“สี จิ้นผิง” ขอบคุณปากีสถานช่วยไกล่เกลี่ยสหรัฐ-อิหร่าน เร่งดันสันติภาพตะวันออกกลาง
"สี จิ้นผิง" ขอบคุณปากีสถานช่วยไกล่เกลี่ยสหรัฐ-อิหร่าน เร่งดันสันติภาพตะวันออกกลาง ขณะสองประเทศเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้าน AI การค้า และโครงการ Belt and Road เพิ่มเติม
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.27 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวขอบคุณเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน สำหรับบทบาทในการช่วยไกล่เกลี่ยการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สะท้อนความพยายามของปักกิ่งในการผลักดันให้สงครามยุติลง ท่ามกลางความกังวลว่าวิกฤตดังกล่าวกำลังสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจจีนอย่างมาก
ระหว่างการพบกันที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ สี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของปากีสถาน พร้อมฝากคำทักทายถึงประชาชนชาวปากีสถานผ่านนายกรัฐมนตรีชารีฟ
ผู้นำจีนยังกล่าวถึง พล.อ.อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกระบวนการเจรจาสันติภาพ และเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้ด้วย โดยสี จิ้นผิงระบุว่า“ผมทราบว่าคุณเพิ่งกลับจากอิหร่าน และได้พยายามอย่างมากเพื่อผลักดันสันติภาพในสถานการณ์ปัจจุบัน”
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า การยุติสงครามและคลี่คลายวิกฤตพลังงานโลก กลายเป็นวาระสำคัญของจีน หลังสงครามในตะวันออกกลางนำไปสู่วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งพุ่งสูง ความต้องการสินค้าต่างประเทศชะลอตัว และเกิดแรงไหลออกของเงินทุนในบางช่วง
ก่อนหน้านี้ สี จิ้นผิง เคยย้ำระหว่างการพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การกลับมาสู้รบอีกครั้งถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
ปากีสถานถูกมองว่าเป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน เนื่องจากยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐ ขณะเดียวกันก็มีสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับอิหร่านซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน
ด้านจีนเองก็สนับสนุนบทบาททางการทูตของปากีสถานอย่างชัดเจน โดยก่อนหน้านี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เคยออกมาชื่นชมบทบาทของอิสลามาบัดและยืนยันว่าปักกิ่งพร้อมสนับสนุนความพยายามดังกล่าว
ทาฮีร์ อันดราบี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ปากีสถานและจีนได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอิหร่าน พร้อมย้ำว่ากระบวนการสันติภาพมีความสำคัญอย่างมากต่ออิสลามาบัด
การเยือนจีนของชารีฟเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาเดินทางไปยังเมืองหางโจว ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้าน AI ของจีน และได้เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของ Alibaba Group พร้อมพบกับผู้บริหาร รวมถึง Joe Tsai
ทั้งสองฝ่ายยังลงนามกรอบความร่วมมือเพื่อเร่งพัฒนาปากีสถานในด้าน AI อีคอมเมิร์ซ และนวัตกรรมด้านสาธารณสุข
ชารีฟกล่าวระหว่างพบกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีนว่า ความร่วมมือกับจีนยังคงเป็นเสาหลักของนโยบายต่างประเทศปากีสถาน
การเยือนครั้งนี้ยังมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์จีน-ปากีสถาน ซึ่งทั้งสองประเทศเรียกว่า มิตรภาพดุจเหล็กกล้า และปากีสถานยังถือเป็นพันธมิตรสำคัญในโครงการ Belt and Road Initiative ของจีนอีกด้วย
อ้างอิง : bloomberg.com