โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัญญาณอันตราย! ยาเสพติดรุกหนักโรงเรียนในสุรินทร์ พบเริ่มเสพตั้งแต่ชั้น ป.6

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ข้อมูลจากโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ สะท้อนสถานการณ์ยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน หลังตรวจปัสสาวะนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 100 คน พบสารเสพติดเกือบ 30 คน และเกือบครึ่งเป็นนักเรียนหญิง

นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ และโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม ลงพื้นที่ประชุมหารือ รับฟัง และประมวลผลปัญหาอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ก่อนที่คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา จะลงพื้นที่ศึกษาดูงานใน จ.สุรินทร์ ระหว่างวันที่ 5-6 มิ.ย. นี้

จากนั้น ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด และศึกษาโครงการปรับเปลี่ยนพฤตินิสัยผู้ถูกควบคุมความประพฤติ ระยะเวลา 15 วัน ประจำปีงบประมาณ 2569 “ค่ายรู้…รัก (Sense and Love) รุ่นที่ 1” ที่อุทยานธรรม อตุโลสำราญนิเวศน์ ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก่อนเดินทางไปยังกองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.สุรินทร์ เพื่อเยี่ยมผู้เข้าร่วมสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กรมการปกครอง ซึ่งมีระยะเวลาฟื้นฟู 120 วัน
สถานฟื้นฟูดังกล่าวดำเนินงานตามหลักสูตรเฉพาะกิจของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ และไม่กลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก โดยมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ดูแลตลอดระยะเวลาการฟื้นฟู พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ยาเสพติดที่ทวีความรุนแรง จนถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ที่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเกิดเหตุฆาตกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้เสพยาเสพติดที่มีอาการหลอนทางจิตประสาทหลายคดี
ระหว่างการลงพื้นที่ นายรุจิภาส ได้พูดคุยกับผู้เข้ารับการฟื้นฟูหลายราย หนึ่งในนั้นคือเยาวชนชายอายุ 19 ปี ชาว อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเปิดเผยว่าเริ่มเสพตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังลาออกจากโรงเรียนช่วง ม.2 ปัจจุบันกำลังศึกษา กศน. และเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูโดยสมัครใจ
เยาวชนรายดังกล่าวยอมรับว่า ยาเสพติดยังคงแพร่ระบาดอย่างหนักในชุมชนและสถานศึกษา โดยระบุว่าเคยเห็นเด็กนักเรียนเริ่มเสพยาตั้งแต่ชั้น ป.6 และมีการลักลอบเสพภายในโรงเรียน โดยเฉพาะตามห้องน้ำหรือแอบออกไปซื้อระหว่างเรียน นอกจากนี้ยังยอมรับว่าเคยขายยาให้กับเด็กนักเรียนมาก่อน
“มีตั้งแต่ ป.6 เริ่มเสพกันแล้ว แก้ปัญหายาก ขนาดโรงเรียนใหญ่ ๆ ยังห้ามไม่ได้ ครูไม่รู้เพราะเด็กแอบเสพในห้องน้ำ หรือแอบออกไปซื้อยา” เยาวชนรายดังกล่าวกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปัญหายาเสพติดได้ลุกลามสู่กลุ่มเยาวชนมากขึ้น โดยเฉพาะนักเสพหน้าใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 12-15 ปี หรือช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นวัยที่มีความเสี่ยงต่อการทดลองใช้สารเสพติด
ทั้งนี้ มีข้อมูลจากโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ที่นำเด็กนักเรียนกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีพฤติกรรมหนีเรียน จำนวน 100 คน ทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย เข้าร่วมโครงการอบรมของทางอำเภอ ก่อนตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลปรากฏว่าพบนักเรียนมีสารเสพติดในร่างกายเกือบ 30 คน และเกือบครึ่งหนึ่งเป็นนักเรียนหญิง
แหล่งข่าวระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลจากโรงเรียนแห่งเดียวเท่านั้น ขณะที่ผู้บริหารโรงเรียนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี แต่ยังมีสถานศึกษาอีกหลายแห่งที่ไม่เปิดให้เข้าตรวจคัดกรอง เนื่องจากกังวลเรื่องภาพลักษณ์และชื่อเสียงของโรงเรียน
นายรุจิภาสกล่าวว่า จะนำข้อมูลและปัญหาที่ได้รับจากการลงพื้นที่เข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงาน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน ซึ่งกำลังกลายเป็นนักเสพหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวลในหลายพื้นที่ของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนโทษหนัก! นำสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส แลกเป็นเงินสด มีความผิดฐาน “ฉ้อโกง”

ประกาศเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สัญญาณอันตราย! ยาเสพติดรุกหนักโรงเรียนในสุรินทร์ พบเริ่มเสพตั้งแต่ชั้น ป.6

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...