โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หมายเลขสองรองจากสีจิ้นผิง? 'ไช่ฉี'เขาใหญ่แค่ไหนและทำไมจึงได้ร่วมโต๊ะกับประธานาธิบดีจีนและทรัมป์

The Better

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

ในงานเลี้ยงรับรองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง โต๊หลักของงานเลี้ยงประกอบไปด้วย สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีของประเทศ คนที่นั่งข้างสีจิ้นผิงคือทรัมป์ (ไปทางซ้าย) ตามด้วย หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

ข้ามมาฝั่งซ้ายต่อจากสีจิ้นผิงคือ เดวิด เพอร์ดู เอกอักคราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศจีน ตามด้วย ไช่ฉี (蔡奇) สมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน สมาชิกสำนักเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ลำดับที่หนึ่ง) ผู้อำนวยการสำนักทั่วไปคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเลขานุการคณะทำงานขององค์กรส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

ตำแหน่งที่ยาวเหยียดนี้อาจทำให้ผู้คนไม่เข้าใจว่า ไช่ฉี "ใหญ่แค่ไหน" สื่อตะวันตกบางแห่งจึงอธิบายสั้นๆ ว่า เขาคือ Chief of Staff ของสีจิ้นผิง หรือจะให้ง่ายลงไปอีกก็คือเขาเป็น "มือขวา" ของสีจิ้นผิง

บางสื่อเรียกเขาว่าเป็น Eminence grise หรือ "ผู้มีอิทธิพลในฐานะที่ปรึกษาทางการเมืองอย่างไม่เป็นทางการ"

ดังนั้นเพื่อที่จะเข้าใจแกนหลักของกลไกการปกครองจีน นอกจากสีจิ้นผิงแล้วก็ควรจะรู้จักไช่ฉีไว้อีกคนด้วย

ไช่ฉี เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน สำเร็จการศึกษาจากภาควิชาการเมือง จากมหาวิทยาลัยครูฝูเจี้ยน และได้รับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย และปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เขาเข้าเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์ในช่วงที่อยู่ในมหาวิทยาลัยนี่เองในช่วงทศวรรษที่ 70

ตั้งแต่ปี 1983 ถึงปี 1999 ไช่ฉี ทำงานให้กับคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลฝูเจี้ยนและเมืองซานหมิงเป็นเวลา 16 ปี โดยดำรงตำแหน่งสูงสุดคือนายกเทศมนตรีเมืองซานหมิง ในช่วงเวลานั้น สีจิ้นผิงก็ทำงานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยนเช่นกัน

ต่อมา สีจิ้นผิงย้ายไปประจำการที่มณฑลเจ้อเจียง โดยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลเจ้อเจียงในเดือนพฤศจิกายน ปี 2002 ในช่วงเวลานั้น ไช่ฉีรับหน้าที่บริหารเมืองฉวีโจวและไทโจวตามลำดับ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของสีจิ้นผิง

เมื่อสีจิ้นผิงถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนมีนาคม 2007 ไม่นาน ไช่ฉีก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง

ในปี 2013 สีจิ้นผิง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ ในปีต่อมาก็ได้ย้ายไช่ฉีไปประจำที่สำนักงานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง อันเป็นเป็นหน่วยงานปฏิบัติการของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง และเป็นหน่วยงานปฏิบัติการของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ความสำคัญของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง ก็คือเป็นหน่วยงานตัดสินใจและประสานงานของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน อยู่ภายใต้เลขาธิการใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (สีจิ้นผิง) โดยตรง รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำกับดูแลและนำในด้านการทหาร ความมั่นคงสาธารณะ การทูต และข่าวกรองที่ครอบคลุมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ กระทรวงยุติธรรม ตำรวจติดอาวุธ สำนักข่าวกรองของกรมเสนาธิการร่วมของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง สำนักประสานงานของกรมงานการเมืองของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง กองกำลังไซเบอร์ของกองทัพปลดปล่อยประชาชน กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานข้อมูลสภาแห่งรัฐ และหน่วยงานอื่นๆ ด้านความมั่นคงล้วนอยู่ในกำกับของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง

ปัจจุบัน ไช่ฉีก็ยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของสำนักงานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง

นี่เป็นหน้าที่ของเขาในแง่ของการบริหารความมั่นคงของชาติ

ในแง่การบริหารรัฐกิจ หลังจากทำงานกับสำนักงานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลางแล้ว ในเดือนพฤษภาคม 2017 ไช่ฉียังดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำกรุงปักกิ่ง และเป็นบุคคลแรกที่ไม่ใช่สมาชิกคณะกรรมการกลางที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการเทศบาลกรุงปักกิ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ถือเป็นองค์กรผู้นำและการตัดสินใจสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับการเลือกตั้งโดยการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีอำนาจในการเป็นผู้นำและตัดสินใจสูงสุดในพรรคและรัฐ และถือเป็นผู้นำในระดับชาติ เลขาธิการใหญ่แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในฐานะสมาชิกคนแรกของคณะกรรมการประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นผู้นำและประสานงานการดำเนินงานประจำวัน ตลอดจนเรียกประชุมและเป็นประธานในการประชุมต่างๆ (สีจิ้นผิง)

หลังจากเป็นเลขาธิการพรรคประจำกรุงปักกิ่งแล้วในเดือนตุลาคม 2017 ไช่ฉี วัย 61 ปีจึงค่อยได้รับเลือกเป็นสมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในการประชุมเต็มคณะครั้งแรกของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 19 ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในคณะผู้นำของพรรคและรัฐไปโดยปริยาย

เมื่อถึงตุลาคม 2022 ไช่ฉี วัย 66 ปี ได้รับเลือกเป็นสมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ลำดับที่ 5) และสมาชิกสำนักเลขาธิการแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ลำดับที่ 1) ในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 1 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20

นี่เป็นเส้นทางการเมืองของไช่ฉี

ในเวลานั้น หลี่เฉิง ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจาก Brookings Institution กล่าวกับสำนักช่าว Reuters ว่า “ไช่ฉี ได้รับการเลื่อนตำแหน่งถึงสี่ครั้งในรอบสี่ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเขาต่อสีจิ้นผิง”

แล้วอำนาจทางการเมืองของเขามีแค่ไหน?

เมื่อเดือนเมษายน 2026 นิตยสาร The Economist มีรายงานเรื่อง "ไฉ่ฉี อาจเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากเป็นอันดับสองของจีน" ตอนหนึ่งพรรณนาสถานะและความสำคัญของเขาเอาไว้ว่า "ในฐานะมือขวาของสีจิ้นผิง ทั้งในแง่ของการทำงานและตำแหน่งที่นั่ง (ในการประชุม) ไช่มีความเข้าใจในนโยบายเกือบทุกด้านและเข้าถึงความลับมากมายของพรรคคอมมิวนิสต์ นั่นทำให้เขาเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่อเมริกันและรัฐบาลต่างประเทศอื่นๆ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก"

และ "ไช่ ผู้ซึ่งรู้จักกับ สีจิ้นผิง มานานกว่าสามทศวรรษ มีตำแหน่งอยู่ในลำดับที่ห้าจากเจ็ดคนของคณะกรรมการประจำกรมการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรผู้นำสูงสุดของพรรค แต่เขาเป็นคนแรกในรอบกว่าสี่ทศวรรษที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานใหญ่ของพรรคควบคู่กันไป นั่นหมายความว่าเขาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะทำงานของ สีจิ้นผิง ควบคุมตารางเวลา บุคคล และข้อมูลที่ส่งถึงเขา เขามักจะอยู่ใกล้ชิดกับสีจิ้นผิงเสมอ โดยมักจะร่วมเดินทางไปกับเขาในทริปต่างๆ ทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ และยังดูแลด้านการแพทย์ของเขาด้วย"

และยังบอกว่า "ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะมีอำนาจกว้างขวางกว่าหลี่ ฉาง แม้กระทั่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐมนตรีในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้นำพรรคอันดับสองของจีน"

นี่คือความสำคัญของไช่ฉีจากการประเมินของ The Economist นิตยสารด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ที่จริงแล้ว The Economist ได้ประเมินอำนาจของไช่ฉีเอาไว้อีก ผู้อ่านสามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ของนิตยสารฉยัยนี้ได้โดยตรง

แต่เราสามารถทิ้งท้ายด้วยความเห็นของ โจนาธาน ซิน (onathan Czin) อดีตนักวิเคราะห์จีนของสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) ที่กล่าว “เมื่อใดก็ตามที่ผู้คนถามผมว่า ‘ถ้าสี จิ้นผิงเสียชีวิตในวันพรุ่งนี้ และไม่มีแผนการสืบทอดตำแหน่ง ใครจะได้ตำแหน่งสูงสุด?’ ไช่ฉีดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ชัดเจน”

เขามีอำนาจและบารมีบากมายถึงขนาดนี้!

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ไช่ฉี สมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมือง เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะครั้งที่สองของสภาประชาชนแห่งชาติ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 (Photo by GREG BAKER / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...