อยากลงทุน SpaceX ทำอย่างไร? เปิด 3 ช่องทางสำหรับนักลงทุนไทย เริ่มต้นหลักร้อย ไม่ต้องรอ IPO
SpaceX หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่นักลงทุนทั่วโลกต้องการถือหุ้นมากที่สุด แต่สำหรับนักลงทุนไทย การเข้าถึงยังไม่ง่ายเหมือนการซื้อหุ้นสหรัฐทั่วไป เนื่องจากบริษัทไม่ได้เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีทั้งช่องทางลงทุนตรงผ่านตลาดหุ้นเอกชน และการลงทุนทางอ้อมผ่าน ETF และกองทุนรวมที่มี SpaceX อยู่ในพอร์ต โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับช่องทางที่เลือกลงทุน
9 มิถุนายน 2569 การเงินธนาคาร รวบรวมกระแสการลงทุนใน SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ Elon Musk (อีลอน มัสก์) ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังธุรกิจดาวเทียม Starlink และโครงการขนส่งอวกาศมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หลายคนตั้งคำถามว่า หากต้องการซื้อหุ้น SpaceX จะต้องเริ่มต้นอย่างไร และใช้เงินลงทุนเท่าใด
ปัจจุบัน นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนใน SpaceX ได้ 3 ช่องทางหลัก โดยแต่ละช่องทางมีระดับความเสี่ยง เงินลงทุนขั้นต่ำ และความซับซ้อนแตกต่างกัน ได้แก่
ช่องทางที่ 1 : การซื้อหุ้น SpaceX โดยตรงผ่านตลาดรองของหุ้นเอกชน (Private Market)
วิธีนี้ถือเป็นการถือหุ้น SpaceX จริง แต่ไม่ได้ซื้อขายผ่านตลาดหุ้นทั่วไป โดยผู้ซื้อจะต้องทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นเอกชน เช่น Forge Global หรือ EquityZen ซึ่งเป็นตลาดสำหรับซื้อขายหุ้นของบริษัทที่ยังไม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนที่ต้องการเข้าลงทุนมักต้องมีสถานะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ (Accredited Investor) และใช้เงินลงทุนตั้งแต่ประมาณ 25,000-100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8 แสนถึง 3 ล้านบาทขึ้นไปต่อรายการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ช่องทางดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง เนื่องจากไม่สามารถซื้อขายได้ตลอดเวลาเหมือนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และต้องรอการจับคู่ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นเอกชน
ช่องทางที่ 2 : การลงทุนผ่าน ETF ที่ถือหุ้น SpaceX อยู่ในพอร์ต
นี่ถือเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่นักลงทุนรายย่อยทั่วโลก เพราะสามารถซื้อขายผ่านบัญชีหุ้นต่างประเทศได้เหมือนการซื้อหุ้นสหรัฐทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักลงทุนรายใหญ่
ETF ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่
- XOVR : กองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในบริษัทเอกชนและบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยมีสัดส่วนการลงทุนใน SpaceX ค่อนข้างมาก
- NASA ETF : กองทุน ETF ธีมอุตสาหกรรมอวกาศ ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียม จรวด การสื่อสารผ่านอวกาศ และมี SpaceX เป็นหนึ่งในบริษัทที่กองทุนลงทุน
- RONB : กองทุน ETF ที่เน้นหุ้นนวัตกรรมและบริษัทเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยมี SpaceX อยู่ในพอร์ตการลงทุน
- DXYZ : กองทุนที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัทเอกชนชั้นนำก่อนเข้าตลาดหุ้น เช่น SpaceX, OpenAI และบริษัทเทคโนโลยีเติบโตสูงอื่น ๆ
ในจำนวนนี้ XOVR ถือเป็น ETF ที่มีสัดส่วนการลงทุนใน SpaceX สูงที่สุด โดยมีน้ำหนักการลงทุนราว 19-23% ของพอร์ต ขณะที่ NASA มีสัดส่วนประมาณ 6-10% และ RONB มีการถือครอง SpaceX เช่นกัน
ข้อดีคือ นักลงทุนไทยสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียงหลัก 100 บาท ผ่านบริการ Fractional Shares หรือการซื้อหุ้นเศษส่วนของโบรกเกอร์ต่างประเทศ
ปัจจุบันนักลงทุนไทยสามารถซื้อ ETF ที่มีการลงทุนใน SpaceX ผ่านแพลตฟอร์มลงทุนต่างประเทศของ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์, บริษัทหลักทรัพย์ พาย, แอปพลิเคชัน Dime! by KKP, บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย, บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี และ รวมถึงโบรกเกอร์ต่างประเทศอย่าง อินเตอร์แอคทีฟ โบรกเกอร์ส (IBKR) ซึ่งเปิดให้ลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ได้โดยตรง โดยเงินลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 100-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและแพลตฟอร์มที่เลือกใช้
ช่องทางที่ 3 : การลงทุนผ่านกองทุนรวมไทย
สำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการเปิดบัญชีต่างประเทศ ปัจจุบันเริ่มมีกองทุนรวมไทยที่ลงทุนใน ETF ซึ่งมี SpaceX อยู่ในพอร์ตแล้ว ตัวอย่างเช่นกองทุน X-SPACE ที่นำเงินไปลงทุนใน NASA ETF ทำให้ผู้ลงทุนได้รับ Exposure ต่อ SpaceX ทางอ้อม โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงประมาณ 5,000 บาท
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรทำความเข้าใจว่า ETF หรือกองทุนเหล่านี้ไม่ได้ลงทุนใน SpaceX เพียงบริษัทเดียว แต่เป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอวกาศและเทคโนโลยีอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนั้นผลตอบแทนจะไม่ได้เคลื่อนไหวตามราคาหุ้น SpaceX แบบ 100%
ปัจจุบัน บลจ.ไทยที่เปิดทางให้นักลงทุนเข้าถึง SpaceX ได้ คือ บลจ.เอ็กซ์สปริง ผ่านกองทุน X-SPACE ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก NASA ETF ที่มีการถือครอง SpaceX ในพอร์ต
ทั้งนี้หากต้องการถือหุ้น SpaceX จริง ต้องเตรียมเงินลงทุนระดับ 8 แสน-3 ล้านบาทขึ้นไป และเข้าลงทุนผ่านตลาดหุ้นเอกชนในต่างประเทศ แต่หากต้องการเข้าถึงการเติบโตของ SpaceX ในรูปแบบที่ง่ายกว่า ETF อย่าง XOVR, NASA, RONB หรือ DXYZ ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า โดยสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ตั้งแต่หลักร้อยบาทผ่านบัญชีหุ้นต่างประเทศ หรือเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมไทยที่มีนโยบายลงทุนใน ETF ดังกล่าวด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท ซึ่งถือเป็นประตูที่เปิดให้นักลงทุนรายย่อยไทยเข้าถึงธุรกิจอวกาศระดับโลกได้ง่ายกว่าที่เคย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- IPO ของ SpaceX เดิมพันมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ครั้งสำคัญของ "อีลอน มัสก์"
- IPO ของ SpaceX จุดกระแสลงทุนทั่วเอเชีย นักลงทุนแห่เก็งกำไรหุ้นซัพพลายเชน-ETF รับอานิสงส์
- SpaceX เปิดแผนดาต้าเซ็นเตอร์ AI ในอวกาศ มัสก์มั่นใจเทคโนโลยีพร้อม ก่อน IPO
- MSCI เปิดทาง SpaceX เข้าดัชนีรวดเร็ว หลัง IPO จ่อดึงเงินกองทุนหลายล้านล้านดอลลาร์
- 5 เหตุผลที่ IPO ของ SpaceX อาจเปลี่ยนกฎเกณฑ์ตลาดทุนโลก
- บลจ. เอ็กซ์สปริง ออกกองทุน X-SPACE เสิร์ฟช่องทางลงทุนหุ้น SpaceX
- Perplexity ยืนยันแผน IPO ปี 2028 ชี้ผลตอบรับของ SpaceX จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ
- SpaceX : สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับ IPO ยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
- SpaceX IPO สุดฮอต เปิดทางนักลงทุน 29 ประเทศจองซื้อหุ้น รวมถึงไทย
- SpaceX ปิดรับคำสั่งจอง IPO จากจีน-ฮ่องกง ชูเหตุผลด้านกฎระเบียบสหรัฐฯ
- SpaceX เพิ่มวงเงินระดมทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นเป็น 2.5 พันล้านดอลลาร์ หลังดีมานด์จองซื้อพุ่ง
- SpaceX เคาะ IPO หุ้นละ 135 ดอลลาร์ มูลค่าพุ่ง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ จ่อขึ้นแท่น IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์
- SpaceX เปิดสิทธิพิเศษพนักงานจองหุ้น IPO คาดระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
- SpaceX ลดเป้ามูลค่า IPO จาก 2 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือขั้นต่ำ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์
- SpaceX เตรียม IPO สะเทือนโลก! มัสก์ปั้นอาณาจักร AI-อวกาศ มูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์
- SpaceX จ่อเปิดไฟลิ่ง IPO สัปดาห์หน้า ลุ้นระดมทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์