เจ้าของร้านเดือด ตำรวจลวนลามเด็กเสิร์ฟ ลุยแจ้งความเอาผิด
(21 พ.ค. 69) เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Art Panupong” ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน “ต้นประดู่หมูกระทะ” ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ได้โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดแฉพฤติกรรมของลูกค้าชายรายหนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยตำรวจตรี ก่อเหตุอนาจารลวนลามพนักงานเสิร์ฟสาวพาร์ตไทม์วัย 20 ปี กลางร้านในช่วงดึกของวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยทางร้านประกาศกร้าวว่าจะขอดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดและจะไม่ยอมให้เรื่องเงียบหายอย่างเด็ดขาด
.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบกับ “น้องเจน” พนักงานสาวผู้เสียหาย ซึ่งยังอยู่ในอาการตื่นตระหนกและหวาดกลัว เล่าเหตุการณ์ว่า คืนวันเกิดเหตุมีกลุ่มลูกค้าประมาณ 12 คน เข้ามาใช้บริการ โดยมีชายคนหนึ่งสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์คล้ายหน่วยงานราชการเรียกตนเข้าไปหาเพื่อขอร้องเพลง ตนได้แจ้งปฏิเสธไป จากนั้นชายคนดังกล่าวจึงทำทีจะขอเพลงเพิ่ม ตนจึงขยับเข้าใกล้เพื่อรอจดชื่อเพลงที่ลูกค้าต้องการขอให้เปิด ในจังหวะที่ตนกำลังยืนรอจดอยู่นั้น ชายรายนี้กลับเอื้อมมือล้วงเข้ามาจับอวัยวะเพศของตน ทำให้ตกใจสุดขีดรีบถอยหนีและเดินร้องไห้ไปแจ้งเจ้าของร้านทันที ยอมรับว่าตอนนี้เสียขวัญมากเพราะต้องขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านคนเดียวกลางดึกทุกวัน
.
ด้านนายภานุพงศ์ อายุ 31 ปี เจ้าของร้านเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาระงับเหตุและพาพนักงานไปชี้ตัว แต่ตำรวจยศร้อยตรีคนดังกล่าวกลับยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำ พร้อมท้าทายให้เปิดกล้องวงจรปิดพิสูจน์ ทว่าเมื่อเปิดหลักฐานมัดตัวชัดเจน กลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกันกลับพูดจาเข้าข้างทำนองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีท่าทีสำนึกผิด
.
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อตนพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.ลาดหญ้า แม้ผู้บังคับบัญชาจะพาตัวผู้ก่อเหตุมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่จนถึงขณะนี้กลับยังไม่มีคำขอโทษหรือการติดต่อแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ออกมาจากฝั่งคู่กรณี ทำให้รู้สึกว่ามีความไม่ปกติในการดำเนินคดี
.
นายภานุพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พนักงานทุกคนมาทำงานสุจริต ไม่ควรต้องมาเจอเรื่องคุกคามทางเพศเช่นนี้ ตนจึงเดินทางมาติดตามความคืบหน้าทางคดีที่โรงพักลาดหญ้าอีกครั้ง และพร้อมจะพาน้องผู้เสียหายสู้คดีไปให้สุดซอย
.
พร้อมทั้งเรียกร้องไปยังผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของตำรวจนายดังกล่าว ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและลงทัณฑ์ทางวินัยอย่างเด็ดขาด โดยตั้งคำถามถึงสังคมว่า หากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยกลับมีพฤติกรรมสร้างความหวาดกลัวและรังแกประชาชนเสียเอง เช่นนี้แล้วชาวบ้านจะสามารถฝากความหวังและความเชื่อมั่นไว้กับกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร