ครม. ต่อมาตรการช่วยซื้อบ้าน ลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% ราคาไม่เกิน 7 ล้าน ถึงกลางปี 2570
หลังมาตรการเดิมกำลังจะสิ้นสุดลง คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยออกไปอีก 1 ปี เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่กำลังซื้อยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
มาตรการใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01%
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุนการซื้อได้หลายหมื่นบาท โดยเฉพาะในช่วงที่ภาระค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยยังเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวต้องบริหารอย่างระมัดระวัง
[ บ้านแบบไหนได้สิทธิ์บ้าง ]
มาตรการครั้งนี้ครอบคลุมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดในอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียม
เงื่อนไขสำคัญคือ ราคาซื้อขายและราคาประเมินต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อหน่วย รวมถึงวงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญาเช่นกัน
หากเข้าเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ซื้อจะเสียค่าธรรมเนียมเพียง 0.01% ทั้งค่าโอนและค่าจดจำนอง ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับอัตราปกติ
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ครอบคลุมกรณีการขายเฉพาะส่วนของอสังหาริมทรัพย์ หรือการโอนกรรมสิทธิ์บางประเภทที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
[ ช่วยประหยัดเงินได้เท่าไหร่ ]
ตัวอย่างเช่น หากซื้อบ้านราคา 7 ล้านบาท และกู้เต็มจำนวน 7 ล้านบาท ปกติจะต้องจ่ายค่าโอน 2% หรือประมาณ 140,000 บาท และค่าจดจำนองอีก 1% หรือ 70,000 บาท รวมเป็น 210,000 บาท
แต่ภายใต้มาตรการใหม่ ค่าธรรมเนียมทั้งสองส่วนจะลดลงเหลือเพียง 0.01% หรือคิดเป็นเงินรวมประมาณ 1,400 บาทเท่านั้น
นั่นหมายความว่าผู้ซื้อสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 208,000 บาท ซึ่งอาจนำไปใช้เป็นค่าแต่งบ้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์ หรือเงินสำรองฉุกเฉินหลังการซื้อบ้านได้
จึงเป็นเหตุผลที่หลายฝ่ายมองว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระของผู้ซื้อได้โดยตรง และเป็นแรงจูงใจให้คนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยง่ายขึ้น
[ รัฐหวังกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ]
รัฐบาลประเมินว่าการต่ออายุมาตรการครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งตลาดบ้านใหม่และบ้านมือสอง รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และสินเชื่อที่อยู่อาศัย
กระทรวงการคลังคาดว่าจะทำให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 540,000 ล้านบาทต่อปี และช่วยให้เกิดการลงทุนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมากกว่า 300,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้ GDP ไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 1% เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการช่วยเหลือ
ในช่วงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว มาตรการลดค่าโอนและจำนองจึงยังถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการประคองตลาดและช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการมีบ้านได้ง่ายขึ้น