โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อ็อกซ์ฟอร์ด เตือน 3 วิธี "เก็บอาหาร" ทำแบคทีเรียโต-ขับถ่ายรวน แถมเสี่ยงมะเร็งเพิ่ม!

sanook.com

เผยแพร่ 14 มิ.ย. เวลา 13.04 น. • Sanook
วิจัย Oxford 26 ปีชี้ชัด!

มหาลัย Oxford ชี้ชัด! วิจัย 1.3 แสนคน นาน 26 ปี เผย "3 พฤติกรรมถนอมของเหลือ" ที่คนทำเยอะ แต่เสี่ยงมะเร็ง-ทำระบบย่อยพัง

ความเชื่อที่ว่าการรับประทานอาหารค้างคืนหรือของเหลือเป็นสาเหตุหลักที่เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง ถูกหักล้างด้วยผลงานวิจัยระยะยาวของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างกว่า 130,000 คน ตลอด 26 ปี ทว่าผลวิจัยเตือนว่าสิ่งที่น่ากังวลคือ พฤติกรรมการจัดเก็บและอุ่นอาหารที่ผิดวิธี ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารโดยตรง

เจาะลึก 3 พฤติกรรม "ถนอมของเหลือ" แบบผิดๆ ที่ต้องระวัง

1. ตั้งอาหารทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป: การวางอาหารทิ้งไว้บนโต๊ะหลายชั่วโมงหลังรับประทานเสร็จเป็นสภาวะที่เรียกว่า Danger Zone ซึ่งเอื้อให้แบคทีเรียสืบพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาหารประเภทแกงน้ำซุปและอาหารทะเล ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำให้อาหารเย็นลงในเวลาสั้นๆ และจัดเก็บเข้าตู้เย็นภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังปรุงเสร็จ

2. เก็บในตู้เย็นโดยไม่มีภาชนะปิดมิดชิด: การนำจานอาหารใส่ตู้เย็นโดยไม่ปิดฝาครอบส่งผลให้อาหารได้รับเชื้อโรคปนเปื้อนจากวัตถุดิบดิบอื่นๆ ที่แช่อยู่ร่วมกัน นอกจากนี้การเปิดประตูตู้เย็นบ่อยครั้งทำให้อุณหภูมิภายในไม่คงที่ จุลินทรีย์จึงยังสามารถเจริญเติบโตได้ จึงจำเป็นต้องใช้กล่องถนอมอาหารที่มีฝาปิดล็อกสนิทเสมอ

3. การอุ่นอาหารไม่ทั่วถึงและรีบรับประทาน: พฤติกรรมการอุ่นอาหารค้างคืนเพียงไม่กี่นาทีทำให้ความร้อนสัมผัสเฉพาะผิวภายนอก แต่แกนกลางอาหารยังไม่ร้อนพอที่จะฆ่าแบคทีเรียได้ ข้อมูลทางสถิติระบุว่าผู้ที่กินของเหลือโดยอุ่นไม่แกะกล่องและเคี้ยวไม่ละเอียด มีโอกาสเกิดปัญหาท้องอืด ท้องเสีย และระบบย่อยอาหารแปรปรวนสูงกว่าปกติถึง 16% สำหรับอาหารประเภทน้ำแกงควรต้มให้เดือดพล่านก่อนนำมากินซ้ำ

บทสรุปทางการแพทย์: ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์คือตัวการที่แท้จริง

ผลการศึกษาจาก Oxford เน้นย้ำว่า แท้จริงแล้วกลุ่มผู้ประทังชีวิตด้วยของเหลือเป็นประจำมักมีพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีดัชนีมวลกาย (BMI) เกินมาตรฐาน มีความเครียดสะสมสูง พักผ่อนน้อย และขาดการขยับเขยื้อนร่างกาย ซึ่งภาวะเครียดเรื้อรังจะเข้าไปกดภูมิคุ้มกันในการซ่อมแซมเซลล์ ขณะที่โรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ได้รับการยอมรับในการกระตุ้นมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งตับอ่อน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพองค์รวมจึงมีความสำคัญสูงสุดในการป้องกันโรค

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและงานวิจัยคลินิก (References):

  • University of Oxford Population Health & Long-term Epidemiological Studies. งานวิจัยเชิงระบาดวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะยาว 26 ปี เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของประเภทอาหารเหลือค้างคืนและอัตราการเกิดเนื้องอก
  • World Health Organization (WHO) Food Safety Guidelines. คู่มือมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารว่าด้วยการป้องกันอุณหภูมิในกลุ่ม Danger Zone และการปนเปื้อนข้ามของเชื้อจุลินทรีย์ในครัวเรือน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...