นายกฯ นำทีมแถลงผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ ทำเป็นขบวนการ พบหลักฐานมีการแก้ไขคะแนน-ไฟล์ข้อมูล
นายกฯ นำทีมแถลงผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ชัดทำเป็นขบวนการ พบหลักฐานมีการแก้ไขคะแนน-แก้ไฟล์ข้อมูล ใช้ AI สร้างกระดาษคำตอบ สั่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ สถ. ปัดบอกชื่อ-ตำแหน่ง บอกถ้าระดับไม่สูงทำไม่ได้ เร่งบูรณาการหลักฐานเอาผิดทั้งเครือข่ายสาวถึงต้นตอ จ่อสอบย้อนถึงขั้นตอนการจัดทำ TOR
วันนี้ (2 ก.ค.69) เวลา 14.00 น.ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันแถลงผลการสอบสวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าหลังจากที่ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงในกรณีการทุจริตข้อสอบท้องถิ่นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยตนขอชื่นชมคณะกรรมการชุดนี้ที่ได้เร่งทำการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น เพื่อหาข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่ตนได้ขอให้ทำภายใน 7 วัน และมีรายงานสรุปเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.69) ซึ่งเมื่อตนเดินทางกลับมาจากราชการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้เข้ามารายงานผลการสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยคณะกรรมการชุดนี้ทุกคน และมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานคณะกรรมการในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งได้พบความไม่โปร่งใส ไม่สุจริต และมีความพยายามที่จะทำให้เกิดการโกง เพื่อให้บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกันได้ผลประโยชน์ และได้รับการคัดเลือกบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่าสำหรับการสอบสวน กระทรวงมหาดไทยไม่ได้สอบสวนอยู่ฝ่ายเดียว เพราะจากการลงนาม MOU ร่วมกันของ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ แต่ละหน่วยงานก็มีหลักฐาน และมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวน และบางหน่วยงานได้ตรวจสอบลงลึกไปในรายละเอียดมากแล้ว และจะนำข้อมูลต่าง ๆ มารวมกัน ซึ่งในแต่ละหน่วยงานมีอำนาจของตัวเองในการดำเนินคดี เพราะทุกอย่างอยู่ภายใต้ MOU ที่ได้ลงนามไว้ตั้งแต่ที่ตนมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มีกระแสข่าวเช่นนี้มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว จึงได้สั่งการให้มีการชะลอการสอบ และดำเนินการสอบโดยมีมาตรฐานใหม่ ใช้กลไกใหม่เปลี่ยนจากอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งเป็นอีกมหาวิทยาลัย โดยมีการตั้ง TOR ขึ้นมาเพื่อให้มีการคัดเลือก ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้คัดเลือก ระยะเวลา 2 ปีกว่าถึงจะมีการสอบรอบที่ 2 ตนได้สอบถามไปแล้วทำไมจึงต้องมาเร่งสอบตอนนี้ เพราะจากการยกเลิกการสอบครั้งที่ผ่านมาทำให้ไม่มีการสอบมาแล้ว 3 ปี ในช่วงปลายปี 2568
ขณะเดียวกันกลุ่มที่มีการทุจริตการสอบคิดว่ารัฐบาลนี้จะอยู่เพียงแค่ 4 เดือน และไม่ได้รับการเลือกตั้ง จนสามารถกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จึงไม่ได้เกรงกลัวอะไร รวมถึงไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในกระทรวงมหาดไทย จึงไม่มีใครมารายงานเรื่องดังกล่าวกับตนสักคนเดียว
ทั้งนี้ หากสอบแล้วไม่มีปัญหาอะไรหรือไม่เกิดความเสียหาย และไม่มีการร้องเรียน ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมคงไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อ 7 หน่วยงานภายใต้ MOU เข้ามายับยั้งการทุจริตจนนำไปสู่การจับกุมบุคคล นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไว้ โดยเมื่อตนเข้ามาดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 2 ก็คงผิดความคาดหมายจึงต้องมีกระบวนการแก้กระดาษคำตอบและไฟล์ข้อมูล พร้อมยกตัวอย่างว่าจะเห็นได้จากกระดาษคำตอบว่าในกระดาษคำตอบได้ 45 คะแนน แต่ที่ประกาศผลโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายหรือนางสาวคนนี้ได้ถึง 77 คะแนน ส่วนอีกคนในกระดาษคำตอบได้ 33 คะแนน แต่ในการประกาศเป็น 70 คะแนน ดังนั้นการสุ่มตรวจจำนวน 80 คน อยู่ในลักษณะเช่นนี้ทั้งหมด
นายกรัฐมนตรียังชี้ให้เห็นว่ากระบวนการทุจริตครั้งนี้ได้เตรียมการมาอย่างดี เนื่องจากกระดาษคำตอบจะต้องมีรอยดินสอที่ใช้ฝนเพื่อตอบในกระดาษคำตอบล้นออกมา แต่กระดาษดังกล่าวมีการฝนคำตอบกลมผิดปกติ รวมทั้งยังมีการอ้างว่าเอกสารมีจำนวนมาก อาจตรวจสอบไม่ทัน ทำให้มีการสร้างกระดาษคำตอบโดยเทคโนโลยี AI ขึ้นมา ดังนั้นเมื่อเห็นเช่นนี้ไม่ต้องถามกันอีกแล้ว เพราะหากเป็นเช่นนี้มีการทุจริตแน่นอน โดยในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพราะถือเป็นการสอบทุจริตซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการ
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่าขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ รัฐบาลเป็นคนจับกุมผู้กระทำผิด โดยให้ทั้ง 7 หน่วยงานที่เซ็น MOU ไว้เป็นผู้ตรวจสอบและมาปราบโกง และกระบวนการได้เริ่มแล้วหากพลาดไปโดนใครก็ถือว่าเป็นคนนั้น ซึ่งเท่าที่ทราบมีเยอะแล้ว ทั้งเส้นเงิน กระบวนการ โดยถือหลักการ “ปิดชื่อถือพฤติกรรม”
เมื่อถามว่าใน 5 คนที่เป็นข้าราชการของกรม สถ. เป็นข้าราชการระดับใด นายอนุทินย้ำว่าเราปิดชื่อถือพฤติกรรม แต่หากผู้กระทำความผิดไม่ใหญ่จริงคงทำไม่ได้ในการเข้าถึงเอกสาร และกระบวนการนี้ก็เร่งทำ เพราะหลายคนบรรจุแล้ว พร้อมบอกกับข้าราชการว่า “ขอแสดงความเสียใจด้วย หากมีการตรวจสอบออกมาว่าผิด ที่มาผิด ทุกอย่างต้องเป็นโมฆะ ใครที่ทำอะไรไว้รู้แก่ใจดี” ตนคิดว่าไม่น่าจะหนีพ้นได้
ส่วนหลังจากนี้จะมีการบูรณาการเพิ่มน้ำหนักหลักฐานและความเข้มข้นของทุกหน่วยงาน เพื่อเอาผิดกับขบวนการนี้ให้ได้ ตนเองในฐานะนายกรัฐมนตรีเมื่อทราบกระบวนการนี้ว่ามีความผิดแน่นอน ได้แจ้งต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ชะลอการบรรจุข้าราชการในวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ ส่วนจะบรรจุหรือไม่ มีคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ต้องพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอกร่วมด้วย ซึ่งทางนายกฯ ได้เสนอให้มีการชะลอการบรรจุ แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่ที่มาจากภายนอกไม่เห็นด้วย ได้ลงมติให้มีการบรรจุข้าราชการต่อไป
ส่วนที่บอกว่าในช่วง “รัฐบาลอนุทิน 1” ใครเป็นคนย่ามใจในการทุจริต นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าก็ย่ามใจหมด เพราะเป็นสภาพของรัฐบาลรักษาการ เราเพิ่งทำงานได้อย่างเต็มที่ และได้รับความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพหลังช่วงการเลือกตั้ง
นายกรัฐมนตรีย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่าย ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เพราะยังไม่ได้มีการกล่าวหาและดำเนินคดี ขณะที่หน่วยงานอื่นอีก 6 หน่วยงานภายใต้ MOU ก็ดำเนินการคู่ขนานกัน และจะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทุจริตมีการกล่าวหาบุคคล ซึ่งน่าจะมีบุคคลที่มีชื่อชั้น มีความสำคัญ และมีตำแหน่งสูง ดังนั้นจะไปกล่าวหาลอย ๆ ไม่ได้ แต่ต้องมีข้อมูล เพื่อที่ข้อมูลจะได้มีความกระชับแน่นหนามากขึ้น โอกาสที่จะดิ้นหลุดก็ไม่มี
“การกระทำผิดเพื่อการนี้ ต้องมาแก้ข้อสอบ แก้คะแนน ย้ายข้อสอบแก้ไฟล์ต้องมีการโอนเงินการบรรจุ แต่ละเรื่องเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น อย่างที่บอกว่าพวกชั่วขายชาติอะไรพวกนี้ เป็นความรู้สึกที่ทุกคนคงคิดแบบนี้เช่นกัน แต่เราจะบอกว่าคนนี้เป็นคนชั่วคนขายชาติคนขี้โกงเฉย ๆ ไม่ได้ แต่ต้องพูดให้เขารับข้อกล่าวหานี้ด้วยหลักฐาน รัฐบาลของผมหลักฐานต้องเป็นที่ประจักษ์ มีหลักฐานแล้วต้องมัดตัวให้แน่นดิ้นไม่หลุด เราทำงานกันแบบนี้ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นว่ามีใครรอดสักราย” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ป.ป.ช. ตั้งเป้าสอบเรื่อง TOR กระทรวงมหาดไทยจะหยิบมาดูด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าก็ดี เพราะถ้า ป.ป.ช. สอบแล้ว เราก็สอบของเรา คนออก TOR ก็คนกระทรวงมหาดไทยทั้งนั้น ก็ต้องไปดูถึงกระบวนการทั้งหมด อย่างเรื่องของ TOR ก็ต้องไปดูว่าทำไมถึงอนุญาตให้ทำ AI ในกระดาษคำตอบได้ ตนก็อยากจะรู้เหมือนกัน ตนจะกลับไปอ่านสัญญา ซึ่งเรื่อง TOR ตนก็พอเป็นอยู่ไม่ใช่ไม่เป็น ทั้งชีวิตสมัยทำงานภาคเอกชนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของ TOR จะต้องตรวจ TOR ให้ดี ต้องมาระดมความคิดกัน เรื่องพวกนี้ไม่ต้องห่วง
“มันไม่มีทางจัดสอบอย่างนี้ได้ ต่อให้ต้องใช้เวลาในการสอบสวนนานเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครกล้าสอบแล้วตอนนี้ ไปท้าให้เขาสอบอีก 2 เดือน ยังไม่มีใครจะมาเปิดสอบเลย ผมถือว่าเป็นการลดจำนวนข้าราชการที่ไม่ต้องเพิ่มขึ้น และต้องทำงานหนักขึ้น ผมไม่เชื่อว่าที่อ้างกันมา 3 ปีแล้วไม่ได้สอบเลยก็ไม่เห็นว่าการให้บริการประชาชน และประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างเป็นนัยสำคัญ ตรงกันข้ามยิ่งคนน้อยลงประหยัดทั้งงบประมาณแผ่นดิน และสามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำถ้าผมทำด้วยตัวเองได้ไม่ต้องไปอาศัยคณะกรรมการ ผมไม่ให้สอบไม่มีเพิ่ม ผมทำงานกระทรวงมหาดไทยมา 3 ปีไม่ได้รู้สึกเลยว่าประสิทธิภาพของกระทรวงมหาดไทยด้วยข้าราชการที่มีอยู่ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าเยอะไปด้วยซ้ำ และยังคิดว่าถ้าเกษียณไม่ต้องเพิ่ม และมอบหมายงานให้เพิ่มมากขึ้น ทำงานมากด้วยความซื่อสัตย์สุจริตก็เป็นสิ่งที่สนุก จากนี้ไปข้อมูลต่าง ๆ นานาจะหลั่งไหลเข้ามาให้ปลัดฯ ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรียังแสดงความมั่นใจว่าทางตำรวจ และ ป.ป.ช. จะต้องมาขอข้อมูลกระทรวงมหาดไทยไปประกบกับข้อมูลที่เขามีอยู่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ ยิ่งเขาได้ข้อมูลมากก็ยิ่งทำสำนวนได้ตรง เราก็มีหน้าที่ส่งข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะเราไม่ได้ดำเนินคดีเอง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการท้าทาย และไม่เกรงกลัวต่ออำนาจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่เกี่ยว เพราะไม่มีใครที่จะกระทำการทุจริตได้ ยกเว้นคนที่ตั้งใจ ไม่ได้ท้าทายอำนาจนายกรัฐมนตรีแต่เป็นการท้าทายอำนาจประชาชน เพราะคนเหล่านี้ต้องไปเป็นข้าราชการรับใช้ประชาชน และต้องเป็นคนทำงานรับใช้ชาติ เข้ามาวันแรกก็โกงแล้ว อย่างนี้อนาคตประเทศจะมีปัญหา
ส่วนจะมีบุคคลที่ใหญ่กว่าข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ และจะสาวถึงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่ต้องห่วง ตอนนี้คนมารุมสืบสวนสอบสวนทุกหน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ท. ป.ป.ง. และ ป.ป.ช. แค่ 3 หน่วยงานนี้ฟังก็เหนื่อยแล้ว และยังมีตำรวจอีก รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่ต้องไปสอบสวนหน่วยงานตัวเอง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือมีความพยายามที่จะแก้ไขข้อมูลคะแนน กระดาษคำตอบ ที่ในตัวกระดาษคะแนนหนึ่ง แต่ในคอมพิวเตอร์อีกคะแนนหนึ่ง แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว ทำได้ 37 คะแนนตอนนี้ในคอมพิวเตอร์ 74 คะแนน อย่างนี้จะต้องไปตรวจสอบอะไรอีก
เมื่อถามว่าเป็นการประมาท “หนู 1” เกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า “หากจะมองอย่างนั้นก็เป็นธรรมดา เมืองไทยก็อย่างนี้”