได้ทำให้เสด็จพ่อทรงวางอุเบกขากับชะตากรรมของพระองค์

คอลัมน์ PLANET No.3

โดย รัศมี มีเรื่องเล่า

(ที่มา: เดลิเมลออนไลน์ เดอะซัน ดิเอ็กซ์เพรส จีบีนิวส์ ทอล์กทีวี Palace Confidential Royal Exclusive)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...