โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘กฤษฎางค์‘ ชี้นิรโทษฯ เลือกข้าง-คนรุ่นใหม่สู้ ม.112 ยากขึ้น ลุยล่าชื่อ พ.ร.บ.ล้างผลพวง 6 ตุลา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรยืนตามวุฒิสภาโดยเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีการปิดช่องไม่ให้นิรโทษกรรม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 และไม่ให้ลบล้างความผิดของเยาวชนอายุต่ำกว่า18 ปีที่กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า การผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ได้มีผลอะไรต่อเยาวชนที่กระทำผิดตามมาตรา112 อีกทั้งยังเป็นการนิรโทษกรรมเลือกข้าง แตกต่างจากสมัยเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ที่เคยมีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 อย่างสิ้นเชิง ซึ่งหลังจากนี้กลุ่มเยาวชนที่ชุมนุมทางการเมืองแล้วกระทำผิดมาตรา112 จะต้องสู้คดีตามกระบวนการในชั้นศาลต่อไป ทำให้การทำงานของคดีมีความยากขึ้น ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ผ่าน สส.และ สว. คนที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มคนที่ล้มการเลือกตั้ง แม้ตนจะไม่ติดใจต่อการนิรโทษกรรมกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดงก็ตาม แต่ยังเห็นว่าการผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นเพียงนิรโทษกรรมเลือกข้างเท่านั้น

“คดีมาตรา112 มีคนลี้ภัยทางการเมือง มีคนรุ่นใหม่อดอาหารจนเสียชีวิต ขณะที่ นายอานนท์ นำภา จบเนติบัณฑิตก็ต้องมาถูกติดคุกในคดีมาตรา 112 ทั้งที่น่าจะออกมาทำประโยชน์ให้ประเทศมากกว่า ปัญหาหลักน่าจะอยู่ความคิดไม่ตรงกันมากกว่า ทั้งนี้การปฏิรูปสถาบันนั้น ผมไม่ได้บอกเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย แต่ถ้าคดีมาตรา112 มีการให้อภัย ยกเลิกกันได้ ถ้ามีการทำผิดค่อยมาว่าอีกที จะทำให้สถานภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ ความเข้าใจระหว่างประเทศเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของประเทศไทยดีขึ้น”

เมื่อถามว่าร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข จะคืนความสามัคคีได้หรือไม่ นายกฤษฎางค์ ระบุว่า กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่กระทำผิดมาตรา112 รวมทั้งได้ลี้ภัยทางการเมือง กลุ่มเหล่านี้ญาติเขายังมีชีวิต ซึ่งเหมือนเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ครั้งนั้นมีการใช้มาตรา112 เอาผิดเรื่องการแสดงละครแขวนคอรัชทายาท แต่เวลาต่อมาสังคมกลับมาเป็นปกติ ทั้งที่สถานการณ์มีความรุนแรง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมีกำลังมหาศาลเกิดการสู้รบระหว่างประชาชน แต่ก็จบลงไม่มีการสร้างความแตกแยก มีการให้อภัยกัน

ขณะเดียวกัน นายกฤษฎางค์ ยังกล่าวถึงแคมเปญในวาระครบรอบ 50 ปี 6 ต.ค. 2519 ที่มีการรณรงค์ลบล้างรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519 ที่มีการล่าชื่อภาคประชาชนในการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่41 ที่มีการเพิ่มโทษความผิดมาตรา112 ว่า แคมเปญดังกล่าวเป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นเมื่อ50 ปีที่แล้วจากเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่รับรู้ว่า เคยมีเหตุการณ์ฆ่าแขวนคอ ตอกอก และมีการกระทำผิด มาตรา 112 ซึ่งสมัยก่อน มี พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์มีโทษสูงสุดประหารชีวิต

แต่สมัยหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นเห็นว่าอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก จึงเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค.2519 พ.ศ.2521 โดยเห็นว่าความผิดที่เกิดจากเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งหวังดีต่อชาติแต่ยังขาดประสบการณ์ หากยังต้องต่อสู้คดีกันพิจารณายืดเยื้อต่อไปก็จะไม่แล้วเสร็จ พล.อ.เกรียงศักดิ์ จึงเสนอให้นิรโทษกรรม และมีการปล่อยนายสุธรรม แสงประทุม แกนนำนักศึกษาในสมัยนั้นกระทั่งมา เป็นรัฐมนตรี

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า 6 ต.ค.2519 มีข้อกล่าวหาที่เกิดตามมาตรา 112 ทั้งที่ก่อนรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519 โทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี เมื่อมีการรัฐประหาร พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะรัฐประหารได้ออกคำสั่ง คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ทำให้โทษมาตรา 112 จำคุกอย่างต่ำ 3-15ปี การเคลื่อนไหวในขณะนี้ที่มีการล่าชื่อกันนั้น เราไม่ได้เสนอให้แก้ไขมาตรา112 แต่เราต้องการให้ยกเลิกประกาศคำสั่งดังกล่าว เพราะเป็นการออกประกาศโดยไม่ได้มีการลงพระปรมาภิไธย ไม่ได้ผ่านสภาฯ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์และสอดคล้องกับที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ได้เสนอให้นิรโทษกรรม เราเรียกร้องธรรมดามาก คือ ให้ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519ที่เกิดจากคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่41 ให้เป็นคำสั่งไม่มีผลรองรับ หากมีการยกเลิกได้จะทำให้การต่อสู้คดีมาตรา 112 ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันง่ายขึ้นกว่าเดิม

สำหรับแคมเปญล่ารายชื่อนั้น นายกฤษฎางค์ ระบุว่ามีกลุ่มน้องๆทำเรื่องนี้โดยต้องการให้ภาคประชาชน 10,000 รายชื่อเข้าชื่อกันเสนอเป็น ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่ยดิน ที่ลงนามโดย พล.ร.อ.สงัด และคงไม่มีการเสนอผ่านพรรคการเมืองใดเพราะอาจจะมีผลทำให้ถูกยุบพรรคได้ ถ้าเราลบล้างผลพวง 6 ต.ต. 2519 ได้หากทำสำเร็จจะเป็นการทำให้กับวีรชน 6 ตุลา ที่เคยเป็นคนรุ่นใหม่มาก่อนไม่แตกต่าง จากที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ เคยได้รับการนิรโทษกรรมมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แคมเปญรณรงค์ได้เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนร่วมลงยกเลิกคำสั่งคณะรัฐประหาร ฉบับที่ 41 มรดกจาก 6 ตุลา 2519 ที่เพิ่มโทษขั้นต่ำของมาตรา 112 และทำให้ประชาชนต้องเผชิญโทษจำคุกหนักขึ้น จากการใช้สิทธิเสรีภาพ ผ่าน https://decoup6octsins.com/ โดยต้องการ 50,000 รายชื่อในการสนับสนุน ภายใน 6 ต.ค. 2519 ซึ่งครบรอบเหตุการณ์ 50 ปี โดยล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 ก.ค. 2569 มีประชาชนลงชื่อแล้ว 3,137 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...