โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พนักงาน Meta ยื่นฟ้องบริษัท ฐานใช้ AI คัดคนออก ไม่สนสิทธิลา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) ควรมีบทบาทมากน้อยแค่ไหนในการบริหารบุคลากรขององค์กร และเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ช่วยวิเคราะห์” กับ “ผู้ตัดสินใจ” ควรอยู่ตรงไหน คำถามดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง หลังพนักงานของ Meta จำนวน 26 คน ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้ระบบ AI ภายในมาช่วยคัดเลือกพนักงานที่จะถูกเลิกจ้างจากแผนการปรับโครงสร้างที่ต้องการลดพนักงานราว 8,000 ตำแหน่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) ควรมีบทบาทมากน้อยแค่ไหนในการบริหารบุคลากรขององค์กร และเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ช่วยวิเคราะห์” กับ “ผู้ตัดสินใจ” ควรอยู่ตรงไหน

คำถามดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง หลังพนักงานของ Meta จำนวน 26 คน ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้ระบบ AI ภายในมาช่วยคัดเลือกพนักงานที่จะถูกเลิกจ้างจากแผนการปรับโครงสร้างที่ต้องการลดพนักงานราว 8,000 ตำแหน่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

Meta ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ Whatsapp ถูกกล่าวหาว่าใช้ระบบ AI หลายระบบร่วมกัน ทั้งคะแนนประเมินผลการทำงานของพนักงาน เทคโนโลยีในการติดตามข้อมูลการกดแป้นพิมพ์ (keystrokes) และข้อมูลกิจกรรมการใช้งานของพนักงาน เพื่อจัดอันดับและคัดเลือกผู้ที่จะถูกเลิกจ้าง

ในคำฟ้องระบุว่า รายชื่อผู้ถูกเลิกจ้างไม่ได้เกิดจากการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาที่รู้จักการทำงานหรือแม้แต่พฤติกรรมของพนักงานแต่ละคน แต่เกิดจากระบบ AI ที่ถูกใช้มาให้คะแนน จัดลำดับ และแม้แต่มาตัดสินใจคัดเลือกพนักงานเข้าสู่รายชื่อดังกล่าว

ผู้ฟ้องร้องกำลังขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการเลิกจ้างนี้ชั่วคราวในระหว่างการดำเนินคดี พร้อมเรียกร้องให้มีการรับพนักงานกลับเข้าไปทำงาน จ่ายค่าจ้างย้อนหลัง เรียกคืนผลประโยชน์ที่สูญเสีย รวมถึงค่าเสียหายอื่นๆ หากศาลวินิจฉัยว่ามีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ตรงที่ข้อกล่าวหาว่า ระบบ AI ของ Meta ใช้ข้อมูลด้านประสิทธิภาพการทำงานและของพนักงานในการประเมินตัวพนักงาน จนทำให้เกิดข้อมูลที่ผิดพลาด อย่างเช่น พนักงานที่ลาคลอด ลาป่วย หรือได้รับสิทธิช่วยเหลือจากความพิการ พบว่ามีข้อมูลประสิทธิภาพของงานน้อยกว่า หรือบางรายไม่มีข้อมูลในช่วงที่ลางานเลย เพราะใช้สิทธิตามกฎหมายแรงงาน และผลสุดท้ายกลับได้รับคะแนนประเมินในระดับที่ต่ำ

ผู้ฟ้องร้องจึงอ้างว่า พนักงานที่ใช้สิทธิการลาตามที่กฎหมายคุ้มครอง ถูกคัดเลือกให้เลิกจ้างในสัดส่วนที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากระบบไม่ได้คำนึงถึงการลาที่ได้รับสิทธิตามกฎหมาย และอาจส่งผลให้การใช้สิทธิดังกล่าวเป็นปัจจัยเสียเปรียบในการประเมิน

ในบรรดาผู้ฟ้องร้อง มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างลาคลอด ก่อนที่เธอจะให้กำเนิด ปรากฏว่าเธอได้รับแจ้งว่าจะถูกเลิกจ้างเพียง 2 วันก่อนคลอดบุตร ขณะที่วิศวกรอีกคนระบุว่า ได้รับคะแนนประเมินลดลงหลังลางานเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ส่วนผู้จัดการอีกคนถูกแจ้งเลิกจ้างหลังเริ่มลาป่วยได้เพียง 16 วัน

อย่างไรก็ตาม เดอะ การ์เดียน รายงานว่า Meta ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยโฆษกของบริษัทระบุว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ “ไม่มีมูลและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง” พร้อมยืนยันว่า การบริหารกำลังคนและการตัดสินใจด้านองค์กรเป็นการตัดสินใจที่มาจากคน ไม่ใช่มาจาก AI

ก่อนหน้านี้ Meta เปิดตัวโครงการติดตามข้อมูลการทำงานของพนักงาน ซึ่งเก็บข้อมูลการพิมพ์ การใช้เมาส์ ประวัติการใช้งานเบราวเซอร์ ข้อความ อีเมล และข้อมูลตำแหน่งจากอุปกรณ์ของบริษัท โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก CEO ของ Meta ระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบ AI เรียนรู้รูปแบบการทำงานของพนักงาน

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเผชิญกระแสคัดค้านจากพนักงาน โดยมีพนักงานกว่า 1,600 คน ร่วมลงชื่อในคำร้องแสดงความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ก่อนที่ซักเคอร์เบิร์กจะประกาศระงับโครงการเมื่อต้นเดือนมิถุนายน

ขณะที่ในคดีล่าสุด ฝ่ายผู้ฟ้องร้องยังขอให้ศาลสั่งตรวจสอบระบบ AI ของ Meta โดยอิสระ เพื่อเปิดเผยกลไกการคัดเลือกผู้ถูกเลิกจ้าง พร้อมระบุว่า บริษัทไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดของกระบวนการดังกล่าวแก่พนักงาน

ตามข้อมูลของทนายความ ผู้ฟ้องร้องทั้ง 26 คน ยังมีสถานะเป็นพนักงานของ Meta จนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม ก่อนจะพ้นสถานะ โดยฝ่ายผู้ฟ้องร้องยังขอให้ศาลอนุญาตให้ปกปิด9ตัวตนของพนักงาน เนื่องจากกังวลว่าจะถูกตอบโต้ระหว่างการดำเนินคดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...