ทองลงเพราะอะไร? คำตอบที่คนถือทองทุกคนต้องรู้
ทองเคยแตะ $5,589 เมื่อ 28 มกราคม แต่วันนี้ลงมาอยู่ที่ $4,456/ออนซ์ แล้ว ลดลงมากกว่า 20% ใน 4 เดือน และเมื่อวันพุธที่ผ่านมาดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน หลายคนที่ถือทองอยู่เริ่มกังวล คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
คำตอบไม่ซับซ้อน มี 3 เหตุผลหลักที่กดทองอยู่ตอนนี้
เหตุผลที่ 1 ตลาดกลัวว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก
นี่คือแรงกดดันที่หนักที่สุด Fed Governor Christopher Waller ออกมาส่งสัญญาณว่าเฟดไม่ควรรักษาท่าทีที่เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ยอีกต่อไป และตลาดก็ตอบรับทันที โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เหตุผลง่ายๆ ว่าทำไมเรื่องนี้กดทอง ทองไม่ให้ดอกเบี้ย ไม่ให้ผลตอบแทนรายเดือนเหมือนพันธบัตรหรือเงินฝาก เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น นักลงทุนก็ขายทองออกไปถือสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยแทน ราคาทองก็ลงตามแรงขาย
เหตุผลที่ 2 เงินเฟ้อสูง แต่กลับกดทองแทนที่จะดัน
หลายคนสับสนกับเรื่องนี้ เพราะเข้าใจว่าเงินเฟ้อสูงทองต้องขึ้น แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น CPI เดือนเมษายนพุ่ง 3.8% และ PPI พุ่ง 6% สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี เพราะน้ำมันแพงจากสงครามอิหร่าน เงินเฟ้อระดับนี้ไม่ได้ทำให้เฟดลดดอกเบี้ย กลับทำให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยสูงหรืออาจขึ้นอีก และดอกเบี้ยสูงคือตัวกดทองที่ทรงพลังที่สุด
พูดง่ายๆ คือเงินเฟ้อจากสงครามเป็นประเภทที่ "ไม่ดี" สำหรับทอง เพราะมันทำให้เฟดต้องสู้ ไม่ใช่ถอย
เหตุผลที่ 3 ตลาดเบื่อรอสันติภาพอิหร่านที่ไม่เคยมาจริง
ต้นปีทุกครั้งที่มีข่าวเจรจาอิหร่าน ทองวิ่งขึ้นทันที แต่ตอนนี้ตลาดเริ่มชินกับ "ใกล้ได้ดีลแล้ว" ที่พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่เคยเกิดขึ้นจริง ยังมีประเด็นขัดแย้งสำคัญที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งการที่อิหร่านยืนยันจะรักษาการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐจะไม่ยอมรับดีลที่ "ไม่ดี" เมื่อไม่มีแรงซื้อพิเศษ ทองก็แกว่งอยู่ในกรอบแคบๆ
แล้วทองจะกลับมาขึ้นได้ไหม?
ต้องรอ trigger ที่เปลี่ยนเกม ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 3 อย่างที่ถ้าเกิดขึ้นจะทำให้ทองวิ่งทันที อย่างแรกคือช่องแคบฮอร์มุซเปิด ถ้าเกิดขึ้น น้ำมันลด เงินเฟ้อลด เฟดมีทางลดดอกเบี้ย ทองจะวิ่งแรงมาก อย่างที่สองคือวันนี้ 28 พ.ค. สหรัฐปล่อยตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ถ้าออกมาอ่อนแอกว่าคาด เฟดจะมีเหตุผลถอยจากแผนขึ้นดอกเบี้ย และอย่างที่สามคือวิกฤตการเงินใหม่ที่ทำให้คนวิ่งเข้าหา safe haven อีกครั้ง
ทองยังลงมากกว่า 20% นับตั้งแต่จุดสูงสุด แต่ยังสูงกว่าปีก่อน 34.31% และ Wall Street ยังคาด gold price แตะ $5,400-$6,300 ภายในสิ้นปีนี้
YLG Bullion ประเมินแนวรับแรกไว้ที่ $4,500/ออนซ์ หรือ 69,150 บาทต่อบาททองคำ ถ้าทองหลุดแนวนี้อาจเห็นการดิ่งต่อสู่ $4,400 แต่ถ้ายืนเหนือได้มองว่ามีโอกาสฟื้นตัวทดสอบ $4,765-4,890/ออนซ์
ติดตามราคาทองวันนี้ วิเคราะห์ตลาด gold และข้อมูลสำหรับการลงทุนทอง เทรดทอง และซื้อทองออนไลน์ทุกวันได้ที่ YLG Bullion วายแอลจี พาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนทองคำ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2026