แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ
เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและช่วยเหลือทางการเงินให้แก่ข้าราชการตำรวจอย่างเป็นรูปธรรม
เลยสงสัย เลยข้องใจ ปัญหา "หนี้สินตำรวจ" จนป่านนี้ ยังไม่ดีขึ้นอีกหรือ เพราะจำได้ว่าเรื่องปัญหาหนี้สินตำรวจ ทุกยุค ทุกสมัย ทุก "ผบ.ตร." ใครขึ้นมา ก็จะผุดโครงการนี้ขึ้นมา ยิ่งช่วงไหน "รัฐบาล" ตื่นตัวเรื่องการแก้หนี้สินข้าราชการ "ตำรวจ" ก็จะเป็นหน่วยงานต้นๆ ที่ขานรับนโยบาย อย่างแข็งขัน อย่างจริงจัง
แต่ผ่านมาจะเกือบ 10 ปี "หนี้สินตำรวจ" ก็ยังวนลูปมาให้ ผบ.ตร.ต้องสั่งขันนอตแก้ปัญหาอยู่ทุกปี
ไม่ต้องย้อนไปไกล เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568 มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเสนอแนะปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ครั้งยังเป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน มี ผบ.ต่าย เข้าร่วมประชุม ร่วมกับ
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านต่างๆ พิจารณาเรื่องการบริหารจัดการสหกรณ์ตำรวจและการบริหารจัดการหนี้สินของตำรวจ
เพื่อให้ตำรวจได้นำเงินที่ออมไว้ไปฝากเพื่อได้ดอกเบี้ยอัตราที่สูงและยามเดือดร้อนสามารถกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ไม่ต้องไปกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง โดยให้สมุห์บัญชีทุกแห่ง หักเงินค่าหุ้นรายเดือน เงินงวดชำระหนี้ฯลฯ จากเงินเดือนข้าราชการตำรวจนำส่งสหกรณ์ได้
ผ่านมาจะครบ 1 ปี ผบ.ตร.ก็ยังต้องสั่งกำชับการปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ หนี้สินตำรวจก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปธรรม
เลยไม่แปลกใจในคดี "ตี๋ซีโฟร์" ครอบครองอาวุธปืนสงครามจำนวนมาก หากตัดมุมคดีความ ตัดมุมดรามาคนร้ายชื่นชอบสะสมอาวุธ ไม่มีเรื่องก่อวินาศกรรมหรือนำอาวุธมาก่อเหตุในประเทศไทย แม้จะมีการเกี่ยวกันกับแก๊งสแกมเมอร์ชายแดน
ตามที่ "ตำรวจใหญ่" ดาหน้าออกมายืนยันการันตี
เอาเฉพาะมุมปืนของกลางจากคลังแสง "ตี๋ซีโฟร์" มี "ปืน" จากโครงการสวัสดิการตำรวจ ถูกนำมาจำนำต่อกันเป็นทอดๆ จนมาตกอยู่ในมือ "อาตี๋" ที่ตามข้อมูลฝ่ายความมั่นคงพบเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ชายแดนระดับบอส
จน ผบ.ต่ายต้องออกตัวเรื่อง "อาวุธปืนตำรวจ" ดังกล่าวที่ถูกจำนำต่อกันมาหลายทอดนั้น
"ต้องขอให้สังคมเข้าใจในเรื่องของภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินจนต้องนำทรัพย์สินไปขายหรือจำนอง"
นั่นก็สะท้อน หนี้สิน ค่าใช้จ่าย "ตำรวจ" หากไม่ขัดสน ไม่ยากแค้น ก็คงไม่ถึงขั้นเอาอาวุธคู่กายที่จำเป็นต่อการทำงานไป
"ขายกิน"!!!