โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชป.คึกถกแก้ท่วม-ติวงานสภา

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.09 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อภิสิทธิ์" ติวเข้มลูกพรรค กางยุทธศาสตร์ ปชป. ลุยงานสภาสมัยหน้า ล้วงข้อมูลแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" จับพิรุธงบรัฐ-พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เตรียมซักฟอกรัฐบาลอนุทิน ชู "Southern Connect" ตอบโจทย์คนใต้ แถมลงทุนน้อยกว่าแลนด์บริดจ์ ระดมกึ๋นรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ บี้ รบ.มอบผู้ว่าฯ เจ้าภาพแผนเผชิญเหตุ "ชวน” ซัด มท.โยก ผวจ.สนองการเมืองต้นเหตุมหาอุทกภัย

ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดสัมมนา สส.พรรค ภายใต้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน ฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิต” นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ

ในช่วงเช้า มีการเปิดเวทีระดมความเห็นจากภาคประชาชนและภาคธุรกิจในจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ รวมถึงตัวแทนนักวิชาการและนักศึกษาจากทั้งมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เพื่อร่วมกันวางแนวทางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ภายหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายปี 2568

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอพูด 4 ประเด็น คือ 1.เราอยากตรวจสอบเรื่องการเยียวยาการฟื้นฟูว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการได้รับการช่วยเหลือเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือน เรื่องสินเชื่อต่างๆ สถานะขณะนี้เป็นอย่างไร 2.การเตรียมตัวป้องกันในฤดูฝนที่จะมาถึงนี้ ซึ่งขณะนี้เป็นที่สนใจว่างบประมาณที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะงบฉุกเฉินที่จำเป็นจะต้องใช้ เพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับอุทกภัย สถานะเป็นอย่างไร 3.การเตรียมตัวเมือง เพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการสำคัญๆ ที่เคยมีการพูดกันคืออะไร มีเรื่องไหนที่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถที่จะไปเรียกร้องผลักดันได้เพิ่มเติมมากขึ้น และ 4.ข้อเสนอของภาคเอกชนต่อการพัฒนาเมืองในอนาคต เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติ บวกกับการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนหาดใหญ่และคนใต้

นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการฟื้นฟูเยียวยาหาดใหญ่ว่า เราสู้มาตั้งแต่ต้น ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีคนที่ยังไม่ได้เงินเยียวยาประมาณไม่เกิน 1,000 คนจะมีปัญหาตกหล่นอยู่

นายอดิศักดิ์ รัตนะ ในนามภาคประชาชน และเคยทำหน้าที่ในท้องถิ่น กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลผลักดันเงินเยียวยา เนื่องจากเงินเยียวยาจำนวน 9,000 บาทนั้นไม่เพียงพอ ซึ่งขณะนี้ภาพรวมจังหวัดสงขลามีประชาชนที่ไม่ได้รับเงิน 4,000 คน

นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ กล่าวถึงปัญหาของภาคธุรกิจในการเข้าถึงสินเชื่อที่ภาครัฐได้จัดเตรียมไว้ว่า การเข้าถึงและอนุมัติยังยากลำบาก เพราะธนาคารต้องตรวจสอบเครดิตบูโรของผู้ประกอบการ จึงเสนอว่าควรลดหย่อนเกณฑ์ และตรวจสอบอัตราความสำเร็จของโครงการย้อนกลับไปที่ธนาคารพาณิชย์ ว่าสามารถอนุมัติได้เท่าไร มิเช่นนั้นจะเป็นเสมือนระเบิดเวลา เพราะขณะนี้ครบเวลาการพักดอกเบี้ย 6 เดือนแล้ว แต่สภาพเศรษฐกิจในสงขลาและหาดใหญ่ยังซบเซา ภาคธุรกิจโรงแรมกังวล เพราะใกล้จะถึงหน้าน้ำในช่วงเดือน พ.ย.นี้

ด้านนักวิชาการและนักศึกษา เรียกร้องให้ผู้นำท้องถิ่นหรือรัฐบาล สำรวจว่าจุดใดเป็นพื้นที่ปลอดภัย เพื่อเตรียมพร้อมใช้เป็นพื้นที่อพยพ

นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ชี้แจงว่า ขณะนี้ในพื้นที่ต้องการขยายแก้มลิงให้สูงขึ้น จากนั้นลอกคู ซึ่งที่หาดใหญ่มีขนาด 430 กิโลเมตร (กม.) ตอนนี้ลอกได้แค่ 220 กม. และกำลังจะ e-bidding จำนวน 50 ล้านบาท เพื่อจะลอกให้อีกประมาณ 80 กม. ถ้าไม่ลอกน้ำจะล้นเข้าบ้านหมดเหมือนที่ภูเก็ต แต่ตอนนี้เงินสะสมหมดแล้ว ทั้งยังไม่ได้งบอะไรจากงบกลางเลย แต่ประมาณการเงินจากงบกลางที่จะใช้ซ่อมรถประมาณ 200 ล้านบาท แล้วลอกคูประมาณ 60-70 ล้านบาท สำหรับโคลนที่อยู่หน้าบ้านประชาชน ไม่มีทางที่จะล้างลงคูได้ ต้องใช้รถดูดโคลนเพื่อเอาไปทิ้งนอกเมือง ระยะทางกว่า 100 กม. ซึ่งยากลำบากมาก เพราะรถดูดโคลนที่มีจมน้ำหมด ตอนนี้ใช้ได้เพียง 2-3 คัน

ชงรบ.แก้ท่วมหาดใหญ่

ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวในช่วงท้ายว่า สงขลาเป็นจังหวัดที่ถือว่ามีความพร้อมที่สุดในภาคใต้ เนื่องจากมีชลประทานในพื้นที่ แต่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเพิ่งจะย้ายมาจากจังหวัดกระบี่ ทั้งหมดเกิดจากการบริหารของกระทรวงมหาดไทยที่ย้ายผู้ปกครองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ไม่ได้สนใจเรื่องการทำงาน แค่จะย้ายไปอยู่จังหวัดนั้นเพื่อช่วยการเลือกตั้งได้ เพราะถ้าพูดถึงความพร้อมแล้ว ไม่มีที่ไหนพร้อมเท่ากับที่นี่ จึงอยู่ที่ผู้บริหารที่จะประสานให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ชลประทาน มาใช้ประโยชน์ ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ที่นี่ ซึ่งหัวหน้าทีมในการแก้ปัญหาในพื้นที่คือผู้ว่าฯ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะรวบรวมผลการระดมความเห็นของทุกฝ่ายและนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป แต่ภาวนาว่าจะให้มีน้ำท่วมขึ้นมาอีก และอย่าให้มีการเลือกตั้ง เพราะเดี๋ยวจะมีการโยกย้ายผู้ว่าฯ อีก

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาหาดใหญ่กลายเป็นการถูกวาดภาพเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งที่ไม่ควรเป็นความขัดแย้ง แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่และอนุมัติงบกลาง 99.5 ล้านบาท และเสนอการแก้ไขปัญหาคลอง ร.1 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ไม่อยากให้รัฐบาลหยุดเพียงเท่านี้ อยากให้รัฐบาลเร่งรัด และให้การช่วยเหลือภาคธุรกิจ พิจารณาผ่อนปรนการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และนโยบายงดการจ่ายดอกเบี้ยและการพักเงินต้นที่จะหยุดอายุ รวมทั้งรัฐบาลควรเตรียมความพร้อมและประชาสัมพันธ์ถึงแผนการอพยพ สถานที่พักพิงต่างๆ และรัฐบาลควรให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพ และสร้างความมั่นใจ สร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ พรรคจะติดตามเพื่อแก้ปัญหาต่อไป ขอย้ำว่าไม่มีเรื่องการเมือง แต่จะต้องทำให้ประชาชนมีความสบายใจว่าสิ่งที่ประชาชนเผชิญจะไม่ซ้ำรอย

จากนั้นเวลา 11.20 น. ในที่สัมมนาพรรค มีการหารือและการแสดงความคิดเห็นถึงโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือโครงการขนาดใหญ่เริ่มต้นจากสมมติฐานว่า มีคนต้องการจะมาใช้ และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) บ่งชี้ชัดว่าเอาเข้าจริงไม่คุ้ม ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไม่ได้ประหยัด เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการขนของขึ้นและลงหลายรอบ และระยะทางที่ประหยัดได้น้อยมาก ตนแปลกใจมาโดยตลอด ตั้งแต่มีการพูดถึงเรื่องคลองไทย ทุกคนจะไปเปรียบเทียบกับคลองสุเอซและคลองปานามา แต่หากไปดูคลองเหล่านั้นเป็นการประหยัดการเดินเรือเป็นเดือนและเป็นสัปดาห์ แต่ของเราเป็นหลักวันและหลักชั่วโมง

ทั้งนี้ สิ่งที่ประชาธิปัตย์คิดคือ ถ้าจะมีการลงทุนเมกะโปรเจกต์ล้านล้านบาท ทำไมไม่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์กับคนภาคใต้ ซึ่งสิ่งที่เรานำเสนอ Southern connect คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลากหลาย ทางบก ทางระบบถนน ทางระบบราง เชื่อมสองฝั่งโดยการใช้การลงทุน อาจจะน้อยกว่าในโครงการแลนด์บริดจ์ แต่น่าจะตอบโจทย์ให้กับคนภาคใต้ที่จะใช้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ และระบบการขนส่งอำนวยความสะดวกนำสินค้าท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ไปสู่มาเลเซีย สิงคโปร์ กรุงเทพฯ และเชื่อมไปสู่ CLMV และจีน โดยข้อเสนอของเรานั้นมีความเสี่ยงต่ำ และมีความต้องการในการใช้โครงสร้างพื้นฐานนี้มีอยู่แล้ว

'มาร์ค' ติวเข้มลูกพรรค

ต่อมาช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์กล่าวในที่สัมมนาพรรคว่า ในการประชุมสภาสมัยที่ 2 ต้องเตรียมตัวสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมีโอกาสสูงที่ฝ่ายค้านจะเข้าชื่อกัน เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดังนั้นแพลตฟอร์มส่องรัฐของพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นเครื่องมือสำคัญของพรรคในการเข้าถึงข้อมูลการใช้งบประมาณของรัฐ ทั้งงบประมาณรายจ่ายปกติ และการใช้เงินกู้จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอบคุณ สส.ของพรรค ในสมัยประชุมที่ผ่านมา แม้จะมี สส.เพียง 21 คน แต่ทำงานอย่างหนัก ทั้งในสภาและนอกสภา และที่สำคัญครั้งนี้ สส.ของพรรคอยู่กันอย่างครอบครัว มีความใกล้ชิดสนิทสนม พึ่งพาอาศัยกัน ให้เกียรติกัน ไม่แยกตำแหน่ง ทำให้หน้าที่การเป็นฝ่ายค้านของพรรคมีน้ำหนักมากกว่าอีกหลายพรรค แต่ศึกข้างหน้า ในสมัยประชุมสามัญครั้งที่ 2 คาดว่าจะต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากกำลังพลเราน้อย เพื่อที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชนจากปัญหาของรัฐบาล ดังนั้นเป้าหมายของพรรคต้องชัดเจนขึ้น จะเพิ่มยุทธศาสตร์พื้นที่ของพรรคให้มากขึ้น ทั้ง Air War, Ground War และ Underground War

“วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราประชุม สส.นอกสถานที่ครั้งแรก เราคงจะมีเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หลายพรรคไม่มีความรู้สึกแบบนี้ ครั้งนี้ประชาธิปัตย์เรามีความรู้สึกเป็นครอบครัวจริงๆ ก็ขอให้รักษาจุดนี้ ผมยืนยันอีกครั้งว่าพร้อมสู้ทุกรูปแบบ และพร้อมดูแล สส.ให้ดีที่สุด” เลขาธิการพรรค ปชป.ระบุ

นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงแพลตฟอร์มส่องรัฐว่า ใช้ติดตามงบประมาณของภาครัฐ สามารถดึงข้อมูลข้ามกระทรวงมาวิเคราะห์ได้ ทำให้การตรวจสอบการทำงานรัฐบาลเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้การใช้ภาษีของประชาชนเป็นประโยชน์สูงสุด และหลังจากนี้ จะมีการพัฒนาเป็นบัญชีนวัตกรรมใหม่ๆ และรายงานนวัตกรรม เพื่อติดตามการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง ไม่มีการประมูล ทำให้ราคาแพง และมีบริษัทใดที่เป็นมาเฟียนวัตกรรม หรือเร่งผลิตนวัตกรรม แอบอ้างชื่อหลายๆ บริษัท ทำให้เสมือนมีการแข่งขันในตลาด ซึ่งจะช่วยให้พรรคติดตามข้อมูลได้ โดยเฉพาะนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์ และที่เกี่ยวข้องกับการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...