โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มพรุ่งนี้ ร้านค้ายืนยันสิทธิร่วม 'ไทยช่วยไทยพลัส' ผ่านแอพพลิเคชั่น 'ถุงเงิน' เว้นร้านนวด สปา ทำเล็บ ทำผม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 พ.ค. เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. เวลา 23.15 น.

เริ่มพรุ่งนี้ ร้านค้ายืนยันสิทธิร่วม ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘ถุงเงิน’ เว้นร้านนวด สปา ทำเล็บ ทำผม

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเปิดรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

น.ส.ลลิดากล่าวว่า ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอพพลิเคชั่นถุงเงิน ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-30 กันยายน 2569 ส่วนร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน ลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบนี้ได้

สำหรับการใช้จ่ายผ่านร้านค้าในโครงการ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. ขณะที่การใช้จ่ายผ่านระบบ Food Delivery จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-21.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ร้านค้า

น.ส.ลลิดากล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนการใช้จ่ายระหว่างภาครัฐ ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง และช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนในช่วงฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

“รัฐบาลขอเชิญชวนร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ขยายฐานลูกค้า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากระดับชุมชน โดยรัฐบาลเชื่อมั่นว่าการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ร้านค้ารายเล็กและประชาชนในพื้นที่ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน” น.ส.ลลิดากล่าว

ด้านนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยความคืบหน้าร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมความพร้อมเปิดให้สถาบันการเงินเข้าประมูลเงินกู้ในสัปดาห์หน้า ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 175,000 ล้านบาท เนื่องจากจำเป็นต้องเริ่มเบิกจ่ายเงินให้ทันภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2569

นางจินดารัตน์ กล่าวว่า รูปแบบการกู้เงินนั้นประกอบด้วย 1.การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note-PN) โดย สบน.จะเปิดให้สถาบันการเงินเข้ามาเสนอราคาแข่งขัน (Bid) ภายในสัปดาห์หน้า ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้จะมีอายุ 3-5 ปี และจะทยอยออกประมูลในวงเงินเดือนละ 35,000 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งเมื่อรวมวงเงินตลอด 4 เดือนแล้ว รวมทั้งสิ้น 140,000 ล้านบาท จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 และ

2.สัญญาเงินกู้ธนาคารระยะยาว (Term Loan) ในขณะเดียวกัน สบน.จะดำเนินการคู่ขนานด้วยการเปิดประมูลสัญญาเงินกู้ธนาคารระยะยาววงเงิน 35,000 ล้านบาท ซึ่งมีอายุ 3-5 ปี เช่นเดียวกันซึ่งจะทยอยกู้ตามความต้องการใช้งานจริง ทั้งนี้ ทำให้มียอดกู้ ล็อตแรกรวม 175,000 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เริ่มพรุ่งนี้ ร้านค้ายืนยันสิทธิร่วม ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘ถุงเงิน’ เว้นร้านนวด สปา ทำเล็บ ทำผม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...