CENTEL เร่งโรดโชว์จัดโปร ดูดนักท่องเที่ยวแทนอาหรับ
#CENTEL#ทันหุ้น – CENTEL เดินหน้าทำตลาดครบทั้ง Short Haul และ Long Haul ทดแทนลูกค้าตะวันออกกลาง พร้อมคุมต้นทุนและรักษาสภาพคล่องคาดไตรมาส 3 ทรงตัวถึงดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้านนักวิเคราะห์มองหุ้นโรงแรมเป็น Laggard Play รับกระแส Rotation Trade ย้ำกลุ่มท่องเที่ยวมีปัจจัยหนุนไทยเจ้าภาพจัดงานระดับโลก
นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และ รองประธานฝ่ายการเงินและบริหารบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เปิดเผยว่า บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน รวมถึงความตึงเครียดในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยยังคงคาดหวังว่าสถานการณ์โดยภาพรวมจะคลี่คลายลงภายในไตรมาส 3/2569 นี้ เพื่อเป็นปัจจัยกระตุ้นจิตวิยาการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันตลอดไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องไตรมาส 1/2570 ได้อย่างมีนัยสำคัญ
เบื้องต้น บริษัทเร่งทำการตลาดและ Roadshow เพื่อกระตุ้นตลาด Short Haul ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ควบคู่ขยายฐานลูกค้าตลาด Long-Haul โดยมุ่งเน้นเครือรัฐเอกราช โดยเฉพาะรัสเซีย และคาซัคสถาน ควบคู่การทำโปรโมชันแพ็กเกจร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย, การจัดโปรโมชั่นผ่านระบบสมาชิก The One กระตุ้นจิตวิทยาการตัดสินใจใช้บริการในเครือเซ็นทรา รวมถึงมีการดำเนินโครงการลดต้นทุน เช่น การประหยัดพลังงาน การควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม – ชะลอการลงทุนที่ไม่จำเป็นเพื่อรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้คาดหวังผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มทางตัวต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 2/2569 สะท้อนจากภาพรวมอัตราการเข้าพัก (OCC) พอร์ตโรงแรมในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate) ปรับลดลงในระดับตัวเลขหลักเดียว (Single Digit) ส่งผลให้รายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) ยังคงอยู่ในระดับที่ทรงตัวหรือแฟลต (Flat) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ขณะที่พอร์ตโรงแรมในต่างประเทศ โรงแรมในมัลดีฟส์ อัตราการจองห้องพัก (OCC) ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง YoY ทั้งโรงแรมเดิม 2 แห่งและโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ส่งผลให้ RevPar เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับโรงแรมในญี่ปุ่นซึ่ง OCC เติบโต YoY ขณะที่ RevPar ค่อนข้างทรงตัว YoY
ส่วนโรงแรมในดูไบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้อัตราการเข้าพักยังอยู่ในระดับต่ำ และแนวโน้มผลการดำเนินงานอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
“เมื่อปีที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าตลาดตะวันออกกลาง เป็นกลุ่มหลักที่ช่วยพยุงในช่วง Low Season แต่ในขณะนี้ยังไม่กลับมาตามปกติ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเน้นไปที่ตลาดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติมากนัก อาทิ ออสเตรเลีย, รัสเซีย, จีน ซึ่งปีนี้เติบโตถึง18.79% YoY และกลุ่มประเทศอาเซียน ก็หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว”
@ ราคาหุ้นแลกการ์ด
นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวขึ้นราว 26.6% ขณะที่ดัชนีกลุ่มท่องเที่ยว – โรงแรมปรับตัวลง -5% สะท้อนปัจจัยกดดันจากการปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติไปพอสมควรแล้ว
ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่12 – 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รวมถึงงาน เทศกาลดนตรี“Tomorrowland Thailand” ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้โรงแรมในพื้นที่การจัดงานมียอดการจองห้องพัก (OCC) เข้ามาอย่างหนาแน่น
ดังนั้น ในจังหวะที่ SET เริ่มปรับฐานเข้าสู่รอบใหม่ไม่แนะนำให้ไล่หุ้นกลุ่มที่ปรับตัว Outperform ไปก่อนหน้า แต่ถือเป็นจังหวะ Rotation Trade เม็ดเงินเข้าสู่หุ้น Laggard Stock อาทิกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ อาทิ ERW ASW และCENTEL เป็นต้น