โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ขนลุกซู่! เสียงก๊อกแก๊กในบ้านใหม่ หนุ่มใจเด็ดล้วงมือเข้าซอก ดึง "อสุรกาย" ออกมา 35 ตัว!!!

sanook.com

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ขนลุกซู่! ย้ายเข้าบ้านใหม่ได้เดือนเดียว ได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก ทุบซอกกำแพงล้วงดึง

นึกว่าเสียงหนูวิ่ง! หนุ่มใจเด็ดล้วงมือเปล่าเข้าซอกผนังห้องน้ำ ดึงงูยาวโชว์สด ๆ ขนลุกยอดรวมพุ่ง 35 ตัว

อุทาหรณ์บ้านใหม่! ซอกแคบข้างอ่างล้างหน้าแฝงภัยเงียบ เจ้าของรื้อดูผงะเจอกองทัพงูซุกนับสิบ ผู้เชี่ยวชาญลั่นห้ามเลียนแบบ

กลายเป็นคลิปไวรัลสุดชวนขนหัวลุกที่มียอดผู้เข้าชมถล่มทลายหลายล้านครั้งบนโลกออนไลน์ เมื่อชายเจ้าของบ้านใหม่รายหนึ่งในประเทศอินเดีย ทนไม่ไหวกับเสียงก๊อกแก๊กปริศนาที่ดังแว่วมาจากซอกผนังห้องน้ำมานานนับสัปดาห์ จนกระทั่งเขาตัดสินใจรื้อวัสดุปิดขอบกำแพงออกแล้วลองยื่นมือเข้าไปสำรวจ ทว่าสิ่งที่เขาดึงติดมือออกมาทีละตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่ากลับทำเอาเพื่อนบ้านที่ยืนมุงดูถึงกับต้องร้องกรี๊ดและขนลุกซู่ เพราะมันคือกองทัพ "งู" นับสิบตัวที่เข้าไปจับจองพื้นที่ทำรังอยู่ภายในซอกแคบ ๆ ของบ้านใหม่!

ข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศชื่อดังอย่าง Times of India และ Hindustan Times (HT) รายงานว่า เหตุการณ์ชวนสยองพองขนครั้งนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านดิพาลู (Dipalu) ในเขตลคิมปุร์ รัฐอัสสัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านสร้างใหม่ของ นายดีป ไซเกีย (Deep Saikia) ซึ่งเขาและครอบครัวเพิ่งจะเก็บกระเป๋าย้ายเข้ามาอยู่อาศัยได้ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนเต็ม

นาทีระทึก! ยิ่งล้วงยิ่งเจอ ดึงงูโชว์สด ๆ ทะลุสามสิบห้าตัว

นายดีปเล่าว่า ตอนแรกที่เริ่มได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแปลก ๆ ในห้องน้ำ ทุกคนในบ้านคิดว่าเป็นเพียงแค่หนูหรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่แอบเข้ามาทำรังในช่วงที่ช่างเพิ่งฉาบปูนเสร็จใหม่ ๆ แต่พอเวลาผ่านไป เสียงนั้นกลับดังถี่และชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงตัดสินใจแกะแผ่นวัสดุที่ปิดซอกมุมกำแพงแถวอ่างล้างหน้าออก และทันทีที่แสงไฟสาดเข้าไปกระทบช่องว่างด้านใน เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นลำตัวของงูจำนวนมากขดซ้อนกันเป็นปมแน่น

แต่แทนที่จะวิ่งหนีหรือโทรเรียกเจ้าหน้าที่ นายดีปกลับแสดงความใจกล้าเด็ดเดี่ยวด้วยการใช้มือเปล่าล้วงเข้าไปจับพวกมันดึงออกมาทีละตัว ๆ ท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านที่มามุงดูด้วยความระทึกใจ ยิ่งเขาหย่อนมือลงไปก็ยิ่งเจองูตัวต่อไปขดอยู่ด้านในอย่างไม่สิ้นสุด จนกระทั่งนับยอดรวมทั้งหมดมีงูถูกดึงออกมากองรวมกันมากกว่า 35 ตัวเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งคลิปเหตุการณ์นี้กลายเป็นไวรัลโด่งดังทันทีเพราะชาวเน็ตต่างทึ่งในความนิ่งและนับถือใจของเจ้าของบ้านรายนี้อย่างมาก

ทำไมบ้านสร้างใหม่… ถึงกลายเป็นสวรรค์ชั้นยอดของกองทัพงู?

หลังจากเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ป่าได้เข้ามาตรวจสอบและระบุว่า งูทั้งหมดที่พบคือ "งูสิงตาโต" หรืองูสิงหนู (Ptyas mucosa) ซึ่งเป็นงูประเภทไม่มีพิษร้ายแรง มักกินหนู กบ เขียด และตุ๊กแกเป็นอาหารหลัก โดยเหตุผลที่พวกมันพากันยกโขยงมาอาศัยอยู่ในบ้านสร้างใหม่ทีเดียวพร้อมกันหลายสิบตัวนั้น ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าตามโครงสร้างของบ้านใหม่มักจะมีช่องว่างใต้โพรงดิน รอยแยกของผนังปูนที่ยังเก็บงานไม่สนิท หรือซอกมุมหลังแผ่นยิปซั่มที่มืด สนิท ค่อนข้างเย็น และไม่มีการรบกวน ซึ่งเป็นทำเลทองที่งูชอบเข้ามาหลบซ่อนตัว ประกอบกับรอบบริเวณบ้านอาจมีเศษหญ้าและมีประชากรหนูชุกชุมชวนให้เข้ามาล่าเหยื่อ

โชคดีที่หลังจากจับงูได้ครบทุกตัว นายดีปไม่ได้ทำร้ายพวกมันแต่อย่างใด เขาได้รวบรวมงูทั้งหมดใส่กระสอบอย่างปลอดภัย และนำเดินทางไปปล่อยคืนสู่ผืนป่าธรรมชาติที่อยู่ห่างไกลจากเขตชุมชนเรียบร้อยแล้ว โดยเหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญได้ออกโรงเตือนเป็นอุทาหรณ์ทิ้งท้ายว่า แม้เหตุการณ์นี้งูที่พบจะไม่มีพิษและเจ้าของบ้านมีความชำนาญ แต่สำหรับประชาชนทั่วไป "สั่งห้ามลอกเลียนแบบด้วยการใช้มือเปล่าล้วงจับงูเด็ดขาด" เพราะในซอกมืดเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะมีงูพิษร้ายแรงอย่างงูเห่าหรืองูแมงมุมซ่อนอยู่หรือไม่ หากได้ยินเสียงผิดปกติในบ้าน ควรตั้งสติ รักษาระยะห่าง และโทรเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีอุปกรณ์ครบมือเข้ามาจัดการ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของชีวิตคนในบ้าน

แหล่งข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...