โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประกันสุขภาพที่คุ้มครองการรักษาทั้ง IPD และ OPD ดีอย่างไร?

Thaiger

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 22.38 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

การทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายตั้งแต่การเข้ารับการตรวจรักษาทั่วไป ไปจนถึงการรักษาที่ต้องเข้าพักในโรงพยาบาล การเปรียบเทียบประกันสุขภาพทั้งสองรูปแบบจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา เพื่อให้สามารถเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการและการใช้ชีวิต

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าการเลือกประกันที่ครอบคลุมทั้ง OPD และ IPD มีข้อดีอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกซื้อประกันให้เหมาะกับความต้องการของคุณ

ประกันสุขภาพที่คุ้มครองทั้ง IPD และ OPD ดีอย่างไร

ประกันสุขภาพ IPD และ OPD

ปัจจุบันการเลือกแผนประกันที่ครอบคลุมทั้ง IPD และ OPD ในกรมธรรม์เดียว ถือเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพมีความต่อเนื่องและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมีประโยชน์และข้อดีที่น่าสนใจดังนี้

เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น

หลายคนถ้าไม่มีประกัน OPD มักจะทนอาการป่วยเพราะไม่อยากเสียเงินค่าตรวจ ส่งผลให้อาการที่ควรได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นลุกลามมากขึ้น การมีประกัน OPD จึงช่วยให้สามารถเข้าพบแพทย์ ตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งมีส่วนช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูแลครบ “เจ็บน้อย-หนัก” ก็อุ่นใจ

ประกันสุขภาพที่คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD ช่วยให้การดูแลสุขภาพมีความต่อเนื่อง ตั้งแต่การรักษาอาการทั่วไปในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกรณีที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

ลดภาระการจ่ายเงินก้อน

ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาล การมีความคุ้มครองแบบ IPD จะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ขณะที่ OPD ช่วยดูแลค่ารักษานอกเหนือจากการนอนโรงพยาบาล ซึ่งการมีความคุ้มครองทั้งสองรูปแบบจึงช่วยกระจายภาระค่าใช้จ่าย และลดผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินได้

เพิ่มอิสระในการเลือกสถานพยาบาลมากขึ้น

แผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้ง OPD และ IPD มักมาพร้อมเครือข่ายสถานพยาบาลที่หลากหลาย ทำให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความสะดวกและความเหมาะสม

ข้อควรพิจารณาในการเลือกแผนประกัน มีอะไรบ้าง

ประกันสุขภาพ

1. เลือกโรงพยาบาลและค่าห้องให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

ควรพิจารณาโรงพยาบาลที่คุณตั้งใจจะไปใช้บริการเป็นหลัก เพื่อนำมาคำนวณค่าห้องและวงเงินความคุ้มครองให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริง วิธีนี้จะช่วยลดภาระส่วนต่างที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

2. เลือกบริษัทที่มีความมั่นคงในระยะยาว

ประกันสุขภาพส่วนใหญ่มักเป็นสัญญาเพิ่มเติมที่ผูกกับประกันชีวิต ซึ่งให้ความคุ้มครองยาวนานจนถึงอายุ 80-90 ปี การเลือกบริษัทที่มีฐานะการเงินที่มั่นคง จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าบริษัทมีความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ตามสัญญาในอนาคต

3. ตรวจสอบสวัสดิการเดิมที่มีอยู่

เช็กสิทธิจากสวัสดิการปัจจุบัน เช่น ประกันกลุ่มของบริษัท หากพบว่าวงเงินค่ารักษาหรือความคุ้มครองโรคร้ายแรงยังไม่เพียงพอต่อการรักษาในระยะยาว คุณก็สามารถทำประกันสุขภาพโรคร้ายแรง เพื่อรับความคุ้มครองเพิ่มเติม

4. วางแผนงบประมาณสำหรับเบี้ยประกันสุขภาพในวัยเกษียณ

เบี้ยประกันสุขภาพส่วนใหญ่มักปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ เนื่องจากความเสี่ยงด้านสุขภาพที่มากขึ้น ดังนั้นควรวางแผนงบประมาณและเตรียมเงินสำรองไว้ตั้งแต่วัยทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีกำลังส่งเบี้ยประกันต่อเนื่องไปจนถึงยามเกษียณ

5. สิทธิประโยชน์ทางภาษี

สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปีทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

6. เลือกแผนที่ใช่ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

การเลือกประกันสุขภาพที่ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิต ช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสี่ยงจริง โดยไม่ต้องเสียค่าเบี้ยประกันไปกับส่วนเกินที่ไม่จำเป็น

ตัวอย่างเช่นหากคุณเป็นสายสุขภาพที่ไม่ค่อยเจ็บป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล การเลือกแผนแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) จะช่วยลดภาระค่าเบี้ยประกันรายปีให้ถูกลงได้

หมายเหตุ :

  • แผนประกันของแต่ละบริษัทจะมีรายละเอียดและจำนวนค่าความรับผิดส่วนแรกที่แตกต่างกัน ควรศึกษาเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

เปรียบเทียบประกันสุขภาพ IPD และ OPD ต่างกันอย่างไร

ประกันสุขภาพแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ ผู้ป่วยนอก (OPD)และ ผู้ป่วยใน (IPD) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบประกันสุขภาพ IPD และ OPD จะมีความแตกต่างกันทั้งด้านรูปแบบการรักษา ระยะเวลา และลักษณะค่าใช้จ่าย โดยแต่ละแบบถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสถานการณ์ทางสุขภาพที่ต่างกัน

ประกันสุขภาพแบบ OPD (ผู้ป่วยนอก)

OPD (Out-Patient Department) คือ ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บหรืออาการป่วย ณ แผนกผู้ป่วยนอก หรือแผนกฉุกเฉิน โดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องเข้าพักรักษาพยาบาลค้างคืนในโรงพยาบาล/สถานพยาบาล หรือพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน

ประกันสุขภาพแบบ IPD (ผู้ป่วยใน)

IPD (In-Patient Department) คือ ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล/สถานพยาบาลต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง โดยเป็นไปตามการวินิจฉัยที่เห็นสมควรของแพทย์ผู้รักษา

ประกันสุขภาพที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกในระดับพรีเมียม จาก Allianz Ayudhya

แผนประกันสุขภาพ เฟิร์สคลาส @บีดีเอ็มเอส จาก อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต คุ้มครองครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกในระดับพรีเมียม ดูแลค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายตามจริง สูงสุด 120 ล้านบาทต่อรอบปีกรมธรรม์ ในโรงพยาบาล หรือคลินิกของเครือ BDMS รวมทั้งคุ้มครองค่ารักษาเชิงป้องกันทั้งค่าฉีดวัคซีน และค่าตรวจสุขภาพประจำปี

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผน ประกันสุขภาพ จาก อลิอันซ์ อยุธยาได้ที่ www.allianz.co.th หรือทาง LINE Official Account: @AZAYfan เพราะแผนสุขภาพที่ดี ไม่ได้จบแค่มี…แต่ต้องใช้เป็น และพร้อมรับมือกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

หมายเหตุ

  • เงื่อนไข ความคุ้มครอง และผลประโยชน์ เป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • ลูกค้าควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจสมัครทำประกันชีวิต และประกันภัย

เลือกประกันสุขภาพ IPD และ OPD เพื่อความอุ่นใจในระยะยาว

การเปรียบเทียบประกันสุขภาพระหว่างความคุ้มครองแบบ IPD และ OPD ช่วยให้สามารถเลือกแผนประกันที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม โดยในปัจจุบันมีแผนประกันที่ออกแบบให้ครอบคลุมทั้งสองรูปแบบ เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยบริหารค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมและหลากหลาย อลิอันซ์ อยุธยาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยแผนประกันสุขภาพที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับความต้องการและงบประมาณ เพื่อช่วยเสริมความอุ่นใจในระยะยาว

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

  • Website: www.allianz.co.th
  • Facebook: Allianz Ayudhya [https://www.facebook.com/AZAYfan/]
  • LINE: Allianz Ayudhya [@azayfan]
  • Youtube: Allianz Ayudhya [https://www.youtube.com/user/AZAYfan]
  • Tiktok: Allianz Ayudhya [https://www.tiktok.com/@allianz_ayudhya]

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ allianz.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผ่านศูนย์บริการลูกค้า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต โทร. 1373 และศูนย์บริการลูกค้า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...