โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ส. เผยรู้แล้ว "ตัวละครสำคัญ" คดีแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เขตดินแดง กรุงเทพฯ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) และเจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนของออสเตรเลีย (ABF) นานกว่า 1 ชั่วโมง ถึงความคืบหน้าคดีน.ส.มีนา (สงวนนามสกุล) ที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย พร้อมยืนยันว่าทั้งสองประเทศมีข้อมูลร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม "Taskforce Storm" ซึ่งดำเนินความร่วมมือระหว่างไทยและออสเตรเลียมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการจับกุม ตลอดจนติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีของทั้งสองฝ่าย เพื่อสืบหาต้นตอของขบวนการค้ายาเสพติดที่สร้างผลกระทบต่อทั้งประเทศไทยและออสเตรเลีย

สำหรับการดำเนินคดีกับ น.ส.มีนา เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า ทางการออสเตรเลียดำเนินการตามมาตรฐานสากล ให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหา และได้จัดหาทนายความให้เป็นผู้ช่วยด้านกฎหมายแล้ว ส่วนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ส่งของและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างสองประเทศ แต่ยังต้องขอสงวนไว้เพื่อประโยชน์ในการสืบสวน

ในประเด็นที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.มีนา ได้แสดงเจตจำนงสำแดงสัมภาระที่นำติดตัวเข้าประเทศออสเตรเลียนั้น พ.ต.ต.สุริยา ชี้แจงว่า เป็นขั้นตอนปกติของการตรวจคนเข้าเมือง โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะสอบถามลูกเรือทุกคนว่ามีสิ่งของที่ไม่ใช่ของตนเอง หรือมีสิ่งของที่ต้องสำแดงหรือไม่

กรณีของ น.ส.มีนา ได้แจ้งว่ามีกระเป๋าเดินทางทั้งหมด 12 ใบ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าบางส่วน ขณะนี้ของกลางยังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ จึงยังไม่สามารถยืนยันปริมาณที่แน่ชัดได้

ส่วนการที่ผู้ต้องหาแสดงเจตจำนงสำแดงสัมภาระ จะเป็นข้อต่อสู้ในคดีได้หรือไม่นั้น พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า เป็นเรื่องที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย พร้อมย้ำว่าทางการไทยยังไม่ได้สรุปว่า น.ส.มีนา มีความผิด หรืออาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งออสเตรเลียก็ให้ความเป็นธรรมด้วยการแต่งตั้งทนายช่วยเหลือ

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทราบแล้วว่ามีบุคคลรอรับยาเสพติดอยู่ที่ปลายทางจริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ระหว่างการติดตามของทางการออสเตรเลีย และยังไม่มีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้อง

ส่วนจำนวนผู้ร่วมขบวนการยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่ยืนยันว่ามีทั้งผู้ส่ง ผู้รับ และผู้โอนเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศกำลังเร่งขยายผลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งหมด

นอกจากนี้ การประชุมยังหารือถึงเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตผ่านประเทศไทยไปยังออสเตรเลีย รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตลอดจนความร่วมมือในการติดตามผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีหมายจับระหว่างไทยและออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญของทั้งสองประเทศ

สำหรับข้อมูลว่า หาก น.ส.มีนา ผ่านด่านตรวจที่สนามบินเมลเบิร์นแล้ว จะนำพัสดุไปส่งให้ใครนั้น พ.ต.ต.สุริยา ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ขณะเดียวกัน หลังจากที่ ป.ป.ส. ขอความร่วมมือให้ผู้ที่นำพัสดุไปส่งให้ น.ส.มีนา ที่คอนโดมิเนียม เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 เข้ามาให้ข้อมูล ล่าสุดเริ่มมีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาบ้างแล้ว แต่ไรเดอร์ผู้ส่งของตัวจริงยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาอย่างเป็นทางการ

เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุอีกว่า ภายใน 1-2 วันจากนี้ จะมีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นร่วมกับตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีของ น.ส.มีนา รวมถึงเครือข่ายค้ายาเสพติดรายอื่นที่เจ้าหน้าที่สืบสวนไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าวเป็นอย่างมาก และมีกำหนดเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (บอร์ด ป.ป.ส.) ในวันที่ 3 ก.ค. 2569 โดยจะนำประเด็นคดีของ น.ส.มีนา และมาตรการป้องกันการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังออสเตรเลียเข้าสู่ที่ประชุม เพื่อกำหนดแนวทางเพิ่มความเข้มงวดด้านการตรวจสอบ การสแกน และการเอ็กซเรย์สัมภาระให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้านผู้แทนหน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนของออสเตรเลีย (ABF) กล่าวว่า ไทยและออสเตรเลียมีความสัมพันธ์อันยาวนานด้านการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมขอบคุณเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามและความเสี่ยงด้านยาเสพติด ซึ่งทั้งสองประเทศกำลังเผชิญร่วมกันในระดับภูมิภาค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...