โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องกำไร กลุ่ม ปตท. ไตรมาส 1/69 กำไรฟื้นหลายธุรกิจ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กลุ่ม ปตท. ได้ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยหลายบริษัทในเครือยังสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและราคาพลังงานยังผันผวน ขณะที่บางธุรกิจเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนจากการกลับมาทำกำไร หลังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กลุ่มธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีของประเทศ ไตรมาส 1/69 มีกําไรสุทธิจํานวน 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,423 ล้านบาท หรือ 10.4% จากในไตรมาส 1/68 ที่จํานวน 23,315 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 ปตท. และ บริษัทย่อยมี EBITDA รวมการปรับปรุงผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงจํานวน 115,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38,258 ล้านบาท หรือ 49.3% จากในไตรมาส 4/68 ที่จํานวน 77,621 ล้านบาท สำหรับรายได้จากการขายจํานวน 718,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/68 จํานวน 18,506 ล้านบาท หรือ 2.6% โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และ กลุ่มธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียม จากราคาขายผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้นตามราคานํ้ามันที่อ้างอิง ประกอบกับปริมาณขายเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจก๊าซฯ มีรายได้จากการขายลดลง

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ผู้สำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจพลังงานสะอาด รวมทั้งพลังงานรูปแบบใหม่แห่งอนาคต ไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท (เทียบเท่า 376 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 29%YoY และ มีรายได้รวม 78,841 ล้านบาท (เทียบเท่า 2,491 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยที่ 553,369 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากการผลิตปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นของโครงการในประเทศ รวมถึงโครงการใหม่ที่เข้าร่วมลงทุนระหว่างปี 2568 ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และ โครงการมาเลเซีย เอสเค408 ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 46.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผู้ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-Oil) ทั้งในและต่างประเทศ ไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท ลดลง 44.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 4,380 ล้านบาท เนื่องจากมีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 1,965 ล้านบาท แต่ปรับตัวดีขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อนที่ทำได้ 2,078 ล้านบาท เเละมีรายได้จากการขายและบริการรวม 176,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,590 ล้านบาท หรือ 13.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/68 ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน และ ราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ผู้ประกอบธุรกิจการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปชั้นนำของประเทศไทยและโรงกลั่น ไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 19,481.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 456% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,503.51 ล้านบาท เเละมีรายได้จากการขาย 114,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามแรงหนุนหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์รับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 31,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25,179 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ตามกลุ่มไทยออยล์รับรู้ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน 8,582 ล้านบาท แม้จะมีกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 2,436 ล้านบาท

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 3,231.75 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 2,567.19 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 225.89% และ มีรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับ ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่ 2 กลับมาดำเนินงานตามปกติ

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ผู้ประกอบธุรกิจหลัักในการผลิิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคต่างๆ ไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น ซึ่งผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มาจากปัจจัยหนุนสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 223% หรือ 270 ล้านบาท มาอยู่ที่ 391 ล้านบาท เเละมีรายได้รวมลดลง 22% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 16,640 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากรายได้กลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ที่หดตัวลง 71% เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ยาวนานถึง 88 วัน และโรงไฟฟ้าศรีราชาที่หมดสัญญาจ่ายไฟ

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิรวมจำนวน 96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147%YoY และ มีรายได้จากการขายรวมทั้งหมด 5,489 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า 6% โดยหลักมาจากปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และ มี Adjusted EBITDA จำนวน 169 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 9%

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ผูัธุรกิจปิโตรเลียม โดยมีโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ จ. ระยอง เพื่อผลิตและจำหน่าย น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน และน้ำมันเตา เป็นต้น และอื่นๆ ไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 7,889 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/68 ที่บันทึกขาดทุนสุทธิ 1,206 ล้านบาท หรือ เติบโต 754.14% โดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่น (refinery crack spread) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก กำไรสต๊อกน้ำมันจำนวนประมาณ 9,840 ล้านบาท และ กำไรพิเศษจากเงินลงทุนจำนวน 299 ล้านบาท เเละมีรายได้จากการขายสุทธิ 76,842 ล้านบาท เติบโต 5% และพลิกฟื้นกลับมาทำกำไรสุทธิได้อย่างโดดเด่นถึง 7,889 ล้านบาท เติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,206 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...