โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“ด่านลอย” อุ้มคนงานปางช้างดังขึ้นกระบะ ซ้อมปางตายทิ้งพงหญ้า

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจ้าของปางช้างดังเชียงใหม่ โพสต์จี้ ผบ.ตร. ตรวจสอบด่านมืดหมู่บ้านไกลปืนเที่ยง ลูกน้องถูกกลุ่มชายฉกรรจ์สวมไอ้โม่งอุ้มขึ้นกระบะ รุมซ้อมน่วมสมองบวม

เจ้าของปางช้างดังเชียงใหม่ โพสต์จี้ ผบ.ตร. ตรวจสอบด่านมืดหมู่บ้านไกลปืนเที่ยง ลูกน้องถูกกลุ่มชายฉกรรจ์สวมไอ้โม่งอุ้มขึ้นกระบะ รุมซ้อมน่วมสมองบวม

วันที่ 16 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก แสงเดือน เจ้าของปางช้างแห่งหนึ่ง ได้โพสต์รูปภาพ พร้อมข้อความว่า เรียกร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ การตั้งด่านลอยในถนนหมู่บ้านไกลปืนเที่ยง หลังลูกน้องถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มขึ้นกระบะ และถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนถูกนำตัวไปทิ้งไว้ในป่า พร้อมตั้งรางวัลคนแจ้งเบาะแสชายฉกรรจ์ทั้งหมด 50,000 บาท

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้านกึ๊ดช้าง เวลา 22.52 น.ของวันที่ 14 กรกฎาคม 2569บันทึกภาพ รถทั้งสองคันขับผ่านหมู่บ้านกึ๊ดช้าง ซึ่งเป็นจังหวะที่ญาติและเพื่อนของนายทุนอิกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากสังสรรค์ ทุกคนเห็นนายทุนอินั่งอยู่ท้ายรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ คนขับรถกระบะเป็นชายฉกรรจ์ ใส่เสื้อยืดสีดำ ขอบแดง ในแคปมีผู้ชายอีกหลายคน ส่วนรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาวอีกคัน บรรทุกรถจักรยานยนต์ของนายทุนอิตามมา พยานเห็นนายทุนอิ พยายามลุกขึ้นและส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ก่อนที่รถทั้งสองคันจะเร่งความเร็วออกไประหว่างถูกพาตัวไป

นายทุนอิ ยังโทรศัพท์หาน้องชายเป็นระยะ ขอให้ตามไปพบที่สะพานหมู่บ้านกึ๊ดช้าง แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบ เขาแจ้งเพียงว่ารถกำลังมุ่งหน้าไปทางบ้านปางไม้แดง ก่อนสัญญาณโทรศัพท์จะขาดหาย

ต่อมาเวลา 04.00 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 กู้ภัย อบต.บ้านช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบร่างของนายทุนอิ นอนคุดคู้อยู่ในพงหญ้าริมถนน ศีรษะพาดอยู่บนขอบทาง ใบหน้าบวมช้ำ มีเลือดแห้งติดอยู่ที่ปาก จมูก และหู สันนิษฐานว่าเขาพยายามคลานออกมาขอความช่วยเหลือ แต่หมดสติไปเสียก่อนขณะนี้นายทุนอิ อยู่ในอาการโคมา สมองบวม มีเลือดออกทางปาก จมูก และหู อาการอยู่ในขั้นวิกฤต ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งออกจากสมอง

โดยนางสาวแสงเดือน บอกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตั้งด่านมืด บนถนนสายนี้ ชาวบ้านและผู้สัญจรต่างหวาดกลัว เพราะด่านเหล่านี้ไม่มีป้าย ไม่มีไฟ ไม่มีการแสดงตนชัดเจน บางครั้งผู้ตั้งด่านสวมเครื่องแบบ บางครั้งแต่งกายธรรมดา หรือปิดบังใบหน้าด้วยไอ้โม่ง เลือกตั้งด่านในจุดเปลี่ยว ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ใช้ไฟฉายส่องหน้ารถ และเข้าข่มขู่ผู้ที่ผ่านไปมา ซึ่งตนเองเคยประสบเหตุลักษณะนี้หลายครั้ง วิธีการคือมีคนกลุ่มหนึ่งยืนขวางถนน เมื่อรถหยุดจะมีชายอีกหลายคนออกมาจากข้างทางเพื่อข่มขู่และตรวจค้น โดยมักเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนและปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คนงานได้รับเงินเดือน

ที่ผ่านมา ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากไม่กล้าร้องเรียน เพราะหวาดกลัวและเชื่อว่าคนกลุ่มนี้เป็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ก้าวข้ามการตั้งด่านไปสู่การบังคับควบคุมตัว ลักพาตัว และทำร้ายร่างกาย จนผู้เสียหายอยู่ในอาการโคมา ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง เรื่องนี้ไม่ควรถูกปล่อยให้เงียบหาย นายทุนอิเป็นคนงานดูแลสัตว์ของเอลลิแฟนท์เนเจอร์ปาร์ค เป็นคนซื่อสัตย์ ขยัน ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีภรรยาและลูกเล็กสองคนที่กำลังรอเขากลับบ้าน ขณะนี้ครอบครัวได้เข้าแจ้งความ พร้อมส่งมอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกภาพนายทุนอิ นั่งอยู่ท้ายรถกระบะ และภาพรถจักรยานยนต์ของเขาที่ถูกบรรทุกไปกับรถอีกคัน ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ดังนั้นเธอจึงขอเรียกร้องผ่านโพสต์นี้ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สั่งการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน และนำผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมาย อย่าปล่อยให้ประเทศไทยกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ที่ประชาชนสามารถถูกอุ้มหายและทำร้ายได้กลางถนน อย่างไรก็ตามหากท่านมีข้อมูลเกี่ยวกับรถกระบะอีซุซุ ดีแม็ก 4ประตู สีบอร์น และรถอีซุซุ ดีแม็ก แคป สีขาว ตามภาพ ขับผ่านเส้น แม่บ้านตะมาน- เมืองกื๊ด ช่วงเวลา 21.00- 23.00 คืนวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ขับผ่านเส้น เมืองกื๊ด -บ้านช้าง -ปางไม้แดง ช่วงเวลา 23.00-02.00 กรุณาแจ้งเบาะแส มีรางวัลนำจับ 50,000 บาท และหากท่านหรือคนในครอบครัวเคยได้รับความเสียหายจากการกระทำของกลุ่มบุคคลลักษณะเดียวกัน กรุณาติดต่อที่ 098-656-6685 ความเงียบ คือสิ่งที่ทำให้ความอยุติธรรมดำรงอยู่ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...