โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เครือข่ายประชาชน" ยกระดับชุมนุมหน้าทำเนียบฯ จี้หยุดแลนด์บริดจ์-SEC ชี้รัฐบาลไม่จริงใจ ส่อขายชาติ

สยามรัฐ

อัพเดต 45 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 บริเวณถนนพระราม 5 หน้าทำเนียบรัฐบาล นายอภิศักดิ์ ทัศนี โฆษกการชุมนุมเครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนในการคัดค้านร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ. SEC และโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ของรัฐบาล

โดยระบุว่าจุดเริ่มต้นของการชุมนุมครั้งนี้มาจากการที่รัฐบาลพยายามผลักดันกฎหมายและโครงการดังกล่าว ซึ่งทางเครือข่ายมองว่าเป็นทิศทางการพัฒนาภาคใต้ที่ไม่เป็นธรรม เป็นการนำทรัพยากรทั้งหมดไปประเคนให้กลุ่มทุนต่างชาติ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับเพียงมลพิษ ผลกระทบจากอุตสาหกรรม และการถูกแย่งยึดอาชีพ ที่ดิน อากาศ และแหล่งน้ำ

โดยมีบทเรียนความล้มเหลวชัดเจนจากการบังคับใช้กฎหมาย EEC มาตลอด 6 ปีที่สร้างความเสียหายอย่างมาก แต่รัฐบาลกลับเลือกก๊อปปี้แนวคิดเดิมมาใช้กับภาคใต้ ทั้งที่ข้อมูลทางวิชาการยืนยันชัดเจนว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า มีความเสี่ยงที่จะไม่ประสบความสำเร็จ และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนสูงมาก ทางเครือข่ายจึงได้ประกาศข้อเรียกร้อง 5 ประการ คือ

1. ให้ยุติการผลักดันกฎหมาย SEC 2. ยุติโครงการแลนด์บริดจ์ 3. เขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่โดยให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม 4. ให้เยียวยาผลกระทบจากการถมทะเลมาบตาพุดต่อชาวประมงที่ยังไม่ได้รับการชดเชย และ 5. หยุดการขยายพื้นที่ EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยไม่ควรมีกฎหมายหรือการพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะที่สร้างความไม่เป็นธรรมเช่นนี้

"การเกิดขึ้นของแลนด์บริดจ์และ พ.ร.บ. SEC คือการสูญเสียป่าไม้ ที่ดิน น้ำ และทรัพยากรทั้งหมด ยิ่งกว่าการเพิกถอนทับลานเสียอีก เราจะสูญเสียป่าไม้และอุทยานตลอดแนวเส้นทางพะโต๊ะ จะสูญเสียป่าชายเลนที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเราจะสูญเสียจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของโลกอย่างริเชลิว (Richelieu Rock) และเกาะสุรินทร์ไป เพราะมันอยู่ในเส้นทางแลนด์บริดจ์

นอกจากนี้เราจะสูญเสียอาชีพ เพราะกฎหมาย SEC ให้สิทธิ์ต่างชาติสามารถทำอาชีพสงวนได้ ทั้งสภาวิชาชีพอย่างทนายความ แพทย์ หรือแม้กระทั่งการนำเที่ยว เรื่องนี้จึงเป็นวิกฤตที่ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของการยึดทรัพยากร ยึดแผ่นดินของประเทศนี้ไปประเคนให้กับนายทุน ผมจึงอยากให้คนไทยสนใจเรื่องนี้ให้มากขึ้นและมาร่วมเรียกร้องกับพี่น้องที่ปักหลักอยู่ทำเนียบรัฐบาล"

โฆษกการชุมนุมกล่าวถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล โดยระบุว่าแม้ในช่วงแรกจะดูมีความหวังเมื่อนายกรัฐมนตรีแถลงทบทวนโครงการและตั้งคณะกรรมการที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน แต่เมื่อเห็นคำสั่งจริงกลับกลายเป็น "คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ" ไม่ใช่คณะกรรมการทบทวนอย่างที่กล่าวอ้าง

อีกทั้งตัวแทนประชาชนที่เข้าไปร่วมประชุมยังพบว่า กระบวนการทั้งหมดเป็นเพียงการหาเหตุผลมาสร้างความชอบธรรมให้โครงการดูดีขึ้นเท่านั้น ตลอดระยะเวลา 90 วันของคณะกรรมการชุดนี้ซึ่งผ่านไปแล้วครึ่งหนึ่ง หน่วยงานอย่างสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังคงเดินหน้าจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และส่งต่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาโดยไม่เคยหยุดกระบวนการ

นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังไปประกาศในเวที ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนามว่าจะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์แน่นอน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการตั้งคณะกรรมการของรัฐบาลเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเพื่อลดกระแสสังคมเท่านั้น เมื่อรัฐบาลเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องและไม่ให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน ทางเครือข่ายจึงประกาศยกระดับการชุมนุม โดยเตรียมเคลื่อนขบวนประชาชนกว่า 400-500 คน ไปปิดประตู 2 ทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ เพื่อกดดันให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อเรียกร้องอย่างเร่งด่วนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...