ป.ป.ส. ยกระดับคดีแอร์สาวเป็นคดีพิเศษ เค้นสอบสองสามีภรรยาไทย-ลาว แฉพบชื่อส่งพัสดุโยงปลายทาง ‘เดียร์’
วันนี้ (4 กรกฎาคม) อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ระบุความคืบหน้าการสืบสวนขยายผลเครือข่ายลักลอบส่งเฮโรอีนข้ามชาติ ภายหลังจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีมติยกระดับคดีดังกล่าวรับเป็นคดีพิเศษ เลขที่ 99/2569 เพื่อบูรณาการสืบสวนทลายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด
ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 2 รายที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ได้แก่ อาทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี สัญชาติไทย และ ทัดสะพอน (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี สัญชาติลาว ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีรับจ้างส่งพัสดุไปรษณีย์ซุกซ่อนเฮโรอีน
อารีภักดิ์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งสองรายยังคงให้การภาคเสธ โดยยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานสำคัญที่จะทำให้ผู้ต้องหายอมจำนน เนื่องจากจากการตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นทาง พบว่าชื่อผู้ส่งกล่องพัสดุดังกล่าวจากอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย มายังพื้นที่ซอยรางน้ำ กรุงเทพมหานคร คือชื่อของผู้ต้องหาทั้งสองราย
นอกจากนี้ กล่องพัสดุดังกล่าวยังระบุชื่อผู้รับปลายทางว่า เดียร์ ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ส. กำลังบูรณาการข้อมูลร่วมกับทางการออสเตรเลีย เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลชื่อ เดียร์ นี้ เป็นบุคคลเดียวกันกับผู้รับปลายทางในคดีของ มินา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือไม่
สำหรับประเด็นข้อสงสัยเรื่องการว่าจ้าง มินา ให้รับฝากพัสดุต้องสงสัยนั้น รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า แฟนหนุ่มของผู้ต้องหาได้นำสมุดบัญชีธนาคารมาแสดงเป็นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้น ยังไม่พบยอดเงินค่าจ้างโอนเข้าบัญชีแต่อย่างใด และพบว่าภายในบัญชีมียอดเงินคงเหลือเพียงประมาณ 2,000 บาท จึงยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า มินา ได้รับค่าตอบแทนจากการรับหิ้วพัสดุในครั้งนี้
ในส่วนของการสืบสวนติดตามตัวบุคคลที่นำพัสดุมาส่งที่คอนโดมิเนียมย่านบางนานั้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้ร่วมเดินทางมาทั้งหมด 2 คน ประกอบด้วย
- ชายอายุ 59 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำหน้าที่เป็นคนขับรถรับจ้าง
- อุทัย อายุ 42 ปี ชาวม้ง ซึ่งเป็นชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ยืนยันได้ว่า อุทัยเป็นผู้นำกล่องพัสดุลงไปส่งมอบให้ มินา ขณะที่คนขับรถนั่งรออยู่ภายในรถ โดยทั้งคู่นั่งอยู่บริเวณเบาะหน้า และไม่มีบุคคลที่สามโดยสารมาด้วย
จากการสอบสวนคนขับรถรับจ้าง ให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างให้นำพัสดุมาส่งในพื้นที่บางนาด้วยค่าจ้างรวมกว่า 3,000 บาท โดยได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้วครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ระบุว่าปกติประกอบอาชีพขับรถผ่านแอปพลิเคชัน แต่สำหรับงานนี้เป็นการรับงานนอกระบบ เนื่องจากเคยรับงานขับรถในลักษณะนี้จากผู้ว่าจ้างรายเดียวกันมาแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง จึงมีการติดต่อว่าจ้างกันโดยตรงและคิดค่าโดยสารเป็นรายเที่ยวตามระยะทาง
อารีภักดิ์ เน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมดของผู้ต้องสงสัย และกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนตรวจสอบความเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งเส้นทางการเงิน เส้นทางการขนส่งพัสดุ และความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องในเครือข่าย เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมผู้บงการและผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด