โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ ระทึก “สึนามิ” ทั้งเอเชียแปซิฟิก ส่วน “ไทย” ปลอดภัยไร้ผลกระทบ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด นอกชายฝั่งเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 35 ราย และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ยังจุดชนวนความกังวลเรื่องคลื่นสึนามิไปทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จนหลายประเทศต้องประกาศเตือนภัยฉุกเฉิน

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 แมกนิจูด นอกชายฝั่งเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเวลา 06.37 น. ของวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 35 ราย บาดเจ็บกว่า 134 คน และประชาชนราว 10,000 ครอบครัวต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกประกาศเตือนภัยสึนามิเป็นการเร่งด่วน ก่อนทยอยยกเลิกหรือปรับลดระดับคำเตือนในเวลาต่อมา

สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนของฟิลิปปินส์รายงานว่า ผู้เสียชีวิต 31 รายอยู่ในเขตโซกซาร์เจน (SOCCSKSARGEN) และอีก 4 รายอยู่ในภูมิภาคดาเวา โดยยังมีรายงานผู้สูญหายจำนวนหนึ่ง

หลังเกิดเหตุ หน่วยงานด้านสึนามิของหลายประเทศได้ออกประกาศเตือนภัยครอบคลุมฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สาธารณรัฐปาเลา ไต้หวัน เกาะกวม และญี่ปุ่น เนื่องจากมีความเสี่ยงเกิดคลื่นสึนามิจากแรงสั่นสะเทือนใต้ทะเล โดยข้อมูลจากทุ่นตรวจวัดในทะเลลึกพบคลื่นสึนามิสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ขณะที่บริเวณชายฝั่งฟิลิปปินส์มีการตรวจพบคลื่นสูงราว 50 เซนติเมตรถึง 1.40 เมตร ก่อนที่หลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่นและเกาะกวม จะยกเลิกคำเตือนภายหลังประเมินว่าไม่มีความเสี่ยงรุนแรงเพิ่มเติม

ด้านประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ระบุว่า รัฐบาลกลางกำลังเร่งประสานงานทุกหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งประชาชนในมินดาเนา นอกจากนี้ยังมีคำสั่งระงับการเรียนการสอนในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นตรงกับวันเปิดภาคเรียนวันแรกของประเทศ

หน่วยงานแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ยังรายงานว่า หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวหลัก ก็ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วมากกว่า 130 ครั้ง มีขนาดตั้งแต่ 1.3-6.7 แมกนิจูด รวมถึงแผ่นดินไหวขนาด 5.7 แมกนิจูดในทะเลใกล้เกาะบาลุต จังหวัดซารังกานี เมื่อช่วงค่ำของวันเดียวกัน

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย เนื่องจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างไกลจากประเทศ และหากจะเกิดคลื่นสึนามิที่มีผลต่ออ่าวไทย จำเป็นต้องเกิดแผ่นดินไหวขนาดมากกว่า 8.5 แมกนิจูด บริเวณรอยเลื่อนมะนิลา ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง คลื่นจะใช้เวลาเดินทางมาถึงประเทศไทยประมาณ 12-20 ชั่วโมง และคาดว่าจะมีความสูงไม่เกิน 1 เมตร

ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ส่งข้อความ SMS แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีหลังเกิดเหตุ โดยอาศัยข้อมูลจากเครือข่ายเฝ้าระวังกว่า 1,000 จุด และระบบทุ่นตรวจวัดในทะเล นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตยังได้ร่วมกับบริษัท ESRI พัฒนาฐานข้อมูลเฝ้าระวังเพิ่มเติมอีก 450 จุด ครอบคลุมทั้งฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ Urban Hazard Studio

ด้านนายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีและโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดญี่ปุ่นจึงมีการประกาศเตือนภัยสึนามิ ขณะที่ประเทศไทยไม่มีการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกัน โดยอธิบายว่า คลื่นสึนามิเป็นคลื่นที่เคลื่อนตัวอยู่ใต้น้ำและสามารถเดินทางได้ไกล โดยเส้นทางจากจุดกำเนิดแผ่นดินไหวไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นทะเลเปิด ไม่มีแนวเกาะขนาดใหญ่กีดขวาง จึงทำให้พลังงานของคลื่นสามารถส่งผ่านไปถึงชายฝั่งญี่ปุ่นได้โดยตรง

ในทางกลับกัน ประเทศไทยโดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทยมีแนวเกาะและผืนแผ่นดินขนาดใหญ่ เช่น หมู่เกาะฟิลิปปินส์ เกาะบอร์เนียว และเกาะสุมาตรา ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ ช่วยลดทอนพลังงานของคลื่นใต้น้ำอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คลื่นที่อาจเดินทางมาถึงมีความรุนแรงลดลงจนไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชายฝั่งไทย

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเน้นย้ำว่า แม้ฝั่งอ่าวไทยจะปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่พื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดรับคลื่นจากมหาสมุทรอินเดียโดยตรง หากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงบริเวณทะเลอันดามันหรือพื้นที่ใกล้เคียง ก็อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญแผ่นดินไหวบ่อยครั้งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอย่างต่อเนื่อง แม้แผ่นดินไหวส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่รุนแรง แต่บางครั้งก็สามารถก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างหนัก ดังเช่นเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูดในภูมิภาควิซายัสเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 70 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...