RBF กำไรQ1โตสนั่น30%ลุยต่างประเทศเต็มสูบ
#RBF #ทันหุ้น – RBF โชว์ฟอร์มแกร่ง! ไตรมาส 1/69 กำไรพุ่ง 30.81% แตะ 136.62 ล้านบาท รับแรงหนุนยอดขายทั้งใน นอกประเทศโตต่อเนื่อง ฟากผู้บริหาร “สุรนาถ กิตติรัตนเดช” ย้ำยังไม่ขึ้นราคาสินค้า แม้ต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ขยับ ลั่นสต็อกยังเพียงพอ พร้อมกางเกมรุกต่างประเทศเต็มสูบ
นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และภายใต้ตราสินค้าของบริษัท เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบบางรายการปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงเริ่มเห็นผลกระทบจากราคาบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทในปัจจุบันยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากยังมีสต็อกวัตถุดิบหลักเพียงพอรองรับความต้องการของลูกค้าได้อีกระยะหนึ่ง ขณะที่ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่ต้นทุนหลัก จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ
@กางกลยุทธ์
กลยุทธ์สำคัญที่จะสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในปีนี้ คือ การขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าตลาดต่างประเทศจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าตลาดในประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานที่ดำเนินการแล้วใน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย โดยโรงงานในเวียดนามและอินโดนีเซียเริ่มกลับมามีกำไรแล้ว สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของฐานธุรกิจต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการขยายโรงงานในประเทศจีน โดยวางงบลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท คาดว่าโรงงานดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 เพื่อรองรับธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารประเภท Food Coating และธุรกิจซื้อมาขายไป หรือ Trading ซึ่งจะช่วยต่อยอดการเติบโตในตลาดต่างประเทศระยะยาว
สำหรับตลาดในประเทศ บริษัทจะเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมเป็นหลัก เนื่องจากกำลังซื้อยังอยู่ในภาวะชะลอตัว อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มลูกค้าของบริษัท โดย RBF อยู่ในธุรกิจต้นน้ำและกลางน้ำ หากลูกค้ามีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อยอดขายของบริษัทตามไปด้วย
@อวดกำไรQ1
ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 136.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 1,085.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.36% สะท้อนการเติบโตของธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 10.23 ล้านบาท หรือ 1.24% จากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์วัตถุแต่งกลิ่น รส และสีผสมอาหาร หลังจากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติ
ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับประโยชน์จากสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมในกลุ่มผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นและรส ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 13.86 ล้านบาท และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
ส่วนยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 25.01 ล้านบาท หรือ 10.99% จากการขยายตลาดเชิงรุกในภูมิภาคเอเชีย ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์วัตถุแต่งกลิ่น รส และสีผสมอาหาร รวมถึงกลุ่มแป้งและซอส ควบคู่กับการเสริมศักยภาพด้านการขายและการตลาดผ่านบริษัทย่อยในต่างประเทศ ส่งผลให้ฐานรายได้ระดับภูมิภาคแข็งแกร่งมากขึ้น อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ในหลายประเทศ รวมถึงการเติบโตของผลิตภัณฑ์ฟรีซดรายในตลาดญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดขายต่างประเทศในไตรมาสนี้