โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นายกฯ” เวิร์กชอป ‘ผู้ว่าฯ–ผบก.’ 76 จังหวัด มอบนโยบาย ’มท.-ตร. ผุดสโลแกน ‘พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล’ ซัดพวกอยู่เหนือ กม.ไร้ค่าต้องติดคุก

สยามรัฐ

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 05.29 น.

“อนุทิน” เวิร์กชอป ‘ผู้ว่าฯ–ผบก.’ 76 จังหวัด มอบนโยบาย ’มท.-ตร.ร่วมกันทำงานอย่าทำแบบ ‘พลุตะไล’ ผุดสโลแกน ‘พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล’ ซัดพวกอยู่เหนือกฎหมาย เป็นโรคความจำเสื่อม -ไร้ค่าต้องจับติดคุก ชี้ อย่าให้ใครมาข่มเหงคนในบ้าน ขอตั้งใจทำงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเมือง ลุยได้เลยนายกฯ พร้อมรับผิดชอบ เตือนเร่งสร้างผลงาน บอก เดือน ก.ย. จะรู้ว่าจะได้อยู่ต่อหรือไม่

เมื่อเวลา 09.17 น.วันที่ 21 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ดูรถโมบายของตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในพื้นที่การท่องเที่ยว และรถโมบาย ของสำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ที่มาจอดให้บริการทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่ ก่อนเดินชมนิทรรศการการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล

จากนั้นเวลา 10.10 น. นายกฯ เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 76 จังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเมืองพัทยา และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าร่วมในการรายงานถึงบทบาทของหน่วยงานในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง พร้อมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า ขอยินดีต้อนรับสู่ทำเนียบรัฐบาลของพวกเรา ตนอยากให้ท่านได้เห็นว่า นี่คือสิ่งที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล การปฎิบัติทั้งหลายและความร่วมมือจะต้องเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางของการบริหารราชการแผ่นดินคือ ทำเนียบรัฐบาล ตนรู้สึกยินดีที่ได้เห็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน 2 หน่วยงานหลัก คือกระทรวงมหาดไทย (มท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากกองทัพ กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานอิสระต่างๆ วันนี้เราได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์กชอป เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาล เพราะหน่วยงานที่เราสังกัดทั้งหมด ต่างเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูง หากเราเชื่อมหรือบูรณาการการทำงานได้ สิ่งที่จะสะท้อนออกมาคือ ความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยปัจจุบัน

นายกฯ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงมีความซับซ้อนและมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงมีนโยบายในการส่งเสริมความมั่นคงของประเทศให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ มท. ตร. กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานความมั่นคง ถือเป็น 4 เสาหลัก ในการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ จึงขอมอบแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคง เพื่อให้องค์กรและหน่วยงานในสังกัดทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ด้านการป้องกันขอให้ มท. และ ตร. ร่วมกันบริหารราชการ เรามีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ขอให้ทำงานในลักษณะทีมจังหวัด แลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน ทั้งเรื่องยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และภัยจากผู้มีอิทธิพลที่คอยข่มเหงรังแกประชาชน ทั้งสองท่านต้องทำงานอย่างจริงจัง อย่าทำเป็นพลุตะไล มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมา มีกระแส มีข่าวแล้วเราไปตอบสนองเป็นครั้งๆ อยากให้ทุกท่านได้วางแผนล่วงหน้าในการปราบปรามและป้องกันอาชญากรรมอย่างมั่นคง และยั่งยืนและมีความต่อเนื่อง

นายกฯ กล่าวอีกว่า รวมถึงมีการปลูกจิตสำนึกว่าหน้าที่ของเราคือดูแลประชาชนความรู้สึกของพวกเราคือต้องห่วงใยประชาชน และความรู้สึกเจ็บปวดที่ได้เห็นประชาชนถูกรังแกและถูกคุกคาม ถ้าเราสำนึกเช่นนี้ การร่วมมือร่วมใจและการปฎิบัติงานก็จะทำให้เกิดความผาสุก บำบัดทุกข์ บำรุงสุขสโลแกนของ มท. และสโลแกนพิทักษ์สันติราษฎร์ของตำรวจ ขอเพิ่มนิดเดียว พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล ทั้ง 4 เป้าหมายที่ตนได้กล่าว ขอให้ถือเป็นเป้าหมายหลักที่พวกเราจะร่วมงานกัน เพื่อให้ประชาชนมีความสุข และพื้นที่เสี่ยงต้องมีความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้เพิ่มความเข้มข้นในการประเมินอาชญากรรมทุกประเภท ทั้งในและนอกประเทศ การกระทำผิดทุกเรื่องให้สอบสวนสืบสวน ขยายผลไปถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่ และเร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เช่น คอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์จะต้องมีการจับกุมอย่างเด็ดขาด

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนมาตรการเชิงรุกจะต้องปราบปรามผู้มีอาวุธปืน ซึ่ง มท. มีคำสั่งไม่ให้บุคคลทั่วไป พกพาวุธปืน ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ตั้งแต่ตนเป็น รมว.มหาดไทย เจ้าพนักงานของรัฐสามารถพกพาอาวุธในการปฎิบัติหน้าที่เท่านั้น หากพบจะต้องจับผิดกฎหมายไม่มีเหตุผลใดๆ ที่คนไทยต้องพกพาอาวุธปืนออกไปป้องกันตัวเอง คนที่จะป้องกันคนไทยคือเจ้าพนักงานของรัฐ ไม่ต้องให้ประชาชนไปถือปืน ใครถือปืนจะมั่นใจเป็นพิเศษและใจจะร้อนผิดปกติ ท่านนึกภาพ ถ้าเกิดมีการดวลกันกับประชาชน ที่นี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ที่นี่เป็นประเทศที่มีความศรีวิไลซ์และมีวัฒนธรรม ซึ่งสิ้นเดือนก.พ.ปีหน้าจะหมดก็ยังจะต่อไปอีกว่า ห้ามประชาชนพกปืน เพราะคงไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่ห้ามประชาชนพกปืนแล้วกลับมาให้ประชาชนพกปืนอีก ขอให้ยึดหลักนี้ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

”พวกอยู่เหนือกฎหมาย มักจะเป็นโรคความจำเสื่อมเวลาพวกท่านไปดำเนินการจับกลุ่ม จัดการเขาจะชอบถามว่าคุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร ในเมื่อมันยังไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ท่านก็ไม่ต้องรู้ว่ามันเป็นใคร ก็จัดการ ปราบปรามให้สิ้นซากคนความจำเสื่อม ถ้าเป็นความจำเสื่อมจากสภาพทางกายเราดูแลเขา แต่ถ้าความจำเสื่อมแล้วยังมาคุกคามมาทำผิดกฎหมายมาข่มเหงรังแกพี่น้องประชาชนของเรา คนเหล่านี้ไร้ค่าและต้องจัดการอย่างจริงจัง ให้เขาทบทวนความจำในคุกรับรองว่าเขาจะจำได้หมดว่าเขาจะทำอะไรมาบ้าง และเขาคงจะต้องรู้สึกเสียใจในสิ่งที่เขาได้ทำ“นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนพูดมาทั้งหมดไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดวันนี้ วันพรุ่งนี้ แต่ถ้าเราค่อยๆเริ่มตีขนาบเข้าไป เริ่มจากการเห็นว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดคุยกันแล้วประชุมวางแผนกันแล้วจูงมือกันลงตรวจตามพื้นที่ ท่านคิดว่าไอ้พวกอันธพาล พวกคนทำผิดกฎหมาย พวกนักเลงมันจะอยู่รอท่านหรอ มันไม่น่าเกิดขึ้น ตนโชคดี ที่ได้มาทำงานร่วมงานกับท่าน สิ่งที่ตนมั่นใจและถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เป็นลูกเขยตำรวจเก่าเชื่อมั่นในฝีมือ ในศักยภาพของฝ่ายความมั่นคงของประเทศนี้ ตนไม่รู้เป็นอะไร เห็นพวกท่านตั้งใจที่จะทำเรื่องต่างๆที่ก่อให้เกิดความสงบสุขประเทศแล้ว ตนไม่ค่อยมีความรู้สึกว่าท่านจะล้มเหลว ไม่มีเลย มีแต่ความมั่นใจว่าเรียบร้อย เดี๋ยวจัดการได้ เดี๋ยวก็ขยายผลได้ เดี๋ยวก็ถึงตัวผู้บงการ

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนโชคดีที่เข้ามาในช่วงที่พวกเราทุกคนทำงานโดยยึดมั่นผลงานเป็นเป้าหมายหลัก การตรวจสอบมีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี การสื่อสาร เป็นข่าวก็เป็นกรอบที่ทำให้เราต้องเดินไปในกรอบนั้น เพราะสิ่งเราทำจะให้คนได้รับรู้ในระยะเวลาอันสั้น และมีการคอมเม้นท์ อะไรมากมายที่คอยกำกับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเป็นการรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ และคำแนะนำของประชาชนที่รัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการมาโดยตลอด เราปรับปรุงประสิทธิภาพและดำเนินการเป็นขั้นตอน ทุกฝ่ายต้องคุยกัน จะทำให้ตอบสนองและดำเนินการในลักษณะที่เป็นขั้นตอน ลำดับชั้นจะเกิดขึ้น หากวางแผนได้เช่นนี้ ทุกระดับจะมีความรับผิดชอบเกิดขึ้นและสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้อาชญากรรมมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีการผสมทั้งคนในและคนนอกประเทศ เช่นธุรกิจนอมินี เป็นนายหน้า ตนมั่นใจว่าไม่เกินความสามารถของพวกท่าน ตนไม่ได้เผื่อแม้ตารางนิ้วเดียวว่า พวกท่านจะทำไม่สำเร็จ เราต้องไม่ให้คนคนต่างชาติมาข่มเหงคนในบ้านเรา ฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าเราอยู่ในบ้าน แล้วมีคนนอกบ้านเดินเข้าไปในครัวบ้าน ไปสั่งคนในบ้านเราให้ทำนู่นทำนี่ก็คงไม่มีใครพอใจ นี่เป็นประเทศของเรา เราต้องดูแลประชาชน ให้ความสำคัญกับเขาเหนือสิ่งอื่นใด

“ผมให้ขอความมั่นใจ ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องของการเมือง วันนี้ท่านได้รับนโยบายจากรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมให้คำยืนยันเลยว่า จะไม่มีรัฐมนตรีท่านไหนบอกว่า ฟังนายกฯ พูดไปแล้ว แล้วไม่ต้องทำตาม ตรงนี้พวกพวกผม ตรงนี้พี่น้องผม ท่านลุยได้เลย เพราะผมเปิดโหมดไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว คือโหมดปิดชื่อถือพฤติกรรม ถ้าท่านรู้สึกว่าตรงนี้จะไปโดนใคร ก็ไม่ต้องไปดูชื่อ ไม่ต้องบอกผม เอาพฤติกรรมมาเรื่อยๆ ก็จะมาถึงจุดที่เราช่วยเหลือเขาไม่ได้แล้วตรงนี้ทำได้หรือไม่ ซึ่งผมทำมาแล้ว ในเมื่อผมดูแลรับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดิน ผมยังต้องไม่ทำสิ่งเหล่านี้ หากมีคนอื่นมาสั่งท่าน มาขอท่าน ก็ถือว่าเป็นคำขอหรือคำสั่งที่ไม่ชอบ ในเมื่อมันเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบก็ไม่ต้องปฏิบัติ“ นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านทั้งหลายที่อยู่ในห้องนี้ เวลาเราไม่อยู่บนเวที หรือในห้องประชุมเราเรียกกันว่าพี่ทั้งนั้น ในห้องนี้คือพี่คือน้อง ใครทำอะไรให้รู้สึกอึดอัดใจ ท่านก็รู้ว่าตนเข้าถึงง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เป็นงานของท่าน และทำให้ท่านต้องมีความลำบากใจ ถ้าเป็นงานที่ท่านทำตามนโยบายของตน ตนพร้อมที่จะรับฟังและให้แนวทางและรับผิดชอบร่วมกับท่านในเรื่องของการบำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ทั้งนี้ในการช่วยเหลือเยียวยาดูแลประชาชน กระทรวงมหาดไทยใช้กลไกศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานในพื้นที่เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่อง แก้ไขปัญหาที่ประชาชนได้เข้าถึงอย่างรวดเร็วเป็นธรรมและตรวจสอบได้

นายอนุทิน กล่าวว่า คดีไหนที่มีความลึกลับซับซ้อน มีความพิเศษ ต้องใช้ความสามารถรอบด้านเราก็มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เรามีครบอยู่แล้ว ท่านทำเถอะ ตอนนี้จะเข้าเดือน 6 แล้วถึงแม้ฝนจะตกพรําๆ 2-3 เดือนนี้รู้กัน เดือนก.ย.นี้ก็จะรู้ว่า ท่านเหมาะสมที่จะอยู่ตรงนี้หรือไม่ เราต้องรับผิดชอบร่วมกันไม่มีปัญหา ถ้าใครทำได้ดี ผลงานก็จะฟ้องออกมา ใครตั้งใจทำใครร่วมมือกันผลงานก็จะฟ้องออกมาเห็นได้ชัด สิ่งที่ดีที่สุดคือประชาชนจะชื่นชมในผลงานของท่านในการทำงานของท่าน

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนเคลียร์หมดทุกคิว ก็หวังว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้การ จะเคลียร์ เราต้องทำงานในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ประธานออกไปก็หายหมด วันนี้ตนก็อยู่กับท่าน นั่งฟัง นั่งคุย เป็นรูปแบบการทำงานร่วมกัน ทุกคนสามารถเดินข้ามโต๊ะรับรับฟังกัน พอเที่ยงก็กินข้าวด้วยกัน บ่ายก็สรุปกัน วันพรุ่งนี้ก็ดำเนินการให้มันรู้ไปว่าจะไม่มีอะไรออกมาจากการระดมสมองของพวกเราทุกคนที่มาอยู่ในห้องประชุมในวันนี้ มันเป็นไปไม่ได้ วันนี้ต้องเกิดสิ่งที่เป็นเป็นประโยชน์ให้กับประชาชน

“ผมในฐานะรัฐบาล มีความมั่นใจเป็นอันมากในประสิทธิภาพการทำงานของพวกทุกคน ผมอาจจะไม่มั่นใจว่า ใครจะวอกแวกหรือเปล่า แต่เรื่องฝีมือขอให้เชื่อมั่นว่า ท่านเป็นยอดฝีมือทุกคน ถ้าตัดความวอกแวกออกไป เรานึกถึงประชาชนก่อน มีผลงานก็จะเป็นอานิสงส์ที่จะทำให้เราทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีความเต็มใจที่จะเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปในทิศทางที่ดี ก็หวังว่าพวกเราทุกคน จะแลกเปลี่ยนความมั่นใจซึ่งกันและกัน สิ่งที่ทำ ถ้าทำด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ถ้าจะมีอะไรขึ้นมา ทุกท่านก็รู้สไตล์การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ดี รับแทนหมดไม่มีโยน ถ้าท่านทำล้มเหลวก็คือความล้มเหลวของรัฐบาลเช่นกัน ฉะนั้นเราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากบันดาลความสำเร็จให้เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง เราจะทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่พึงพอใจของประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้านายของเรา” นายอนุทิน กล่าว

ทั้งนี้ในช่วงบ่ายมีการแบ่งกลุ่มการประชุมเชิงปฏิบัติการ(Workshop) เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม 1.ภาคกลาง (รวมภาคตะวันออก ภาคตะวันตก) 2.ภาคใต้ 3.ภาคอีสานและ 4.ภาคเหนือ โดยมีประเด็นการอภิปราย 9 ประเด็น 1.การบุกรุกที่ดินสาธารณะ 2.อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3.ธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนแบบอำพราง 4.ยาเสพติด 5. การฟอกเงิน 6.ผู้มีอิทธิพล 7.หนี้นอกระบบ 8.ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และ 9.การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...