โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Morgan Stanley เตือนตลาดหุ้นทั่วโลกเสี่ยงเสี่ยงปรับฐาน หากบอนด์ยีลด์พุ่งต่อจากสงครามอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

Morgan Stanley เตือนตลาดหุ้นทั่วโลกเสี่ยงเสี่ยงปรับฐานครั้งใหญ่ หากแรงเทขายพันธบัตรยังต่อเนื่องและอัตราดอกเบี้ยระยะยาวพุ่งสูงขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.37 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักกลยุทธ์ของ Morgan Stanley เตือนว่าตลาดหุ้นทั่วโลกเสี่ยงเผชิญแรงปรับฐานครั้งใหญ่ หากแรงเทขายในตลาดพันธบัตรยังคงรุนแรง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเดินหน้าปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระทบกระแสการลงทุนที่ขับเคลื่อนโดยหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทีมวิเคราะห์ที่นำโดย Mike Wilson ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หากตลาดพันธบัตรมีความผันผวนมากขึ้น และบอนด์ยีลด์ระยะยาวยังเพิ่มขึ้นต่อ “ตลาดหุ้นอาจเผชิญการปรับฐานที่มีนัยสำคัญครั้งแรก” นับตั้งแต่ตลาดฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดช่วงปลายเดือนมีนาคม

ดัชนี S&P 500 เริ่มอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐส่งสัญญาณว่าตลาดอาจปรับตัวลงต่อในวันจันทร์

ความกังวลด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง อันเป็นผลจากสงครามอิหร่าน ได้กดดันตลาดพันธบัตรทั่วโลก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ขณะที่บอนด์ยีลด์ของญี่ปุ่นก็ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษเช่นกัน

Wilson ระบุว่า การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ รวมถึงท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ สะท้อนผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง

เขามองว่า ตลาดพันธบัตรจำเป็นต้องเห็นทางออกที่ยั่งยืนของสงครามอิหร่าน ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะเริ่มปรับลดลง

แม้จะเตือนถึงความเสี่ยงระยะสั้น แต่นักกลยุทธ์ของ Morgan Stanley ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในระยะยาว โดยเพิ่งปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี S&P 500 ในอีก 12 เดือนข้างหน้าเป็น 8,300 จุด จากแรงหนุนของการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 20 ปี นอกเหนือจากช่วงฟื้นตัวหลังวิกฤตใหญ่

ทีมวิเคราะห์ยังระบุว่า นักลงทุนจำนวนมากยังประเมินต่ำเกินไปว่า การเติบโตของกำไรไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหุ้น AI เท่านั้น แต่เริ่มขยายไปยังกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตามนักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เพิ่มการลงทุนในกลุ่มหุ้นที่อาจได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำไรในวงกว้าง

Wilson กล่าวว่า “แม้การฟื้นตัวของกำไรบริษัทกำลังขยายตัวในหลายภาคส่วน แต่ตลาดส่วนใหญ่ยังไม่ได้วางตำแหน่งรับสถานการณ์ดังกล่าว” พร้อมเสริมว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือ ราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ย หากทั้งสองเริ่มปรับลดลงจากระดับสูงล่าสุด อาจช่วยหนุนให้การฟื้นตัวของตลาดหุ้นขยายวงกว้างมากขึ้น

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...