โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นเทคฯ ปรับฐานไม่ใช่จุดจบ! กูรูชี้จังหวะ “Buy on Dip”

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 09 มิ.ย. เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. เวลา 04.43 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่เผชิญแรงเทขายจนเกิดการปรับฐาน ทำให้เกิดคำถามในหมู่นักลงทุนว่า วัฏจักรขาขึ้นของหุ้นกลุ่มนี้ได้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่?

ล่าสุด บทวิเคราะห์ WEALTH COMPASS จาก บล.หยวนต้า ได้ออกมาประเมินสถานการณ์อย่างชัดเจนว่า สภาวะตลาดในปัจจุบันเป็นเพียงการ "Reset, Not Breakdown" หรือเป็นการพักฐานจากภาวะ Overheat ของราคา มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม AI เริ่มย่ำแย่ลง

แรงกดดันจากมหภาค ทำตลาด Overheat ชะงัก สาเหตุหลักของการปรับฐานรอบนี้มาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm) ที่รายงานออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนกลับมากังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจมีความจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานขึ้น (Higher for longer) หรืออาจกลับมาใช้นโยบายที่เข้มงวดอีกครั้ง

ความกังวลนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10Y) ดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 4.5% และตลาดได้ปรับเพิ่มโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2026 ไปแตะระดับ 65% ทิศทางดังกล่าวได้เข้ามากดดันมูลค่า (Valuation) ของหุ้นกลุ่มเติบโตสูง (Growth) โดยเฉพาะหุ้น AI และชิปที่ราคาปรับขึ้นมาอย่างร้อนแรงก่อนหน้านี้

เจาะลึกปัจจัยพื้นฐาน วัฏจักรชิปถูกปรับให้ใหญ่และยาวขึ้น แม้ราคาหุ้นจะย่อตัว แต่เมื่อพิจารณาจากข้อมูลอุตสาหกรรม กลับพบว่าวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

  • ยอดขายชิปโลกพุ่งทะยาน: ยอดขายชิปโลกในเดือนเมษายน 2026 เพิ่มขึ้นถึง 93.9% YoY แตะระดับ 110.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • WSTS ปรับเป้าหมายครั้งใหญ่: องค์กร World Semiconductor Trade Statistics (WSTS) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายชิปในปี 2026 จากเดิมที่ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ปรับเพิ่มขึ้นถึง 50%) นอกจากนี้ยังประเมินว่าในปี 2027 ยอดขายมีโอกาสทะลุ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเติบโตอย่างน้อย 27% YoY ภาพนี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตที่ใหญ่และยาวนานขึ้น
  • การมาของ Agentic AI: เทรนด์การใช้งาน AI กำลังขยายตัวจากการถาม-ตอบบน Cloud (Query mode) ไปสู่คำสั่งและการกระทำ (Command and action mode) ส่งผลให้ต้องใช้พลังการประมวลผลสูงขึ้น และเกิดการย้ายขีดความสามารถลงมาสู่อุปกรณ์ปลายทาง (Edge) เช่น AI PC สัญญาณที่ชัดเจนคือการเปิดตัว RTX Spark ของ NVIDIA ที่ใช้ CPU จาก Arm ร่วมกับ Blackwell RTX GPU ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อ NVIDIA และ ARM

Supply Chain ของไต้หวันยืนยันความ "ตึงตัว" ฝั่งผู้ผลิตต้นน้ำอย่าง TSMC ได้ส่งสัญญาณในการประชุมประจำปีว่า อุปทานในกลุ่ม AI และ HPC ยังคงตึงตัวอย่างหนัก โดยคอขวดไม่ได้จำกัดอยู่แค่กำลังการผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafer) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยี Advanced Packaging, หน่วยความจำ HBM, การทดสอบระบบ และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ (CoPoS) ที่เริ่มเข้าสู่สายการผลิตนำร่อง (Pilot line) แล้ว

สอดคล้องกับภาพรวมของบริษัทในไต้หวันรายอื่นๆ ที่รายได้ยังคงแข็งแกร่ง เช่น Foxconn รายงานรายได้เดือนพฤษภาคมเติบโต 40% YoY นำโดยความต้องการในกลุ่ม Cloud and Networking สำหรับ AI ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Nanya (DRAM) และ Phison (NAND controller) ก็มีรายได้ที่เติบโตเร่งตัวขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการปลายน้ำของระบบ AI Server, SSD และ Enterprise Storage ยังคงเดินหน้าต่อไป

ถอดบทเรียนกรณี Broadcom: ข่าวร้ายบดบังตัวเลขจริง หนึ่งในข่าวที่สร้างแรงสั่นสะเทือน (Headline shock) ให้กับกลุ่มเทคฯ คือการรายงานงบของ Broadcom (AVGO) ที่ผู้บริหารไม่ยอมปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้กลุ่ม AI ในปี FY27 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงตัวเลขจริงจะพบว่า Broadcom มียอดคำสั่งซื้อ (AI Bookings) สูงกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่กว่ายอดขายที่รับรู้จริงในไตรมาสที่ 10,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปมาก จุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการสื่อสารที่ระมัดระวังและอนุรักษ์นิยมของผู้บริหาร มากกว่าจะเป็นสัญญาณชี้วัดว่าความต้องการของลูกค้าลดลง

บริบทตลาดปัจจุบัน แตกต่างจากวิกฤตปี 2022 นักลงทุนหลายคนอาจนำภาพตลาดในขณะนี้ไปเปรียบเทียบกับช่วงปี 2021-2022 ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงอย่างหนัก แต่ Yuanta Securities ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างที่สำคัญ ในปี 2022 ตลาดหุ้นถูกกดดันจาก 2 ทิศทางพร้อมกัน คืออัตราคิดลด (Discount rate) ที่สูงขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ย และประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (Earnings revision) ที่ถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

แต่ในรอบนี้ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับสูงขึ้นจนกดดัน Valuation ของกลุ่มเติบโตสูง แต่ประมาณการกำไร (Earnings revision) ของบริษัทในตลาดยังคง "เป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง" หมายความว่านักวิเคราะห์ยังคงปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำหน้าที่เป็นแรงพยุงชั้นดีที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง (Downside) ไม่ให้รุนแรงเหมือนในอดีต

กลยุทธ์การลงทุน: มองวิกฤตความผันผวน เป็นโอกาส "Buy on Dip" จากข้อมูลทั้งหมด Yuanta Securities สรุปว่า การปรับฐานจากความกังวลด้านมหภาคและข่าวเชิงลบระยะสั้น ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการ "Buy on Dip" หรือทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Semiconductor และ Memory มากกว่าที่จะเทขายเพื่อลดความเสี่ยง

นอกจากนี้ สถิติในอดีตยังชี้ให้เห็นว่า ในช่วงที่ดัชนีความผันผวน (VIX) พุ่งขึ้นแรงเกิน 30% ภายในวันเดียว มักจะให้ผลตอบแทนในระยะถัดไปที่น่าสนใจและมีโอกาสชนะสูง (Win rate ดี) จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะนี้ในการทยอยสะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...