โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกสมาคมวิศวกรฯ ลงพื้นที่อุโมงค์รั่ว พบอาคารแตกร้าวจริง ให้จับตาช่วงฝนตกหนัก

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 69 เวลา 10.00 น. ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดเฝ้าระวัง ถนนและอาคารทรุด จากเหตุน้ำรั่วในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินฯ บริเวณวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ฯ

ศ.ดร.อมร กล่าวว่า จากการที่ได้เข้าไปดูและตรวจสอบตามจุดต่างๆ ก็พบว่าอาคารนั้นมีการแตกร้าวจริงๆ ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ใกล้กับบริเวณที่ก่อสร้าง อุโมงค์รถไฟฟ้าในส่วนที่เป็นบ่อ ซึ่งการก่อสร้างจุดที่ต่ำสุดของอุโมงค์นั้นโดยปกติก็จะต้องมีการสร้างตัวบ่อไว้ เพื่อรองรับน้ำ เช่นน้ำล้างรางรถไฟ และน้ำต่างๆที่ตกค้างในอุโมงค์ ซึ่งตามปกติในการก่อสร้างจุดนี้นั้นจะต้องมีการฉีดสารต่างๆเช่นซีเมนต์ หรือสารเคมีเข้าไป เพื่อที่จะทำให้ดินแข็งตัวขึ้น เมื่อเจาะเข้าไปแล้วจะไม่ทำให้เกิดน้ำไหลเข้ามา จุดนี้ยังคงเป็นคำถาม เพราะตนรับทราบว่าเขาก่อสร้างเสร็จอยู่แล้ว จึงต้องไปดูรายละเอียดว่าในการดำเนินการก่อสร้างนั้น มีการฉีดสารเคมีครอบคลุมจุดดังกล่าวไว้หรือไม่ ถ้าดำเนินการไปตามแบบโอกาสที่จะเกิดน้ำรั่วซึมเข้าไปในอุโมงค์ ก็จะมีน้อยลง

ขณะเดียวกันตนทราบว่ามาตรการที่เจ้าหน้าที่ใช้อยู่ก็คือในเรื่องของการเสริมกาวซีเมนต์เพิ่มเติม เพื่อทำให้ดินในบริเวณนั้นแข็งเพิ่มขึ้นอีก ป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าไปในอุโมงค์ จริงๆน้ำเข้าเราไม่กลัวแต่กลัวดินเข้าไปเพิ่มด้วย เพราะน้ำจะพาดินเข้าไป จะทำให้ถนนยุบ และจะมีผลต่ออาคาร ซึ่งอาคารบริเวณนี้หลายหลายหลังมีสภาพเก่าก่อสร้างมานานแล้ว และมีเสาเข็มสั้น ถ้าเกิดดินหายไปก็จะเกิดการทรุดตัวได้ ขณะนี้ก็พบว่ามีการยุบตัวจริง

ขณะที่ในส่วนของตัวอาคารนั้นก็ได้มีการวัดไปแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งพรุ่งนี้จะมาวัดอีกเพื่อที่จะดูว่า ค่าของการยุบตัวในแต่ละวันนั้นเพิ่มขึ้นขนาดไหน จะกระทบต่อเรื่องการแตกร้าวภายในอาคารหรือไม่ และจะเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งที่สำคัญว่า มาตรการที่หน่วยงานทำอยู่ คือการลดแรงดัน โดยการทำบ่อบาดาลระดับลึก เพื่อลดระดับน้ำออกและลดแรงดัน ก่อนที่จะดำเนินการเกร้าท์ติ้ง ในบริเวณที่เป็นปัญหาได้ผลหรือไม่

แต่อย่างไรก็ตามตนก็อยากให้หน่วยงานเตรียมความพร้อมต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่อาจเกิดขึ้นได้ หากมาตรการที่ใช้ไม่ได้ผล จะมีแผนสำรองอย่างไร ซึ่งก็มีการพูดถึงแผนที่จะอัดฉีดน้ำเข้าไปเพื่อเพิ่มแรงดัน จะทำให้และทรายต่างๆทรุดเข้าไป รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น การทำให้ดินแข็งตัว ซึ่งตนก็อยากจะให้ผู้เชี่ยวชาญตรงนี้ประเมินสถานการณ์ และมอนิเตอร์ตลอดในส่วนของน้ำที่เข้ามา กับเรตการสูบออก นั้นทันกันหรือไม่ ถ้าทันกันก็แปลว่าควบคุมได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงต้องวัดค่าการยุบตัวของถนนทุกวัน วันละหลายๆ ชั่วโมง รวมถึงสังเกตรอยร้าวต่างๆในอาคาร

เมื่อถามว่าจุดที่ยุบตัวลงไปมีการวัดเมื่อวานนี้ 20 ซม. ขณะนี้มีค่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ ศ.ดร. อมร กล่าวว่า ตอนนี้ค่าทรุดตัวยังไม่ลดลง ซึ่งตอนนี้เราก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะหยุดทันที เพราะกำลังซ่อมใต้ดินอยู่ แต่เราต้องวัดอัตราที่ทรุดลงไป ขอให้มันน้อยลงเรื่อยๆ

ส่วนบริเวณไหนที่มีความเสี่ยงอันตรายมากที่สุด คือในจุดที่อยู่ใกล้ที่สุด เหมือนจุดศูนย์กลาง ที่อาจจะทรุดและดูดทุกอย่างลงไป แต่ตนก็ไม่อยากให้ตื่นตระหนกมากเกินไป เพราะมีการเปรียบเทียบกับกรณีของหน้าวชิรพยาบาล ซึ่งมีความแตกต่างกัน โดยเคสของหน้าวชิรพยาบาลนั้นเป็นอุโมงค์ต่ออุโมงค์สถานี ที่มีช่องโล่งเยอะ ทำให้ดินไหลลงไปในช่องโล่งได้ แต่ที่วงเวียนใหญ่นั้นเป็นจุดต่ำสุดของอุโมงค์ ไม่ใช่ตัวต่อของสถานี เพียงแต่มีบ่ออยู่ใต้ ทำให้โอกาสที่ดินจะไหลเข้าไปในอุโมงค์ อาจจะไม่มากขนาดนั้น แต่ก็รับประกันไม่ได้ และเมื่อดูตามแบบ มีการทำให้ดินแข็งไปในระดับหนึ่งแล้ว จึงทำให้มีความแตกต่างกันพอสมควร แต่ไม่ใช่ว่าเราจะสบายใจ ต้องคอยมอนิเตอร์ว่าอยู่ในจุดที่เราควบคุมได้หรือไม่

ส่วนบ้านเรือนและอาคารพาณิชย์ของประชาชนนั้น ต้องรอดูวันนี้ ว่าผลของการตรวจวัดตามจุดต่างๆ เป็นอย่างไรเพราะตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่า จะมีการยุบตัวเพิ่มเติม อาจจะแปลว่าสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งต้องฟังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าหากมีตกลงมาจะส่งผลต่อการทำให้ดินแข็งตัวยากขึ้นหรือไม่ ศ.ดร. อมร กล่าวว่า ถ้ามีฝนตกหนักจะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น ก็จะสัมพันธ์กับแรงดันน้ำมากขึ้น จะทำให้ให้มีโอกาสไหลเข้ามาอีกได้ เพราะฉะนั้นเรื่องฝนเป็นปัจจัยที่เราประมาทไม่ได้

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ เกิดเหตุถนนทรุดตัวเหมือน บริเวณหน้าวชิรพยาบาลนั้น คืออุโมงค์ได้รับความเสียหาย ซึ่งตอนนี้เราเชื่อว่าอุโมงค์ไม่ได้รับความเสียหาย มันเป็นแค่รอยต่อ ที่มีการรั่วซึมเข้าไป ตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบ ซึ่งก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่หน้างานจะต้องตรวจสอบการขยับตัวของอุโมงค์ ว่ามีการขยับไปแล้วอย่างไรหรือไม่.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...