ด็อกเตอร์เคมีชี้เป้า "1 ซูเปอร์ฟู้ดราคาถูก" บำรุงตับ-ไต บล็อกเบาหวาน ต้านมะเร็ง!!
ด็อกเตอร์เคมีชี้เป้า! "1 ซูเปอร์ฟู้ดราคาประหยัด" บำรุงตับ-ไต บล็อกเบาหวาน แถมช่วยต้านมะเร็ง
การมีสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาวอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพายาบำรุงราคาแพงเสมอไป เมื่อ ดร.แดน กุบเลอร์ (Dr. Dan Gubler) นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีอินทรีย์และสารประกอบธรรมชาติในอาหาร ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่ออังกฤษอย่าง Mirror ว่า แค่เรากิน "เนยถั่วลิสง" (Peanut Butter) วันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านราคาประหยัดที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง
ดร.กุบเลอร์ ได้แชร์ความรู้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเขา โดยยืนยันว่าเนยถั่วอุดมไปด้วยสารอาหารเข้มข้นที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว พร้อมกับตอบคำถามยอดฮิตที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับประโยชน์ของเนยถั่วไว้ดังนี้:
"เนยถั่วช่วยบำรุงสมองใช่ไหม? ใช่ครับ
ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้ไหม? ใช่ครับ
ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินจากอาหารชนิดอื่นได้ดีขึ้นไหม? ใช่ครับ
ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมในวัยผู้ใหญ่ไหม? ใช่ครับ
บำรุงหัวใจ ตับ ไต และระบบภูมิคุ้มกันไหม? ใช่ทั้งหมดครับ และที่สำคัญ มันยังช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย"
นอกจากนี้ ดร.กุบเลอร์ ยังเน้นย้ำว่าเราไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อเนยถั่วยี่ห้อหรูหราราคาแพง และไขมันในเนยถั่วก็ไม่ใช่ "ไขมันตัวร้าย" อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด โดยปริมาณที่เหมาะสมต่อวันคือประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เท่านั้น
เนยถั่วช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างไร?
เนยถั่วอุดมไปด้วย ไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fats) และ ไขมันอิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fats) ซึ่งจัดเป็นกลุ่มไขมันดีที่เป็นมิตรต่อระบบหัวใจ
ผลการวิจัยทางคลินิกมากมายระบุว่า การรับประทานถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วเป็นประจำมีความเชื่อมโยงโดยตรงทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) ลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ การทดสอบระยะเวลา 6 เดือนยังพบว่าการกินถั่วลิสงช่วยปรับปรุงค่าคอเลสเตอรอลในเลือดให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทางด้าน แวน นา ชุน (Wan Na Chun) นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้ข้อมูลเสริมว่า ไขมันดีในเนยถั่วจะเข้าไปทำหน้าที่ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือด ซึ่งเป็นการป้องกันภาวะเส้นเลือดอุดตันโดยตรง
คุมน้ำตาลในเลือด ชะลอเบาหวานประเภทที่ 2
ศาสตราจารย์วอลเตอร์ ซี. วิลเล็ตต์ (Walter C. Willett) จากโรงเรียนสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard T.H. Chan School of Public Health) เปิดเผยว่า กลุ่มคนที่กินถั่วหรือเนยถั่วเป็นประจำมีความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ต่ำกว่าคนที่ไม่กินอย่างเห็นได้ชัด
โดยเนยถั่วปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จะให้ไขมันไม่อิ่มตัวมากกว่า 12 กรัม รวมถึงใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และมีโพแทสเซียมสูงถึงประมาณ 200 มิลลิกรัม
ลิซา แอนดรูวส์ (Lisa Andrews) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ อธิบายว่า โปรตีนและไขมันดีในเนยถั่วมีคุณสมบัติย่อยและดูดซึมได้อย่างช้า ๆ ส่งผลให้การหลั่งน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเป็นไปอย่างมั่นคง ไม่พุ่งสูงปรี๊ด และมีงานวิจัยพบว่าการกินเนยถั่วร่วมกับมื้ออาหารที่เป็นแป้งขัดสี (เช่น ขนมปังขาว) จะช่วยเบรกไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเฉียบพลันหลังมื้ออาหารได้
เกราะป้องกันเซลล์กลายพันธุ์ ต้านมะเร็งร้าย
เนยถั่วคือแหล่งรวมของ สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ชั้นยอด ซึ่งเป็นสารสำคัญที่คอยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ หากร่างกายมีอนุมูลอิสระสะสมมากเกินไปจะเกิด "ภาวะเครียดออกซิเดชัน" (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นชนวนเหตุของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ สมองเสื่อม และมะเร็งหลายชนิด
จากการวิเคราะห์ระบุว่า ในเนยถั่วมีสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงหลายตัว เช่น วิตามินอี (Vitamin E), เรสเวอราทรอล (Resveratrol) และกรดคูมาริก (Coumaric Acid) ซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์เด่นในการป้องกันเนื้อเยื่อจากการถูกทำลายและยับยั้งการเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ
ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ของเนยถั่วที่คนรักสุขภาพต้องรู้
ช่วยควบคุมน้ำหนัก: แม้เนยถั่วจะมีแคลอรีค่อนข้างสูง แต่การกินในปริมาณที่พอดีกลับช่วยลดน้ำหนักได้ เนื่องจากโปรตีน ไขมันดี และใยอาหารจะทำงานร่วมกันทำให้อิ่มท้องได้ยาวนาน ลดความอยากกินจุบจิกระหว่างวัน
เสริมระบบภูมิคุ้มกัน: วิตามินและแร่ธาตุในถั่วจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรงพร้อมต่อสู้กับเชื้อโรค
เพิ่มไฟเบอร์ให้ระบบขับถ่าย: ใยอาหารในเนยถั่วช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้คล่องตัวขึ้น
ข้อแนะนำสำคัญจากแพทย์: เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยต่อตับและไต ควรเลือกซื้อ "เนยถั่วสูตรธรรมชาติ 100%" (Pure Peanut Butter) ที่ไม่เติมน้ำตาล ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ ไม่ใส่น้ำมันปาล์ม และมีปริมาณโซเดียม (เกลือ) ต่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับพลังงานและโซเดียมเกินความจำเป็น
- ฉีกทุกความเชื่อ! เผย 4 ขนมปัง “คุมน้ำตาล” ดีที่สุด-อิ่มนาน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเอง
- หญิงสุขภาพดี ช็อกจู่ๆ เจอมะเร็งตับ หมอชี้ต้นเหตุขนลุก "สิ่งที่ทาขนมปัง" หลายคนชอบกิน!