น้ำมันโลกดิ่งกว่า 4% รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านจ่อปิดดีลสันติภาพ เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ คลายกังวลอุปทานพลังงา
ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 15 มิถุนายน 2569 หลังมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้สำเร็จ และเตรียมลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
รายงานระบุว่า นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางสำคัญในการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย เปิดเผยว่า ข้อตกลงสันติภาพได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกตอบรับในเชิงบวก เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จากปัจจัยดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงสำคัญของตลาดโลก ปรับตัวลดลง 3.8% มาอยู่ที่ระดับ 84.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับลดลง 4.1% เหลือ 81.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์มองว่า การปรับตัวลงของราคาน้ำมันสะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อระบบพลังงานโลก หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญของโลก
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “Oil will flow again” หรือ “น้ำมันจะไหลอีกครั้ง” ซึ่งถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของการค้าพลังงานทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก และดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับเกือบ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดสูงสุด
อย่างไรก็ตาม การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในระยะต่อไป ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายนนี้อย่างใกล้ชิด