โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โครงการ SME 495 ล้าน ถูกจับตา หลังเกิดอุทธรณ์ ร้องเรียน และคำถามต่อกระบวนการคัดเลือก

สยามรัฐ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โครงการ "ส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce" วงเงินงบประมาณ 495 ล้านบาท ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กำลังได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน ภายหลัง สสว. ประกาศผลการคัดเลือกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการ

อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศผล ได้เกิดความเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลายประเด็น ทั้งการยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือก การร้องเรียนต่อหน่วยงานตรวจสอบ และข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาส่งผลให้โครงการดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

มีรายงานว่าหน่วยงานที่เข้าร่วมเสนอข้อเสนอแต่ไม่ได้รับการคัดเลือก ได้ยื่นหนังสือต่อ สสว. เพื่อขอเปิดเผยผลคะแนนการประเมิน พร้อมยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือก โดยผู้ยื่นอุทธรณ์เห็นว่าการเปิดเผยคะแนนจะช่วยสร้างความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถตรวจสอบกระบวนการพิจารณาได้อย่างเป็นธรรมพร้อมตั้งคำถามว่าหากกระบวนการคัดเลือกดำเนินไปอย่างโปร่งใส เหตุใดจึงยังไม่มีการเปิดเผยผลคะแนนต่อผู้เข้าร่วมแข่งขัน ทั้งนี้จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงจากสสว.ในประเด็นดังกล่าว

อีกความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจ คือมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายผู้ยื่นอุทธรณ์ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันต่อสถานีตำรวจแห่งหนึ่งโดยอ้างว่าถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายโทรศัพท์มากดดันให้ถอนการอุทธรณ์ พร้อมใช้ถ้อยคำที่ผู้แจ้งเห็นว่าเข้าข่ายการข่มขู่

อย่างไรก็ตามข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าผู้โทรศัพท์เป็นใคร มีผู้ใดอยู่เบื้องหลัง หรือมีความเชื่อมโยงกับสสว.ผู้ได้รับการคัดเลือก หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ทั้งหมดจึงยังเป็นประเด็นที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

นอกจากการอุทธรณ์แล้วยังมีรายงานว่ามีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)ซึ่งได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่ามีการยื่นเรื่องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการดำเนินโครงการตามอำนาจหน้าที่

สาระสำคัญของข้อร้องเรียนมุ่งไปที่ประเด็นหลัก 2 เรื่องประเด็นแรก คือการใช้ระเบียบสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2563 เป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก ผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตว่า แม้ระเบียบดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานอำนาจในการดำเนินโครงการวงเงินเกือบ 500 ล้านบาท แต่ผู้ติดตามเรื่องระบุว่าได้พยายามค้นหาระเบียบดังกล่าวจากช่องทางสาธารณะแล้ว กลับไม่พบการเผยแพร่ ทำให้เกิดคำถามว่า หากประชาชนไม่สามารถเข้าถึงระเบียบที่ใช้ในการพิจารณาได้ จะสามารถตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย ความโปร่งใส และการใช้ดุลพินิจของหน่วยงานได้อย่างไร

อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานที่มีอำนาจว่าการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ประเด็นที่สองคือเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกำหนดให้ต้องมี แพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งและพร้อมใช้งานอยู่แล้วก่อนยื่นข้อเสนอ ผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของโครงการเพียงใด และอาจส่งผลให้ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันมีจำนวนจำกัดหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ สสว. ชี้แจงเหตุผลของการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว

ทั้งนี้ยังไม่มีข้อวินิจฉัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ หรือหลักการแข่งขันที่เป็นธรรมหรือไม่

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือระยะเวลาการดำเนินโครงการ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือเหลือเวลาไม่ถึงสามเดือนนับจากวันที่ประกาศผลการคัดเลือก ขณะที่เป้าหมายของโครงการครอบคลุมผู้ประกอบการ SME จำนวน 50,000 ราย และนักศึกษาอีก 5,000 ราย รวมกว่า 55,000 ราย

ด้วยกรอบเวลาที่ค่อนข้างจำกัด หลายฝ่ายจึงติดตามว่า สสว. จะดำเนินการลงนามสัญญาและเริ่มโครงการเมื่อใด และจะดำเนินการอย่างไรหากกระบวนการอุทธรณ์หรือการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะในกรณีที่ภายหลังมีข้อค้นพบจากการตรวจสอบที่อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการคัดเลือก ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถาม และยังไม่มีข้อยุติจากหน่วยงานที่มีอำนาจ

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก สสว. ต่อข้อสงสัยและข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น ขณะที่องค์กรด้านการต่อต้านคอร์รัปชันและหน่วยงานตรวจสอบหลายแห่งเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

สำหรับประกาศผลการคัดเลือกลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ลงนามโดยผู้บริหารในฐานะ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจบริหารสูงสุดของหน่วยงานในช่วงเวลาดังกล่าว

ในขณะนี้กรณีดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์และการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อร้องเรียนและข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือมีข้อยุติว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือไม่ หลายฝ่ายจึงยังคงรอคำชี้แจงจาก สสว. และผลการพิจารณาของหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อสร้างความชัดเจนต่อกระบวนการคัดเลือกและการใช้งบประมาณของรัฐอันจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารโครงการภาครัฐในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...