โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เผยผลกล่องดำ รถไฟชนรถเมล์ ใช้ความเร็ว 34 กม./ชม. เบรกก่อนจุดชน 100 เมตร สั่งสอบวินัยร้ายแรง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เผยผลกล่องดำ รถไฟชนรถเมล์ ใช้ความเร็ว 34 กม./ชม. เบรกก่อนจุดชน 100 เมตร สั่งสอบวินัยร้ายแรง พบพนักงานขับรถไฟยังไม่มีใบอนุญาต พร้อมใช้มาตรการ Zero Tolerance ตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์”

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยผลตรวจสอบเบื้องต้นจากกล่องดำของขบวนรถสินค้าที่ 2126 เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง–บางซื่อ กรณีพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณทางผ่านเสมอระดับรถไฟ-รถยนต์ แยกอโศก–ดินแดง ระหว่างสถานีคลองตัน–มักกะสัน พบว่า ก่อนเกิดเหตุรถไฟใช้ความเร็ว 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีการเบรกฉุกเฉินก่อนถึงจุดชนประมาณ 100 เมตร ขณะเกิดเหตุความเร็วลดลงเหลือ 28 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนลากรถไปไกลราว 80 เมตร จึงหยุดนิ่ง

นายพิเชฐ กล่าวว่า ขณะนี้ ขร. ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดถึง การรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้ให้บริการระบบรางทุกแห่ง ให้ตรวจคัดกรองสารเสพติดและวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทุกคนก่อนเข้ากะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถไฟ คนคุมไม้กั้น หรือพนักงานสับเปลี่ยนราง โดยใช้มาตรการ Zero Tolerance ห้ามมีสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ในร่างกายโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ ยังพบว่าพนักงานขับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จาก ขร. จึงสั่งการให้ รฟท. ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมสั่งพักงานพนักงานขับรถไฟและพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทันที รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมสืบสวนเชิงลึกถึงผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดเข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนจำนวนมาก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...