โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CGSI ชี้รพ.ผ่านจุดต่ำสุด Q2/69 ลุ้นฟื้นครึ่งปีหลัง BH-PR9 เด่น

ทันหุ้น

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น – CGSI ชี้กลุ่มโรงพยาบาล คาด EPS ในไตรมาส 2/69 แตะจุดต่ำสุด และกลับมาฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง 69 และปี 70 เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นและความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย ยังแนะนำ Overweight เลือก BH และ PR9 เป็นหุ้น Top pick

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า รายได้รวมของโรงพยาบาลทั้ง 6 แห่งที่ศึกษาน่าจะเติบโต 4% yoy แต่ลดลง 6% qoq ในไตรมาส 2/69 ซึ่งเป็นผลจากการที่ RAM รวมผลประกอบการของ THG ในงบการเงินรวม (ตั้งแต่ไตรมาส 3/68) แต่หากไม่รวม RAM รายได้รวมของกลุ่มโรงพยาบาลจะลดลง 1% yoy และ 5% qoq โดย BH และ PR9 น่าจะยังมีรายได้เติบโตเป็นบวก เพราะมีนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จากเมียนมาและตะวันออกกลาง ตรงข้ามกับ BDMS, BCH และ CHG ที่น่าจะมีรายได้ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากผู้ป่วยในประเทศที่จ่ายค่ารักษาเองเข้ามาใช้บริการน้อยลงในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขการร่วมจ่าย (copayment) ของประกันสุขภาพสำหรับกลุ่มโรคเจ็บป่วยเล็กน้อยยังส่งผลต่อพฤติกรรมผู้ป่วย

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า เศรษฐกิจที่อ่อนตัวทำให้การส่งผ่านภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปให้กับผู้ป่วยทำได้ยากขึ้น จึงคาดว่าโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะมี GPM ลดลงในไตรมาส 2/69 และตั้งสมมติฐานว่า GPM เฉลี่ยของโรงพยาบาลที่ทำการศึกษาทั้ง 6 แห่งจะอยู่ที่ 33.0% หรือลดลง 80bp จากปีที่แล้วที่ 33.8% แต่ยังคงใกล้เคียงกับไตรมาส 1/69 อย่างไรก็ตาม BH น่าจะมี GPM เพิ่มขึ้น yoy เนื่องจากบริษัทปรับขึ้นค่ารักษา 4% ตั้งแต่ต้นปี 69 ส่วน CHG ได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำเพราะรายได้จากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารเหลือเพียงเล็กน้อยในปี 68

ทั้งนี้ โรงพยาบาลจะระมัดระวังกับการใช้จ่าย (SG&A) มากขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่อุปสงค์ในประเทศถูกกดดันจากเศรษฐกิจที่ซบเซา ฝ่ายวิเคราะห์จึงคาดว่า อัตราส่วน SG&A/รายได้ในไตรมาส 2/69 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้ง yoy และ qoq ดังนั้น เมื่อรวมกับรายได้และอัตรากำไรที่อ่อนตัว จึงประมาณการว่ากำไรสุทธิรวมของโรงพยาบาลที่ทำการศึกษาน่าจะลดลง 5% yoy และ 11% qoq โดยคาดว่า RAM และ BCH จะมีกำไรสุทธิลดลง yoy มากที่สุด ขณะที่ CHG จะมีกำไรเติบโต yoy สูงที่สุด

แม้ว่ากลุ่มการแพทย์เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ (defensive) แต่กลับ underperform ตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญมาตั้งแต่ต้นปี โดยลดลง 1% YTD เทียบกับดัชนี SET ที่ปรับเพิ่มขึ้น 27% YTD ซึ่งหุ้นโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่ศึกษาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ -2SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี (BH -1.5SD และ RAM -1SD) เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับอุปสงค์ที่ลดลงของผู้ป่วยชาวต่างชาติจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการใช้จ่ายด้านสุขภาพในประเทศที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มลดระดับลงและเศรษฐกิจที่คาดจะเติบโตสูงขึ้นในปี 70 ทำให้เชื่อว่ากำไรของกลุ่มโรงพยาบาลจะผ่านจุดต่ำสุดและกลับมาฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง 69

จึงยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มการแพทย์ ขณะที่เลือก BH และ PR9 เป็นหุ้น Top pick เพราะทั้งสองบริษัทน่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการกลับมาของผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง โดยมองว่าการคลี่คลายความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และอุปสงค์สะสมของผู้ป่วยชาวต่างชาติอาจหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ส่วน downside risk อาจมาจากเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...