โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลพีร์ขอปลัดภูเก็ตให้ความร่วมมือกระบวนการสอบ ยันไม่มียัดคดีตัดตอนแชทหลุด ลุยสแกนต่อทุนต่างชาติฮุบเกาะ พบเข้าข่ายนอมินีกว่า 400 บริษัท

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
พลพีร์ขอปลัดภูเก็ตให้ความร่วมมือกระบวนการสอบ ยันไม่มียัดคดีตัดตอนแชทหลุด ลุยสแกนต่อทุนต่างชาติฮุบเกาะ พบเข้าข่ายนอมินีกว่า 400 บริษัท

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม รุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่า เท่าที่ทราบเป็นเรื่องการรับส่วยสอบข้าราชการท้องถิ่น ของปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องผู้มีอิทธิพลและเรื่องส่วยของจังหวัดภูเก็ต ตนคิดว่าเป็นเรื่องของกรมการปกครองที่ดำเนินการสอบสวนอยู่แล้ว แต่เหตุที่สอบช้าเพราะรุ่งเรืองใช้สิทธิในการลาถึงสองครั้ง ครั้งละ 10 วัน ซึ่งเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน

ทั้งนี้การส่งข้าราชการกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต้นสังกัด ไม่ได้แปลว่าเขาจะบริสุทธิ์หรือมีความผิด เพราะการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป แต่ในห้วงระยะเวลาที่นำตัวมาช่วยราชการอาจจะเกินเวลาจึงต้องส่งกลับพื้นที่ก่อน โดยมีการสอบสวนตามเดิม ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในเร็วๆ นี้

ส่วนการที่ตำรวจควบคุมตัวปลัดจังหวัดภูเก็ต จะต้องมีการประสานงานเพื่อนำตัวเพื่อมาให้ข้อมูลในการสอบของกรมการปกครองหรือไม่ พลพีร์ ระบุว่า เรื่องส่วยที่ตำรวจออกหมายจับเป็นเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองจะต้องเรียกสอบอีกครั้งหนึ่งว่ามูลเหตุเป็นอย่างไร ดังนั้น ปลัดจังหวัดภูเก็ตจึงมีสองคดีใหญ่ที่ต้องตอบสังคมและประชาชนให้ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าอธิบดีกรมการปกครอง มีหลักเกณฑ์ในการสอบอยู่แล้ว และคณะกรรมการสอบภายในของกรมการปกครอง มีความแม่นยำเรื่องข้อกฎหมายอยู่แล้ว

“อยากขอปลัดจังหวัดภูเก็ตว่า เมื่อเราถูกหมายเรียกแล้วขอให้เข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกรมเถอะ เพราะกรมก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และตามจริงแล้วกระทรวงมหาดไทยก็เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการน้ำดี แต่ตราบใดที่เริ่มมีน้ำเสียเข้ามาบริหารให้กับประชาชนก็เริ่มจะไม่ดี ศักยภาพบุคลากรความคิด ความอ่าน ความรู้ ความสามารถจางหายเกินไป วันนี้ขอให้มาช่วยกันเอาศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา ถ้าเกิดว่าท่านรักกระทรวงมหาดไทยให้ความร่วมมือกับท่านอธิบดีเถอะครับ ไม่ว่าจะสอบท่านเรื่องไหน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่ผิดคือไม่ผิด”

ส่วนจะถูกมองว่าเป็นการยัดคดีให้ปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อตัดตอนหลังออกมาเปิดเผยแชท ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ หรือไม่ พลพีร์ ยืนยันว่า การยัดคดีเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเรื่องการสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องปีนี้ แต่เป็นครั้งที่แล้ว ฉะนั้นเป็นเรื่องที่ผูกพันกันมา แปลว่าท่านรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ และไม่ได้ปฏิบัติตามเพื่อการป้องกันหรือไม่ หรือไม่ได้แจ้งมาที่กรมและผู้บังคับบัญชาหรือไม่ ฉะนั้นคำถามพวกนี้ท่านต้องตอบให้ได้

“หากท่านเห็นของเสีย ควรรีบชำระหรือบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้บริหารนั่งอยู่บนหอคอย ไม่เห็นหรอก บางทีที่ลงไปเขาก็ไม่อยากคุยกับเรา ฉะนั้น คนในพื้นที่เป็นบุคคลที่สำคัญมากๆ ต่อกลไกการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงมหาดไทย” พลพีร์กล่าว

พลพีร์ ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและนอมินีในจังหวัดภูเก็ตว่า จากการตรวจสอบร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ พบว่าตัวเลขบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีพุ่งสูงกว่า 400 บริษัทแล้ว จากที่สแกนอยู่กว่า 10,000 บริษัท ซึ่งหากพบความผิดจะบังคับจำหน่ายที่ดินและดำเนินคดีทางแพ่งและอาญาทันที

ส่วนปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบ เช่น การงอกของที่ดิน สค.1 จาก 5 ไร่เป็น 8 ไร่ หรือการทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้และ ส.ป.ก. ตนได้สั่งการให้อธิบดีกรมที่ดินตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมดว่าออกมารวมถึงปล่อยปละละเลยมาตั้งแต่สมัยใคร โดยในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ยืนยันว่ารัฐบาลเร่งแก้ไขอย่างลึกถึงต้นตอ แต่ขอให้ประชาชนรอสักนิดเพราะเราจะทำตัวเป็นศาลเตี้ยไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

พลพีร์ กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่าผู้ประกอบการในภูเก็ตอาจทำผิดกฎหมายถึง 30-40% ว่า เรื่องนี้ต้องตั้งคำถามว่าคนปกครองภูเก็ตปล่อยให้เปิดโดยไม่มีใบอนุญาตได้อย่างไร แต่อยู่ๆ จะให้ข้าราชการตามไปสั่งปิดหมดทั้งเกาะจนเศรษฐกิจเดินหน้าไม่ได้ก็คงไม่ใช่ภูเก็ตอีกต่อไป

ดังนั้น จุดเริ่มต้นต้องชัดเจน ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปต้องไม่ปล่อยปละละเลยให้มีกลุ่มอิทธิพลที่เรียกตัวเองว่าโกนั้นโกนี้ หรือพวกกุ๊ยเข้ามาเก็บส่วยขูดรีดประชาชน หลังจากนี้ตนจะเชิญคณะกรรมาธิการสภาฯ ที่ลงพื้นที่มาร่วมประชุมสรุปข้อมูลเพื่อหาทางออกร่วมกัน ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้กฎหมายต้องไปตามแก้เพื่อให้คนทำผิดกลายเป็นถูก และจะดำเนินการปรับปรุงทุกอย่างให้ผู้ประกอบการกลับเข้ามาอยู่ภายใต้กฎหมายที่ถูกต้องอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...