โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทนเหงาไม่ไหว! อ้าง "หลวงตาสุจย์" อยากกลับไทยอยู่กัมพูชาไร้คนนับถือ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(19 พ.ค. 69) เพจเฟซบุ๊ก "ทนายเกิดผล แก้วเกิด" ได้โพสต์ภาพ "หลวงตาสุจย์" พร้อมระบุข้อความว่า “อยากกลับไทย คิดถึงบุรีรัมย์ อยู่เขมรไม่ค่อยมีคนนับถือเหมือนเมืองไทย วอนคนไทยให้อภัยอาตมา”

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง วัดป่าโคกคฤห์ (โคกครึ) ต.ป่าชัน อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นวัดที่หลวงตาสุจย์เป็นผู้สร้างขึ้น พบว่าบรรยากาศภายในวัดเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีพระภิกษุจำวัดอยู่เพียง 2 รูปเท่านั้น

จากการสอบถาม นายสงวน อายุ 45 ปี ชาวบ้าน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หลวงตาสุจย์เคยอัดคลิปไลฟ์สดสาปแช่งคนสุรินทร์ในทำนองว่า "ขอให้ทหารกัมพูชายิงให้ตายให้หมด" จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม สุดท้ายหลวงตาสุจย์จึงได้ย้ายไปจำวัดอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งในขณะนั้นผู้นำประเทศกัมพูชาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

นายสงวน กล่าวต่อว่า ณ ตอนนี้หากหลวงตาสุจย์อยากจะเดินทางกลับประเทศไทย คงไม่มีใครห้ามได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของท่านในฐานะคนไทย และวัดแห่งนี้ท่านก็เป็นคนสร้างขึ้นมา แต่การกลับมาแล้วลูกศิษย์ลูกหาและชาวบ้านจะยังเคารพศรัทธานับถืออยู่หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน

ส่วนตัวตนเองไม่ได้ติดใจอะไรและพร้อมให้อภัย เพราะท่านเป็นพระ ไม่อยากสร้างบาปสร้างกรรมต่อกัน แต่อยากจะฝากเตือนเรื่องการพูดการจา ให้มีความสำรวมมากกว่านี้ เนื่องจากท่านยังครองผ้าเหลืองอยู่

สำหรับ หลวงตาสุจย์ หรือ พระมหานรินธร ปสนนฺโน (ปสนังโน) อายุ 61 ปี อดีตพระนักเทศน์ชื่อดังในพื้นที่อีสานใต้ ได้เดินทางไปพำนักอยู่ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเวลานานเกือบ 1 ปี 3 เดือนแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...