“ราคาถ่านหินเอเชีย” พุ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี หลังอินโดนีเซียเปลี่ยนกฎส่งออก-ดีมานด์ไฟฟ้าเพิ่ม
ราคาถ่านหิน Newcastle ของออสเตรเลียทะยานแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2567 หลังมาตรการส่งออกใหม่ของอินโดนีเซียทำให้การส่งมอบล่าช้า-ดีมานด์ไฟฟ้าเพิ่ม
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 09.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาถ่านหินอ้างอิงสำคัญของเอเชียปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี หลังอินโดนีเซียออกมาตรการใหม่ควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้การส่งมอบถ่านหินล่าช้าและอุปทานในตลาดตึงตัว ขณะที่ความต้องการใช้เชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่ฤดูร้อนในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ
สัญญาถ่านหิน Newcastle ของออสเตรเลียสำหรับส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 148.75 ดอลลาร์ต่อตันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของสัญญาใกล้ส่งมอบ (Front-month Contract) นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567
แรงหนุนสำคัญมาจากการที่รัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศเมื่อเดือนก่อนว่าจะเข้ามาควบคุมกระบวนการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ รวมถึงถ่านหิน โดยระบบใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนได้สร้างความสับสนให้กับผู้ประกอบการ และทำให้การส่งออกล่าช้าในหลายกรณี
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดคาดหวังว่าถ่านหินจากออสเตรเลียจะเข้ามาทดแทนอุปทานที่หายไปจากอินโดนีเซีย ส่งผลให้ราคาถ่านหินออสเตรเลียปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันความต้องการใช้ถ่านหินในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในจีน ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้การใช้เครื่องปรับอากาศและความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังเพิ่มการใช้ถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซและเหตุโจมตีโรงงานส่งออก LNG รายใหญ่ของกาตาร์ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกก๊าซคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณการค้าก๊าซทั่วโลก
ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายสำคัญของออสเตรเลีย มีอัตราการเดินเครื่องสูงกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความต้องการใช้ถ่านหินที่เพิ่มขึ้น
อีกสัญญาณหนึ่งที่สะท้อนภาวะอุปทานตึงตัว คือโครงสร้างราคาล่วงหน้าของสัญญาถ่านหิน Newcastle ได้เปลี่ยนเข้าสู่ภาวะ Backwardation ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ราคาส่งมอบระยะสั้นสูงกว่าราคาส่งมอบในอนาคต บ่งชี้ว่าตลาดกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอุปทานในระยะใกล้ และผู้ซื้อพร้อมจ่ายราคาสูงขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าทันที
อ้างอิง : https: