โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งบปี 70 “สิริพงศ์” แจงงบคมนาคม-ปมผู้รับเหมาชั้นพิเศษ สภาฯ สั่งพักประชุมวันแรกแล้ว

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

อภิปรายงบปี 70 “สิริพงศ์” เผยงบ ก.คมนาคม ปีนี้ปรับลดมากพอสมควร แจงปมผู้รับเหมาชั้นพิเศษ กรมบัญชีกลางกำหนดเกณฑ์ ลั่น รัฐบาลทำงานหนักเพื่อประชาชน ไม่มีเก็บค่าต๋ง - สภาฯ สั่งพักประชุมวันแรกแล้ว

ในช่วงค่ำของวันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในส่วนของงบประมาณกระทรวงคมนาคม ว่า ในปีนี้กระทรวงคมนาคมถูกปรับลดงบประมาณไปประมาณร้อยละ 8.79 เป็นเงินประมาณ 23,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากพอสมควรหากเทียบกับภารกิจที่กระทรวงคมนาคมต้องดูแล

มิติแรกของกระทรวงคมนาคม คือการแก้ปัญหาเรื่องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนให้เดินทางสะดวกขึ้น สามารถเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น กระทรวงคมนาคมยังมีหน้าที่สร้างโอกาสขยายโอกาส เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 มิถุนายน) ตนได้มีโอกาสไปตรวจศูนย์ขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครพนม ซึ่งศูนย์ขนส่งนี้เชื่อมต่อกันทั้งระบบทางรถ ระบบทางราง

ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการทำการตลาดล่วงหน้าสำหรับสินค้าทุเรียน หลัง 8 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 คือสามารถส่งออกไปแล้วกว่า 70,000 ล้านบาท ในขณะที่มียอดการนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยประเทศไทยได้ดุล และเกินครึ่งในยอด 70,000 ล้านบาทนั้น มาจากการส่งสินค้าทุเรียนผ่านไปทางลาว เวียดนาม และจีน นี่คือความสำคัญของระบบคมนาคมขนส่งที่จะสามารถแก้ทั้งปัญหาในเรื่องของคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ขยายโอกาส และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงคมนาคมถูกตัดงบประมาณไปมาก เราต้องพยายามบริหารจัดการให้ดีที่สุด ขอยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมยังให้ความสำคัญกับการจัดรูปแบบการขนส่งทางระบบราง อย่างไรก็ตาม การคมนาคมทางบกหรือถนนเป็นจุดเชื่อมทุกเส้นทางการคมนาคม ทุกสถานีรถไฟต้องมีถนน ทุกทางที่ไปสนามบินก็ต้องมีถนน ทุกทางที่ลงจากเรือก็ต้องมีถนน ดังนั้น ความสำคัญของถนนไม่สามารถลดทอนได้ การที่เราให้ความสำคัญกับระบบราง ไม่ได้หมายความว่าต้องไปลดถนน

แต่สิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้ทำการจัดสรรคือ งบถนนเป็นงบประมาณปี 2570 ประมาณ 159,000 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีงบลงทุนที่มาจากบนถนนที่เป็นรายได้จากรัฐวิสาหกิจอีก 6,900 ล้านบาท มีเงินกู้ 1,800 ล้านบาท มีรูปแบบ PPP กับ Thailand Future Fund 2,879 ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จงบถนนประมาณ 171,000 ล้านบาท ในขณะที่ระบบรางมีงบประมาณ 45,200 ล้านบาท ในขณะเดียวกันก็จะมีงบจากรัฐวิสาหกิจอีก 2,500 ล้านบาท มีเงินกู้อีก 72,000 ล้านบาท สาเหตุที่ระบบรางสามารถใช้เงินกู้ได้มากกว่าการใช้งบประมาณ เนื่องจากในการจัดการขนส่งระบบรางสามารถจัดหารายได้ได้ ดังนั้น ในสัดส่วนของระบบรางจึงไม่น้อยคือ 119,000 ล้านบาท ในปี 2570 หากเทียบกับทางน้ำอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท และทางอากาศ 16,000 ล้านบาทเท่านั้น

กระทรวงคมนาคมไม่ได้มีงบประมาณไปดำเนินการกับระบบราง เนื่องจากเรามีงบประมาณจากแหล่งอื่นตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งที่สมาชิกฯ ได้อภิปรายถึงโครงการที่เกินพันล้านบาทงบปีแรก เดิมทีต้องตั้งไว้ร้อยละ 15 ปีนี้ลดเหลือร้อยละ 10 จะเป็นช่องทางให้ไปขอยกเว้นระเบียบ ยกเว้นกฎหมาย และไปเอื้อให้ผู้ประกอบการไม่กี่รายหรือไม่นั้น ขอเรียนว่างบประมาณปี 70 ไม่ได้เป็นอย่างที่อภิปรายแน่นอน เนื่องจากสำนักงบประมาณตัดจากร้อยละ 15 เหลือร้อยละ 10 จะได้นำไปทำโครงการอื่น แต่ไม่ใช่การหมกเม็ด เพราะสถิติของสำนักงบประมาณพบว่า ในปีแรกโครงการที่มีมูลค่าเกินพันล้านบาท จะมีกระบวนการในการดำเนินการซึ่งต้องใช้เวลานาน ก่อนจะมีการเซ็นสัญญา ต้องนำเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบ ดังนั้น ในแต่ละปีสำหรับปีแรกในโครงการเกินพันล้านบาท สถิติในการเบิกจ่ายได้แค่ร้อยละ 4 ที่เหลือต้องกันงบไปเหลื่อมปี ซึ่งเงินที่กันไปเหลื่อมปีนี้จึงทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนาจากเม็ดเงินก้อนเดียวกัน

ส่วนประเด็นอภิปรายว่ามีกระบวนการล็อกสเปกให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษนั้น รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า การมีผู้รับเหมาชั้นพิเศษในปัจจุบันเป็นเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด การคัดเลือกผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ก็เกิดจากกรมบัญชีกลางกำหนด สาเหตุที่จะต้องมีการกำหนดประเภทชั้นของผู้รับเหมาเพราะทุกคนสามารถพูดได้ว่าทำได้ แล้วจะใช้อะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสามารถทำได้จริงตามที่พูดไว้ จึงต้องมีการแบ่งชั้นงานของผู้รับเหมา โดยเทียบจากขนาดและมูลค่าของงาน หากมีประสบการณ์ในการทำงานชั้นที่ต่ำกว่ามามากเพียงพอตามเกณฑ์ที่กำหนดก็สามารถเลื่อนไปทำชั้นใหญ่กว่าได้ ซึ่งไม่ใช่ดุลพินิจของกระทรวงคมนาคม เพราะหน้าที่ของเราคือ 1. ต้องบริหารจัดการงบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด และ 2. ต้องให้งานแล้วเสร็จ เพราะเงินทุกบาทเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน และตนเชื่อว่าทุกหน่วยงานดำเนินการตามระเบียบทั้งหมด

สำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษในประเทศไทย 83 ราย จะมีเรื่องของสมุดพกที่ต้องเอามาตัดแต้ม ซึ่งเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยกำลังให้กรมบัญชีกลาง อัยการสูงสุด เร่งดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ หมายความว่าบัญชีนี้จะมีเข้า-ออกตลอดเวลา ไม่ได้หมายความว่า 83 รายนี้จะอยู่คงทนถาวรตลอดไป หากไม่มีผลงานหรือมีการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไขก็ตกชั้นได้ ในขณะที่คนอื่นที่สามารถดำเนินการได้ดีกว่าก็สามารถขึ้นชั้นมาได้ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของกระทรวงคมนาคมคือแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในการเพิ่มความสะดวกสบาย พัฒนาคุณภาพชีวิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ในขณะเดียวกันก็ต้องบริหารจัดการงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ทั้งนี้ ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมไม่เคยรับส่วยใดๆ ไม่มีเรื่องเก็บค่าต๋งอย่างที่ถูกพาดพิง และหากสิ่งที่ตนพูดไม่เป็นความจริง สามารถนำพยานหลักฐานทั้งหมดดำเนินการได้ และขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลนี้พยายามบริหารจัดการงบประมาณให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนสูงสุด ก่อนยืนยันอีกครั้งว่าเราทำงานหนักวันนี้เพื่อประชาชน โดยย้ำหนักแน่นด้วยว่ากระทรวงคมนาคม

ทางด้านประเด็นที่พาดพิงว่ากระทรวงคมนาคมปล่อยปละละเลย ไม่ทำถนนให้กับพื้นที่ตามแนวชายแดนนั้น ขอเรียนว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์ความไม่ปกติระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีวันใดที่นายกรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญกับอธิปไตยของผืนแผ่นดินไทย หลายครั้งที่ทางกระทรวงกลาโหมมีการขอรับการสนับสนุนงบประมาณซึ่งเป็นงบกลางเพื่อเป็นงบประมาณในส่วนใดก็แล้วแต่ หากมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดน นายกรัฐมนตรีจะกำชับให้ใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ซึ่งกลไกอาจต่างกัน ในสมัยก่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีจำนวนมาก ตามแนวชายแดนมีเพียงไม่กี่คน แต่วันนี้ สส.ในพื้นที่ชายแดนมาจากพรรคภูมิใจไทยแทบทั้งสิ้น ดังนั้น ในทุกสัปดาห์จะมีการพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ เหล่านี้

แต่ในบางพื้นที่ อาทิ เนิน 350 ซึ่งประชาชนและทหารมีความต้องการให้มีถนน ได้มีการปรึกษาหารือกันเป็นระยะ และคิดว่าพื้นที่นี้กระทรวงคมนาคมจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพราะเป็นพื้นที่ของป่าสงวนบ้าง เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติบ้าง และกระทรวงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกระทรวงคมนาคม เราไม่ได้มีกฎหมายพิเศษในการดำเนินการในพื้นที่บริเวณนั้น เวลาจะดำเนินการอะไรก็จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่ เมื่อตั้งงบประมาณไปแล้วจะมีการดำเนินการ คำถามคือเอกชนผู้ใดที่จะอาสารับงานก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องให้ฝ่ายทหารเป็นผู้ดำเนินการเอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เปิดช่องให้ทางฝ่ายความมั่นคงทำงบประมาณเข้ามาได้เลย รัฐบาลยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ

นายสิริพงศ์ ยังยืนยันทิ้งท้ายด้วย ว่ารัฐบาลไม่ได้ปล่อยปละละเลย และนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องอธิปไตยของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังสมาชิกอภิปรายไปแล้ว 59 คน เมื่อพิจารณาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธาน ได้สั่งพักการประชุมในเวลา 22.46 น. และนัดพิจารณาต่อในวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.

(แฟ้มภาพ)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : งบปี 70 “สิริพงศ์” แจงงบคมนาคม-ปมผู้รับเหมาชั้นพิเศษ สภาฯ สั่งพักประชุมวันแรกแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...